อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 477 โหรวโหรว ฉันรักเธอ
ตอนที่ 477 โหรวโหรว ฉันรักเธอ
ด้วยรสจูบที่ล้ำลึกของเขาทำให้สมองของเธอราวกับมีดอกไม้ไฟที่ปะทุเต็มไปหมด ในหัวเหมือนเต็มไปด้วยคำพูดประโยคหนึ่งว่า “โหรวโหรว ฉันรักเธอ” อย่างไรอย่างนั้น
ข้าง ๆ พวกเขาสองคนคือหลินจือเซี๋ยวและฉีเซิ่งเทียน เห็นพวกเขาเป็นแบบนั้นก็เข้าใจความรู้สึกลึก ๆ ของพวกเขาทันที แต่บาทหลวงที่อยู่ตรงกลางถึงกับทำสีหน้าไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ
ราวกับว่าที่ผ่านมาพวกเขาสองคนไม่ได้สนใจทำพิธีตามแบบเดิมใด ๆ เลยด้วยซ้ำ
เมื่อรสจูบที่เร่าร้อนจบลง บาทหลวงที่อยู่ตรงกลางก็อดใจไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นว่า “คุณจิ่ง คุณยินดีที่จะแต่งงานกับอันโหรวหรือไม่ ไม่ว่าจะรุ่งโรจน์หรือก้าวหน้าใด ๆ ยินดีและพร้อม ที่จะพาเธอพาไปด้วยหรือไม่ ทั้งยามเจ็บปวด ยากจน หรือเศร้าใด ๆ ยินดีที่จะรักเธอไปตลอดหรือไม่?”
“ผมยินดี”
ไม่ช้าบาทหลวงก็มองไปที่ด้านล่างที่มีผู้คนอยู่ “มีผู้ใดคิดคัดค้านงานแต่งของพวกเขาหรือไม่?”
อันโหรวขมวดคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดพวกนี้ คิดว่าจะมีแต่ในทีวีเสียอีกที่จะได้ยินคำถามแบบนี้ เธอรู้สึกว่าใครมันจะกล้าคัดค้านกัน!
สีหน้าที่เย็นชาของจิ่งเป่ยเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย คำถามพวกนี้….มันไม่ควรถามหรือเปล่า?
แน่นอน ไม่ช้าเขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“ผมครับ!”
อันโหรวหันหน้าไปมองที่ฉีหย่วนหยางที่อยู่ด้านข้าง เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้ ราวกับว่ามาที่นี่เพื่อพักผ่อนเท่านั้น
แต่สิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่นี้หมายความว่ายังไงกัน?
ทำไมเขาถึงได้คัดค้านมัน!
“ประธานจิ่ง คุณมีอะไรบางอย่างที่ยังไม่ได้บอกโหรวโหรวหรือเปล่า? คุณจะพูดเองหรือให้ผมช่วยพูดให้?” ฉีหย่วนหยางมองมาที่เขาด้วยสายตาที่แน่วแน่ มองดูแล้วไม่โอนเอนใด ๆ
รู้แต่แรกอยู่แล้วไม่ควรให้เขามา!
จิ่งเป่ยเฉินมั่นใจอยู่หลายส่วนว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นต้องหมายถึงเรื่องของเย่มู่เหยียนแน่ ๆ แต่เขารู้ได้ยังไงกัน?
ไม่อย่างนั้นจะมีเรื่องอะไรอีกที่จะทำให้เขาต้องหวาดกลัวอีก
“ประธานฉี คุณควรกลับไปนั่งที่นะ! เรื่องพวกนี้พวกเราค่อยมาคุยกันทีหลัง” งานแต่งที่งดงามแบบนี้กลับมาถูกขัดจังหวะด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ในใจเธอรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
ฉีหย่วนหยางมองดูใบหน้าที่งดงามของเธอ แม้จะถูกกั้นด้วยผ้าคลุมเบาบาง แต่ก็มีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดอยู่ภายใต้ผ้าสีขาวที่คลุมไว้ ชุดแต่งงานนี่ช่างเข้ากับเธอมากจริง ๆ มันทำให้ตั วของเธอดูมีเสน่ห์มาก “โหรวโหรว เธอไม่อยากรู้จริง ๆ เหรอ?”
“ฉันไม่อยาก!”
จิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ตรงข้ามกับเธอมองใบหน้าเธออย่างไม่กะพริบตาใด ๆ ถ้าหากเธอคิดอยากจะรู้ละก็ เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะพูด หรือจะให้ฉีหย่วนหยางเป็นคนพูดแทน
อาจจะเป็นไปได้ที่พวกเขาพูดไม่เหมือนกัน
ฉีหย่วนหยางมองดูใบหน้าของเธอ ก่อนจะพูดขึ้น “โหรวโหรว เวลาใดที่เธอร้องไห้ก็มาหาฉันนะ ฉันจะเป็นไหล่ให้เธอพักพิงเอง ขอให้คู่บ่าวสาวมีความสุข ฉันมีธุระ ขอตัวก่อน”
อันโหรวมองดูแผ่นหลังของเขาที่เดินออกไป ทำไมเธอต้องร้องไห้ด้วย?
เธอไม่ได้อยากร้องไห้เสียหน่อย!
ผู้ก่อกวนได้เดินออกไปแล้ว บาทหลวงจึงพูดดำเนินงานต่อ “ตอนนี้พวกคุณสามารถแลกแหวนกันได้แล้ว”
หลินจือเซี๋ยวเป็นคนส่งแหวนให้ ตัวเธอนั้นรู้สึกตื่นเต้นกับงานแต่งนี้มาก ประสบการณ์ที่เจอครั้งสุดท้ายเมื่อตอนนั้นเธอยังไม่ได้ให้ ครั้งนี้ในที่สุดก็ได้มอบให้สำเร็จจนได้
โดยเฉพาะเมื่อครู่นี้มีคนเข้ามาคัดค้านอยู่บ้าง อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้พบเจอสายรุ้งหลังพายุฝนที่พัดผ่านไป
ภายในใจอันโหรวแม้จะรู้สึกงุนงงอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เธอไม่รู้เลยว่าฉีหย่วนหยางจะพูดอะไร เมื่อนึกถึงของที่เธอเคยได้รับจากแม่เมื่อตอนนั้น คิดว่าคงเป็นเรื่องพวกนี้ละมั้ง
งานแต่งของเธอ เธอไม่คิดอยากจะถูกขัดจังหวะอีกครั้งจริง ๆ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็เชื่อจิ่งเป่ยเฉิน!
ฉีเซิ่งเทียนมองดูอันโหรวที่กำลังสวมแหวนให้จิ่งเป่ยเฉิน หัวใจของเขาก็เหมือนอยากจะสำลักความสุขออกมา แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่ฉีหย่วนหยางเป็นคนทำ เขาก็คิดอยากจะบีบ บคอเขาให้ตายจริง ๆ
แต่เกรงว่าสิ่งที่เขาได้รับมาจะเป็นข่าวที่เป็นความลับ ถูกเก็บเอาไว้แล้วแท้ ๆ เว้นเสียแต่เย่มู่เหยียนจะเป็นคนเปิดเผยมันออกมาด้วยตัวเอง
ไม่อย่างนั้นฉีหย่วนหยางจะเล็งเป้าหมายมาที่จิ่งเป่ยเฉินทำไมกัน
เมื่อถึงตาของจิ่งเป่ยเฉิน อันโหรวก็ได้มองไปที่ใบหน้าของจิ่งเป่ยเฉิน ไม่นานเธอก็แอบตกใจที่เห็นจิ่งเป่ยเฉินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เธอจึงเอ่ยเบา ๆ เพื่อเตือน “ตอนนี้ไม่จำเป็นต้อง งคุกเข่าแล้ว”
“แต่ฉันคิด” นั่นก็เพราะเธอยืนอยู่ตรงหน้าเขา อีกทั้งเมื่อครู่เธอไม่สนใจที่จะฟังการยั่วยุของฉีหย่วนหยางเลยสักนิด พวกเขาเป็นสามีภรรยากัน หลังจากนี้เขาต้องปกป้องให้ดี ๆ
อันโหรวมองไปที่แหวนที่กำลังถูกสวมมาที่นิ้วของตัวเอง เธอจำไม่ได้เลยว่านี่เป็นแหวนที่จิ่งเป่ยเฉินสวมให้เธอวงที่เท่าไรแล้ว
ตอนนั้นเธอสวมมันไว้ตอนที่ได้รับใบทะเบียนสมรส แต่ก็จำไม่ได้ว่าตอนย้ายของเอาไปวางไว้ที่ไหน อีกทั้งมีแหวนวงหนึ่งถูกโอวหยางลี่โยนทิ้งไปอีก
ถึงแม้ว่าเธอจะพูดอยู่หลายครั้งว่าไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ แต่สุดท้ายเธอก็ได้สวมแหวนสักที
ตอนนี้เหมือนแหวนจะเปลี่ยนไปอีกแล้ว
ไม่ช้าก็เห็นเขาเอามือเธอไปจูบที่แหวนอย่างจริงจัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและโอบไปที่เอวของเธอ ขั้นตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เลย!
แต่ว่าการที่เขาทำแบบนี้ทำให้รู้สึกดีไม่น้อยเลยจริง ๆ
ลูกโป่งสีม่วงขาวค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ตัดกับเมฆขาวและท้องฟ้าสีคราม ดูแล้วงดงามมากนัก
“ช้าก่อน ๆ” ทันใดนั้นเธอก็ผลักจิ่งเป่ยเฉินออกไป
จิ่งเป่ยเฉินก้มหน้ามองมาที่เธอ นัยน์ตาของเขาเผยความงุนงงออกมา “รออะไร?”
หลังจากนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคน อันโหรวก็ได้มอบช่อดอกไม้ในมือให้หลินจือเซี๋ยว “ฉีเซิ่งเทียน นายเข้าใจความหมายใช่ไหม?”
“พี่สะใภ้ช่างดีจริง ๆ สมกับเป็นพี่สะใภ้ของผม!” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่ใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำของหลินจือเซี๋ยว ครั้งหน้าที่มีงานแต่งจะต้องเป็นพวกเขาแน่นอน!
จิ่งเป่ยเฉินมองดูท่าทางของเธอ เมื่อครู่นี้มันทำให้หัวใจเขาเต้นรัวมากจริง ๆ สุดท้ายก็กลายเป็นแบบนี้เสียได้
ไม่ช้าเขาก็จับตัวเธออีกครั้ง ก่อนก้มตัวลงกระซิบไปที่ข้าง ๆ หู “โหรวโหรว ไม่เชื่อฟังเลยนะ”
“ฉันไม่เชื่อตรงไหนกัน? แค่มอบดอกไม้ให้หลินจือเซี๋ยวก็เท่ากับไม่เชื่อแล้วเหรอ?”
“เธอทำให้ฉันกลัว”
“นายนั่นแหละคิดเยอะไปแล้ว ฉันไปแล้ว!” ชุดแต่งงานยาว ๆ กำลังเดินลากไป น่าเสียดายชุดแต่งงานใช้เวลาตั้งแต่ปีที่แล้วในการตัด ถูกสวมใส่แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องถอดออกแล้ว
ไม่ช้าลมหายใจที่ร้อน ๆ ก็ใกล้ชิดหูเธออีกครั้ง “ใครปล่อยให้เธอไป?”
ทำไมเธอจะออกไปไม่ได้กัน?
เมื่อมองไปยังด้านหน้าก็เห็นแขกที่มาร่วมงาน ญาติและเพื่อนของจิ่งเป่ยเฉินล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงราวกับตำนาน ทุกคนล้วนเป็นผู้นำด้านวงการต่าง ๆ อีกสักครู่เธอก็ต้องไปกินข้ าว แต่ชุดแบบนี้คงใส่แล้วไม่เหมาะเท่าไร
มันไม่สะดวกเลยสักนิด!
อย่างไรก็ตามเธอเข้าใจความหมายของจิ่งเป่ยเฉินผิดไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่ให้เธอไป แต่เขาต้องการกอดเธอต่างหาก
แต่น่าเสียดายที่หยางหยางกับหน่วนหน่วนเองก็ยังจับชายกระโปรงเธอที่ด้านหลังอยู่
“ฉันน่าจะเข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้แต่แรก ไม่อย่างนั้นคงออกแบบไม่เอาชุดแต่งงานยาว ๆ แบบนี้แน่ ๆ” เธอรู้สึกเสียใจแทนเด็กน้อยทั้งสองคน!
“ช่วยฉีกมันออกได้ไหมนะ?” เธอหันกลับมาถาม
“น่าจะได้นะ” ตอนนี้แม้แต่เขาเองก็ไม่สะดวกที่จะอุ้มเธอ
“แม่จ๋า สวยแบบนี้ แม่อย่าฉีกสิ” หน่วนหน่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หวานดุจน้ำผึ้ง
“ผมเองก็คิดแบบนั้น”
เด็กน้อยทั้งสองคนร้องประสานเสียงพูดเห็นด้วย กลายเป็นว่าเธอต้องตัดใจทิ้งทันที!
เมื่อกลับมาถึงห้อง หยางหยางกับหน่วนหน่วนก็ถูกซูรั่วหย่าพาตัวออกไป
ตอนนี้ภายในห้องเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน
จิ่งเป่ยเฉินยืนอยู่ข้างหลังเธอ คอยช่วยเธอถอดชุดแต่งงานออก เธอนั่งตัวตรงและเอ่ยถาม “เมื่อครู่นี้ที่ฉีหย่วนหยางพูด นายอย่าคิดมากนะ ฉันรู้สึกว่าเขาคงคิดหาอะไรเล่นสนุก ๆ ไ ไปงั้นแหละ”
แต่ใครใช้ให้บาทหลวงพูดตั้งคำถามแบบนั้นกัน งานแต่งงานเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาสองคน และพวกเขาสองคนก็ตัดสินใจแน่นอนแล้ว ทำไมถึงต้องไปถามคนอื่นด้วยว่าคัดค้านหรือเปล่า?
ชุดแต่งงานที่คลุมตัวเธออยู่ค่อย ๆ หลุดออกมา ไม่ช้ามือที่ร้อนรุ่มก็วางไว้ที่ตัวเธอ
“ไม่ได้ กลางวันแสก ๆ คนอื่น ๆ ก็รอเราอยู่” เขาช่างหาวิธีกลั่นแกล้งเธอจริง ๆ
“ทนไม่ไหวแล้ว”
“อันที่จริงนายอดทนได้ต่างหาก เพราะ….ครั้งก่อนก็ทนไว้ได้ตั้งนาน” ขณะที่เธอกำลังพูดก็ถูกเขาโน้มตัวไปที่ข้างหน้า ไม่ช้าต้นขาของเธอที่สวมชุดแต่งงานก็ค่อย ๆ หลุดออก การเคลื่อ อนไหวที่ผ่านชุดแต่งงานคลุมไปทั่วทั้งตัวแบบนี้มองดูแล้วลำบากและเห็นไม่ชัดเท่าไร
แต่เธอก็รู้สึกตัวได้ ก่อนจะหยิบชุดเดรสสั้นสีขาวที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาและหันหน้าไปมองเขา “กลางคืนค่อยว่ากัน!”
“ที่รัก ฉันรู้สึกว่าเธอต้องการความช่วยเหลืออยู่นะ” เขาโน้มตัวเข้ามาหาเธออีกครั้ง
“ไม่เอา ฉันไม่อยากให้นายช่วย!” เธอรู้สึกยุ่งยากกับการใส่กระโปรงอยู่แล้ว กลับมาเจอเขาทำแบบนี้อีก