อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 486 โหดร้ายเกินไป
ตอนที่ 486 โหดร้ายเกินไป
โหรวโหรวของเขาคงไม่ได้โหดร้ายเกินไปใช่ไหม? ทำไมถึงทำแบบนี้กับเขา!
“นายอยากจะมีชีวิตที่ดี นั่นคือฉันที่มีชีวิตที่ดี” หลังจากนี้เธอต้องเผชิญหน้ากับสามีที่มีลูกนอกสมรส
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้เธอก็รู้สึกปิดกั้นจนไม่สามารถสงบลงได้
“โหรวโหรว ฟังเธอก็ได้” บิ๊กบอสยอมประนีประนอมอย่างไม่มีทางเลือก เพื่อความรู้สึกของภรรยาตัวเองและเพื่อความสุขในอนาคตของตัวเอง ไม่ประนีประนอมไม่ได้
“แต่เธอไม่จำเป็นต้องแทรกตัวเข้ามา ให้คนอื่นมาทำ”
“ฉันต้องทำ! นายจะต้องไปงานแถลงข่าว ทางที่ดีคือไปดูพิธีเปิดงาน ถ้านายไปรายการทีวีนี้จะต้องดังก่อนออกอากาศ ในเมื่อจะทำแล้วก็ต้องทำกำไรให้ได้มากที่สุดดีไหม?” เขาไม่ไปแล้ว วจะเจอถังซั่วได้ยังไง พี่น้องจะคืนดีกันได้ยังไง
พวกเขาไม่เจอหน้ากัน ไม่คืนดีกัน จุดประสงค์ของโปรเจกต์นี้คือการทำเงินจริง ๆ
“โหรวโหรว เงื่อนไขเยอะจัง……” เขาควรที่จะมีสวัสดิการค่าตอบแทนอย่างอื่นไหม
“นายอยากทำอะไร?” อันโหรวมองเขาที่จู่ ๆ สายตาก็เปลี่ยนไป มันเต็มเปี่ยมด้วยความใคร่ ชายคนนี้พร้อมกลายเป็นหมาป่าอยู่ตลอดเวลา
เธอมาหาเขาที่ห้องทำงาน ไม่ได้มาให้เขากินเสียหน่อย
“กลางคืนค่อยว่ากัน ฉันยังต้องไปคุยเจรจากับฝั่งนั้น นายตั้งใจทำงานไป รอให้ฉันวางแผนให้นาย ถ้านายไม่ไปละก็ ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องกลับบ้าน ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า” เธอดิ้นรนอ ออกจากตัวเขา แต่บางคนกลับกอดแน่นขึ้น
“โหรวโหรว เธออยากจะเห็นฉันกับเขาคืนดีกันจริง ๆ เหรอ? เธอให้อภัยเขาได้เหรอ?” เขามองเธอด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
เหตุผลที่โหรวโหรวทำแบบนี้เพื่อเขาและถังซั่ว แต่ว่าเขานั้นคิดถึงความรู้สึกของเธอมากกว่า
“ฉันเองก็ไม่ได้คิดให้อภัยเขา แต่ถึงยังไงก็ไม่ใช่ความผิดของเขาทั้งหมด เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นพวกเราเองก็คาดไม่ถึง ถังซั่วเองก็คงไม่คิด” พี่น้องต่างต่อต้านกันแบบนี้ดูแค่ในล ละครก็พอแล้ว
ความเป็นจริงโดยเฉพาะถังซั่วและจิ่งเป่ยเฉิน เธอไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
“แล้วถ้าเขาคิด?” เขาถามกลับ
ถังซั่วชอบเธอ เขาไม่เชื่อว่าถังซั่วจะไม่คิด
“จิ่งเป่ยเฉิน เขาไม่มีทางหรอก ถ้าเขาคิดจริง ๆ ทำไมเมื่อก่อนเขาถึงไม่จีบฉัน? นี่ก็พิสูจน์ได้ว่าฉันกับเขานั้นเป็นไปไม่ได้” อันโหรวมองเขาอย่างจริงจัง และจู่ ๆ ก็จับไปที่ใบห หน้าเขาเพื่อหอมแก้ม “ที่รักคะ ฉันไปทำงานก่อน นายเองก็ตั้งใจทำงาน!”
จิ่งเป่ยเฉินตกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ ก็โดนหอมแก้ม มือของเขาคลายออกพลางมองเธอที่เดินจากไป
เมื่อเดินไปอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานก็หยิบปากกาขึ้นมาให้เขา “เซ็นเถอะ! ประธานจิ่ง!”
“โหรวโหรวตอนนี้ยังเสียใจทันนะ” เขารับปากกามาพลางมองเธอด้วยดวงตาสีดำสนิท
“ไม่เสียใจ” ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีความเป็นพี่น้องกันอยู่
จิ่งเป่ยเฉินเซ็นชื่อตัวใหญ่และส่งคืนให้กับเธอ
“ฉันจะรอกินข้าวเที่ยงพร้อมนาย ไม่ต้องดีใจไป” เธอหยิบเอกสารมา ก่อนจะเดินออกไป
เวลานี้ยังเช้าอยู่ เธอโทรศัพท์ไปที่บริษัทถัง
เลขาของถังซั่วเป็นคนรับสาย หลังจากที่เธอแนะนำตัวเอง เธอก็ส่งต่อให้กับถังซั่วทันที
ฝั่งนั้นเงียบมาก เธอรออยู่สักพักถึงได้ยินน้ำเสียงที่อ่อนโยน “พี่สะใภ้”
“นายเรียกฉันพี่สะใภ้แสดงว่านายยังเป็นพี่น้องกับจิ่งเป่ยเฉิน มากินมื้อเที่ยงด้วยกันไหม?
“ได้”
“งั้นฉันส่งที่อยู่ไปให้นาย เจอกัน” เธอวางสายอย่างรวดเร็วและหยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความหาเขา
ก่อนจะไปงานแถลงต้องให้พวกเขาเจอกันก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะพอมีโอกาสคืนดีกันบ้าง หวังว่าพวกเขาจะทำได้ดีนะ!
หลาย ๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในช่วงนี้แย่มาก หวังว่ายังพอมีสักเรื่องที่สามารถเยียวยาใจของเธอได้บ้าง
“เฮ้……..”
เธอมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่หน้าจอเป็นรูปหน่วนหน่วนและหยางหยาง หน้าตาน่ารักขนาดนี้เธอจินตนาการว่าหากในท้องของเธอนั้นมีลูกอยู่ เขาจะน่ารักขนาดไหนกัน
คงจะเหมือนหน่วนหน่วนกับหยางหยางแน่ ๆ ถ้าเป็นลูกชายเธอคิดว่าไม่อยากให้เหมือนจิ่งเป่ยเฉินแล้ว มีหยางหยางที่เหมือนเขาก็พอแล้ว
ถ้าหากว่าลูกสองคนถอดแบบมาคล้ายจิ่งเป่ยเฉิน บรรยากาศภายในบ้านคงเย็นเฉียบ เธอและหน่วนหน่วนจะน่าสงสารเกินไป
ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วเหมือนหน่วนหน่วนก็ดีเหมือนกัน ถ้าเหมือนจิ่งเป่ยเฉิน ลูกสาวที่เย็นชา?
ก็ดูไม่เลว
แต่ว่า…….
ลูกไม่อยู่แล้ว ท้องแบนราบไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
กินมื้อเที่ยงกับจิ่งเป่ยเฉิน ควงแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย
และเดินเข้าไปในห้องโถงด้านใน เมื่อจิ่งเป่ยเฉินเห็นว่าในห้องโถงนั้นมีคนอื่นอยู่ สีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไป
รัศมีแห่งความโกรธนั้นค่อย ๆ ปรากฏออกมาบนใบหน้าที่เคร่งขรึม ถ้าคนที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ดึงเอาไว้ คาดว่าตอนนี้เขาคงเดินกลับออกไปแล้ว
“ทุกคนมาถึงแล้ว สามารถสั่งอาหารได้” เธอหันไปมองบริกรและลากจิ่งเป่ยเฉินไปนั่ง
ขณะที่อยู่ในร้านอาหารเธอก็สั่งอาหารเรียบร้อย ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่มีอารมณ์สั่งอาหารเลยสักนิด เธอจึงจัดการทุกอย่างแทน
ถังซั่วมองดูทั้งคู่ เขาเองก็ไม่รู้ว่าอันโหรวเรียกเขามากินข้าวโดยมีจิ่งเป่ยเฉินแบบนี้ทำไม เขาคิดว่าพวกเขาจะมาคุยกันดี ๆ งั้นเหรอ?
เรื่องครั้งก่อนเป็นความผิดของเขา เขาเป็นหนี้พวกเขา จิ่งเป่ยเฉินจะโกรธก็เข้าใจดี จะไม่สนใจไยดีก็เข้าใจได้
บรรยากาศภายในห้องโถงนั้นเงียบสงบมาก ตัวของจิ่งเป่ยเฉินนั้นมีแต่ไอเย็นราวกับเครื่องปรับอากาศ ถังซั่วที่อยู่ตรงข้ามก็ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง
อันโหรวเห็นพวกเขาเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะนิ่งไปอีกนานแค่ไหน
“พวกนาย…….มีอะไรอยากจะพูดหรือเปล่า? หรือว่าอยากจะกินอะไร? อยากจะสั่งอะไรเพิ่มไหม?” เธอมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินและถังซั่ว
จบแล้ว ทั้งสองคนดูเข้ากันไม่ได้ง่าย ๆ ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่
“โหรวโหรว เธอสั่งอะไรฉันก็ชอบหมด” จิ่งเป่ยเฉินโอบไปที่เอวของเธอและขยับเข้าไปใกล้เธอเล็กน้อย
พวกเขาไม่ได้ออกมาแสดงความรักต่อกัน แต่มาเพื่อคืนดีกันต่างหาก!
“ละครเรื่อง 《คิดถึงเพียงเธอ》มาร่วมงานกันเถอะ!” อันโหรวพูดขึ้น ทั้งชีวิตนี้จิ่งเป่ยเฉินคงไม่อาจคืนดีกัน
“ได้” ถังซั่วตอบอย่างอบอุ่น
“รายละเอียดก็คือ……” เธอเหลือบไปมองผู้ชายข้าง ๆ หวังว่าเขาจะร่วมในการพูดคุย ถ้าเป็นตัวเองจิ่งเป่ยเฉินได้บ้าคลั่งแน่
“พวกคุณกำหนดมาก็พอ” เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาค่อยเพิ่มเติมทีหลังก็ได้
“อืม”
ถังซั่วตอนนี้เขาพูดได้เพียงคำเดียว นี่คือสิ่งที่เรียนรู้จากจิ่งเป่ยเฉินใช่ไหม?
อาหารมาเสิร์ฟ อันโหรวขยับออกจากอ้อมแขนของจิ่งเป่ยเฉิน “ตอนบ่ายยังต้องทำงาน ไม่ดื่มไวน์นะ ดื่มน้ำผลไม้แทน”
“โหรวโหรว เธอต้องดื่มนม” จิ่งเป่ยเฉินยื่นแก้วนมให้เธอตรงหน้า
เขาสั่งนมมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
ไม่คิดเลยว่าเธอจะไม่รู้
“ขอบคุณ” เธอยิ้มตอบ การคืนดีกันนั้นเป็นโปรเจกต์ใหญ่ ไม่สามารถหวังว่าพวกเขาจะคืนดีกันได้หลังมื้ออาหารนี้
แต่ต้องดูเย็นชาขนาดนี้เลยเหรอ?
ภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนและอบอุ่นของถังซั่วเมื่อก่อนหายไปไหน? ตอนนี้กลายเป็นคนเงียบขรึมแล้วหรือไง?
อาหารมื้อนี้นั้น…..ไร้เสียงใด ๆ