อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 478 ดูเป็นกังวล
ตอนที่ 478 ดูเป็นกังวล
หลังจากที่ลุกขึ้น ชุดแต่งงานท่อนบนครึ่งตัวด้านล่างเป็นกระโปรงฟูฟ่อง ช่างเป็นการออกแบบที่แปลกมาก
ขาทั้งสองข้างนั้นถอดออกจากชุดและขยับไปอยู่ด้านหน้าจิ่งเป่ยเฉิน
จิ่งเป่ยเฉินจับกระโปรงของเธอ อันโหรวมองไปที่การแสดงออกของเขาอย่างจริงจัง “นายอย่าเอามือจับมั่วซั่วสิ! มืออย่ามาข้างหน้า”
“ไม่ยื่นไปข้างหน้าจะเรียบร้อยได้ยังไง?”
“ทำไมจะไม่ได้?” ใครเขาจัดระเบียบด้วยการเอามือไว้ด้านในกัน?
ทั้ง ๆ ที่จัดด้านนอกกระโปรงก็ได้แล้ว!
จัดระเบียบกระโปรงเรียบร้อย เธอก็ถอยไปที่บนเตียงทันที “ฉันเห็นฉีเซิ่งเทียนดูเป็นกังวล นายลองไปถามดูสิ”
“ไปด้วยกัน”
หลังจากที่ทั้งสองคนไปห้องอาหารก็เป็นจุดสนใจของบรรดาแขกที่มาร่วมงานทันที จิ่งเป่ยเฉินเม้มปากเล็กน้อย
พ่อแม่ของจิ่งเป่ยเฉินนั้นดูแลหยางหยางและหน่วนหน่วนอย่างดี หลานที่ไม่ได้เจอบ่อย พวกเขาดูเข้ากันได้ดี
หลังจากมื้อค่ำก็ดื่มไปเล็กน้อย แต่ใบหน้าของจิ่งเป่ยเฉินนั้นแดงระเรื่อ อันโหรวเองก็ดื่มไปเล็กน้อยเช่นกัน
หลังกินข้าวคิดอยากจะนอนหลับบนเตียงเท่านั้น
หลังจากที่จิ่งเป่ยเฉินส่งตัวเธอเข้าห้องจึงเดินออกมา
ส่วนแขกคนอื่น ๆ กินเสร็จก็ต่างทยอยกันกลับ จิ่งเป่ยเฉินและฉีเซิ่งเทียนยืนอยู่ที่ริมหาด บริเวณรอบ ๆ นั้นไม่มีคน
หลินจือเซี๋ยวเองตอนนี้ก็กำลังงีบหลับ
จิ่งเป่ยเฉินดูคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือของฉีเซิ่งเทียน ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นค่อย ๆ มืดมิดลง
ตั้งท้อง?
เย่มู่เหยียนตั้งท้องแล้ว!
“พี่เฉิน ถ้าหากว่าวันนั้นไม่สู้กันจนนองเลือด งั้นเธอก็เป็นสาวพรหมจารี? ถ้าเธอมีพี่เป็นผู้ชายคนเดียว งั้นเด็กในท้องก็เป็นลูกของพี่นะ!” ฉีเซิ่งเทียนไม่อยากจะพูดออกมา แต่ว่า ต้องเตือนสติเขา
วันนี้ตอนเช้าเขาได้รับการเตือนมา ตอนที่เย่มู่เหยียนถ่ายโฆษณาจู่ ๆ เธอก็อาเจียนออกมา หลังจากนั้นก็เป็นลมไป
ทันทีที่ส่งตัวเข้าโรงพยาบาลและตรวจอาการแล้วปรากฏว่าเธอตั้งครรภ์ เพราะงั้นตอนนี้ในวงการสื่อต่างก็เดากันว่าเป็นลูกของใคร ยิ่งไปกว่านั้นยังขุดข่าวฉาวในอดีตของเย่มู่เหยียน นออกมา หรือไม่ก็ขุดคุ้ยคนที่เคยเป็นชู้หรือคบกับเธอออกมาทีละคน
ตอนแรกถึงแม้จะบอกว่าไม่ติดต่อกันอีก ไม่จำเป็นจะต้องเกี่ยวข้องกัน แต่…….
ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว ไม่แน่เธออาจจะมาหาจิ่งเป่ยเฉินเพราะลูกก็ได้!
วันนี้เพิ่งจะแต่งงานไป เป็นไปได้ไหมว่านัดหย่ากันเพราะเรื่องนี้?
“ทำลายซะ”
ไม่รู้ว่าใช่เขาไหม แต่เพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ควรเอาเด็กไว้
“พี่เฉิน พี่แน่ใจ?” ถ้าพี่สะใภ้รู้เข้าคงจะไม่ยอมให้ทำแบบนี้แน่
ยังไงก็เป็นหนึ่งชีวิต
“ถ้านายเป็นฉัน นายก็จะทำแบบนี้” จิ่งเป่ยเฉินเคลื่อนสายตาออกจากคลิปวิดีโอตรงหน้า โหรวโหรวรู้สึกได้ถึงความกังวลของฉีเซิ่งเทียน ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกเลย
เพียงแค่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น!
ผู้หญิงคนนั้น…….
จงใจที่จะทำเรื่องอุบายแบบนี้หรือเปล่า ถ้าจงใจละก็…….
ทันใดนั้นจิ่งเป่ยเฉินก็กำหมัดแน่น ดวงตาสีดำสนิทมองทอดยาวไปไกล “เรื่องนี้ให้นายจัดการ ฉันจะพาโหรวโหรวไปฮันนีมูน”
เขาจะจัดการกับมัน!
เดิมวางแผนว่าจะพาหลินจือเซี๋ยวไปเที่ยวเล่น! ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะไม่มีโอกาสแล้ว คงได้แต่รอครั้งต่อไป!
“พี่เฉินวางใจเถอะ ฉันจะต้องจัดการได้แน่นอน!” เรื่องที่เกี่ยวกับพี่เฉินและพี่สะใภ้นั้นเป็นเรื่องใหญ่ จะทำอะไรผิดพลาดไม่ได้
จิ่งเป่ยเฉินรีบหมุนตัวกลับไปทันที เขาออกมาพักใหญ่แล้ว ไม่รู้ว่าอันโหรวตื่นหรือยัง
ฉีเซิ่งเทียนเดินตามหลังเขาไป คิดอยากที่จะพาหลินจือเซี๋ยวไปเดินเล่นด้วยกันก่อน ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่จะเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อพี่เฉินและพี่สะใภ้เองก็จะไปจากที่นี่เร็ว ๆ นี้แล้ ว
ทันทีที่จิ่งเป่ยเฉินเข้าไปด้านในห้องก็เจอหลินจือเซี๋ยวนอนอยู่บนเตียงของเขากับโหรวโหรว ทั้งสองคนนอนหัวชนกัน เหมือนว่ากำลังคุยเรื่องลึกลับกันอยู่
รู้สึกถึงพลังงานและลมหายใจที่เย็นยะเยือก หลินจือเซี๋ยวจึงรีบลงมาจากเตียงทันที แต่โทรศัพท์มือถือของเธอกลับอยู่ในมือของอันโหรว
“ตื่นแล้วเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินจ้องไปที่โหรวโหรวที่มีใบหน้าแดงระเรื่อ ทำเหมือนว่าหลินจือเซี๋ยวเป็นแค่เงา
หลินจือเซี๋ยวมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมืออันโหรวราวกับว่าจะเอาโทรศัพท์คืนแล้วจะออกไป!
แต่ว่าเธอไม่กล้าที่จะขึ้นไปบนเตียง ทำยังไงดี!
และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือในโทรศัพท์นั้นยังเป็นข่าวของพวกเขา หลังจากที่เธอตื่นมาก็มาหาโหรวโหรวเพื่อจะคุยกันไม่ได้เหรอ?
ไม่คิดเลยว่าจะถูกบิ๊กบอสจับได้!
อันโหรวพยักหน้าและยิ้ม เสียงผู้หญิงดังออกมาจากโทรศัพท์ “เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางด้านเย่มู่เหยียนนั้นไม่ได้เอ่ยปากว่าพ่อของลูกในท้องนั้นคือใคร……”
จิ่งเป่ยเฉินได้ยินแบบนั้นก็รีบเดินไปที่เตียงและเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์จากเธอ ก่อนจะปิดมันด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยและโยนให้หลินจือเซี๋ยว “ฉีเซิ่งเทียนรอเธออยู่”
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!” หลินจือเซี๋ยวรีบวิ่งออกไปจากห้องราวกับเป็นนักโทษ
อันโหรวมองเธอเดินออกไปจากห้อง ก่อนจะเงยหน้ามองจิ่งเป่ยเฉิน “ฉีเซิ่งเทียนเองก็จะกลับกันแล้วเหรอ?”
ตอนกลางวันที่บรรยากาศคึกคักจู่ ๆ ก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
“มีเรื่องที่ต้องจัดการ” เขานั่งลงบนเตียง เสียงที่ได้ยินเข้ามาในหูเมื่อครู่นั้น
ไม่คิดเลยว่าพวกเธอจะดูข่าวนั้นกันอยู่ หลินจือเซี๋ยวชอบก่อเรื่องให้เขาจริง ๆ โชคดีที่โหรวโหรวไม่ได้สงสัยอะไร
“งั้นนายอยากจะกลับไหม? ความจริงแล้วฮันนีมูนนั้นฉันไม่ไปก็ได้ พวกเราอยู่ด้วยกันนานแล้ว ก่อนหน้านี้ฉันก็พักผ่อนมานานแล้วด้วย ไม่จำเป็นต้องไปฮันนีมูนหรอก! ถ้าที่บริษัทมีงาน งั้น นพวกเราก็กลับไปกันเถอะ!” เธอเชื่อในความสามารถของฉีเซิ่งเทียน แต่ว่าเมื่อก่อนเธอก็พักผ่อนมานานมากแล้ว
ตอนนี้เธอเกียจคร้านและอ่อนโยนขึ้น
หากพักผ่อนต่อ ถ้าหลังจากนี้เธอไม่อยากจะทำงานแล้วจะทำยังไง?
“เธอไม่อยากจะไปดูรอบ ๆ เหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าไม่อยาก” ถ้าเธอปฏิเสธไปตรง ๆ น่าจะไม่ดีเท่าไร
จิ่งเป่ยเฉินเดินเข้ามาใกล้และโอบเอวเธอ “ถือว่าอยู่เป็นเพื่อนฉัน ฉันอยากผ่อนคลายสักหน่อย”
เธอได้ยินผิดไปหรือเปล่า ไม่คิดว่าใครบางคนจะถามอย่างอ่อนโยนแบบนี้ น่าจะพูดมาตรง ๆ ว่าไปด้วยกัน ไม่สามารถปฏิเสธใช่ไหม?
“ได้ ไปเป็นเพื่อนนาย!” แน่นอนว่ายอมไปเป็นเพื่อนเขา
“นายอยากจะพักผ่อนสักหน่อยไหม? ตอนกลางวันดื่มไปเยอะเลย” คิดว่าจะงีบเป็นเพื่อนเธอซะอีก!
สุดท้ายไม่เห็นแม้แต่เงา
“เธออยู่เป็นเพื่อนฉัน” ความจริงเขาไม่ง่วงและไม่อยากจะนอน ภายในใจนั้นมีเรื่องอึดอัดและกดดันมากเกินไป
“ช่วยไม่ได้ที่จะอยู่กับนาย” เธอตื่นแล้วอย่างมากก็อยู่เป็นเพื่อนเขาสักพัก หลังจากนั้นค่อยไปอยู่เป็นเพื่อนหน่วนหน่วนกับหยางหยาง
จิ่งเป่ยเฉินถอดเสื้อและกางเกง ก่อนจะนอนลงบนเตียง ไม่นานประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกจากด้านนอก
ใบหน้าของหยางหยางเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน “แม่จ๋า น้องสาวไม่สบาย”
“หยางหยางไม่ต้องเป็นห่วง ที่นี่มีหมออยู่” อันโหรวรีบลุกขึ้นจากเตียงและสวมเสื้อคลุม ก่อนจะจูงมือหยางหยางเดินออกไปด้านนอก
จิ่งเป่ยเฉินรีบใส่เสื้อและวิ่งตามออกไปทันทีด้วยความเป็นห่วงหน่วนหน่วน
อันโหรวกอดหน่วนหน่วน ตัวของเธอนั้นร้อนมาก หนำซ้ำยังอาเจียนด้วย ส่วนหมอก็รีบเข้ามาดูอาการด้านข้างทันที
“ต้องเจาะเลือดให้น้ำเกลือด่วน”
“ให้เถอะ!” อันโหรวมองไปที่ใบหน้าของหน่วนหน่วน “เด็กดีนะ! แม่จ๋าอยู่นี่แล้ว แม่จ๋าอยู่กับหนูนะคะ!”
“แม่จ๋า เจ็บ……..”
หน่วนหน่วนมองเธอด้วยความเจ็บปวด มันดูเจ็บปวดและไม่สบายตัวมาก