อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 493 ผู้ต้องสงสัย
ตอนที่ 493 ผู้ต้องสงสัย
“ผู้ต้องสงสัยเองก็มีสิทธิ์ของตัวเองเหมือนกัน เพียงเพราะมีลายนิ้วมือของเธอบนขวดน้ำก็กล่าวหาว่าเธอคือฆาตกร พวกคุณทำคดีกันแบบนี้เหรอ? ฉันจ่ายเงินประกันไปแล้ว หากหาหลักฐานมาได้แล้วค่อยมาจับ อย่าให้ฉันต้องมาสงสัยในการทำงานของพวกคุณเลย!” ฉีหย่วนหยางเหลือบมองไปที่ตำรวจหญิงพร้อมล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงตัวเอง “ไปเถอะ!”
“ถ้าหากมีคำถามอะไรที่ต้องการจะถามฉัน ฉันก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือแน่นอน แต่ว่าฉันไม่ใช่ฆาตกรจริง ๆ วันนี้ฉันไปกองถ่ายละคร(คิดถึงเพียงเธอ)พวกคุณสามารถไปตรวจสอบดูได้เลย” อันโหรวพูดจบก็เดินออกไปทันที
ความจริงแล้วเธอไม่ได้ต้องการมีส่วนร่วมในทีมกองถ่าย แต่สุดท้ายก็คือหนึ่งชีวิต เธอไม่สามารถที่จะเพิกเฉยได้
ถ้าคนนั้นเป็นฆาตกรตัวจริงคงจะปล่อยให้มีเนื้องอกอยู่ในทีมกองถ่ายไม่ได้หรอก
เธอและฉีหย่วนหยางเดินออกไปพร้อมกัน ความรู้สึกอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่ออยู่ภายในรถ
เมื่อคิดถึงวันนี้ตอนที่เห็นเย่มู่เหยียน เธอหันตัวกลับอย่างไม่สบายใจ
และยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า จิ่งเป่ยเฉินเองก็ไม่อยู่
“เรื่องที่นายจะพูดในวันแต่งงานคือเรื่องอะไร?” จู่ ๆ เธอก็หันหน้าไปถามฉีหย่วนหยางด้วยความตั้งใจ
“เธอรู้หมดแล้วไม่ใช่เหรอ?” เขาหันกลับมาพลางหัวเราะและเอนพิงเบาะอย่างเกียจคร้าน “แต่ว่าฉันนับถือเธอมากเลยนะ! ไม่คิดเลยว่าเธอจะไม่ร้องไห้ฟูมฟายมาหาฉัน! เธอใจกว้างได้ขนาดนั้นเลยเหรอ? เรื่องแบบนั้นอดทนได้งั้นเหรอ?”
ที่แท้เขาก็จะพูดเรื่องเย่มู่เหยียนจริง ๆ
“ฉันไม่ได้ใจกว้าง กลับกัน ฉันคือผู้หญิงที่ใจแคบ แต่ว่า…..เด็กคนนั้นไร้เดียงสา ไม่ว่าเขาจะใช่ลูกของจิ่งเป่ยเฉินหรือเปล่า เด็กก็มีสิทธิ์ที่จะได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ฉันมีสิทธิ์อะไรไปตัดสินให้เขาไม่ได้เกิดมากัน” เด็กอาจจะรับมันได้ แต่สำหรับผู้หญิงนั้นไม่ใช่
“ก็ยังใจกว้างอยู่ดีนั่นแหละ ถ้าหากเป็นสมัยก่อน เมียหลวงคงจะทำลายเด็กไปแล้วแน่นอน!” เขาค้นพบว่าบางครั้งความคิดของอันโหรวก็ไม่เหมือนผู้หญิง
ผู้หญิงควรที่จะมีความเย้ายวนมากขึ้นถึงจะดูเซ็กซี่
“ฉันต้องใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ?” เธอหันออกไปมองวิวด้านนอกหน้าต่าง “เพราะครั้งก่อนเข้าใจเขาผิดเลยบอกว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกของเขา และเขาก็ไม่ได้ฆ่าเด็กในท้องของฉัน แล้วฉันจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง!”
แม้ว่าครั้งก่อนจะไม่มีเรื่อง เธอเองก็คงจะไม่ทำร้ายลูกตัวเองแน่นอน
ฉีหย่วนหยางมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่นิ่งสงบของเธอ จู่ ๆ ก็เข้ามาใกล้พร้อมเลิกคิ้วขึ้น “เธอคงไม่ได้บอกว่าเป็นลูกของฉันหรอกใช่ไหม?”
“นายคงจะคิดมากเกินไปแล้ว” เธอไม่ได้เอ่ยชื่อฉีหย่วนหยางออกมาสักนิดเดียว
“งั้นก็แปลกนะ ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครไปได้ เธอใช้ชื่อแฟนเก่าของเธอมาเป็นเป้าแบบนั้นดูแย่ไปหน่อยหรือเปล่า? ถ้าเขาเชื่อก็บ้าแล้ว ไม่แน่ตอนที่เธอโกหกเขา เขาอาจจะคิดว่าเป็นเขาก็ได้!” เมื่อเปรียบเทียบดูแล้ว จิ่งเป่ยเฉินน่าจะรู้จักอันโหรวดีแน่นอน
เธอจะไปนอกใจได้ยังไง เว้นแต่เธอจะหย่า!
“พวกเธอจะหย่ากันเมื่อไหร่?”
อันโหรวยังคงคิดเกี่ยวกับคำพูดของเขา ผลสุดท้ายก็ต้องหลุดพูดคำนี้ออกมา เธอค่อย ๆ หันหน้ามาและเอนตัวออก
เธอเอื้อมมือไปผลักหน้าอกของเขาให้เขาออกห่าง ก่อนจะพูด “พวกเราจะไม่หย่า”
“งั้นเหรอ? แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นนะ” เขากระตุกมุมปาก ก่อนจะเอนตัวพิงหลังอีกครั้ง “บอกมาเถอะ! ว่าจะให้ส่งเธอไปที่ไหน? บ้านฉันหรือบ้านเธอ? สามีของเธอจะกลับมาเมื่อไหร่?”
เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้เธอจึงพูดอย่างโกรธเคืองว่า “บ้านฉันอยู่แล้ว หยางหยางกับหน่วนหน่วนอยู่ที่บ้าน”
“อย่างนั้นเหรอ! ฉันคงจะคิดถึงพวกเธอน่าดู ขอไปเป็นแขกได้ไหม กลับไปตั้งนาน ให้เธอเป็นเจ้าภาพบ้าง เธอยังไม่ได้เชิญฉันไปกินข้าวอย่างเป็นทางการเลยนะ หยางหยางกับหน่วนหน่วนก็เจอกันไม่กี่ครั้ง เธอทำแบบนี้กับเพื่อนเก่าแบบฉันได้ยังไงกัน?”
ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้เชิญเขาจริง ๆ แต่ว่าวันนี้อาจจะไม่ได้
“จิ่งเป่ยเฉินไม่อยู่ เชิญนายมาไม่ได้ รอให้เขากลับมาแล้วฉันจะเชิญนายนะ”
“อะไร กลัวเขาเข้าใจผิดงั้นเหรอ? เขาสวมเขาให้เธอนะ เธอ…….” ฉีหย่วนหยางมองเธออย่างจริงจัง อยากที่จะเคาะหัวเตือนสติเธอจริง ๆ ในสมองมีปลาว่ายน้ำอยู่หรือยังไง?
สิ่งที่ฉีหย่วนหยางพูดออกมานั้นเธอสามารถเดาได้
เธอยิ้มบาง ๆ “ฉันเชื่อใจเขา”
“เธอเชื่อใจเขา งั้นเธอคงไม่เคยเห็นตอนที่ตัวเขานั้นไม่เชื่อว่าตัวเองทำอะไรลงไปงั้นสิ ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ ทำไมต้องทำร้ายลูกในท้องของผู้หญิงคนนั้น รอให้คลอดออกมาแล้วพิสูจน์ว่าเขาบริสุทธิ์ไม่ดีกว่าเหรอ? โหรวโหรว เพราะเรื่องงานแต่งครั้งก่อนทำให้สนิมขึ้นหัวเธอไปแล้วใช่ไหม?” เขาโมโหแทบจะตาย แล้วดูเธอ!
ไม่คิดว่าจะยังเชื่อใจจิ่งเป่ยเฉินแบบนี้
เธอไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน!
“ผู้ชายมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ในใจของเขามีเธอ แต่พวกเธอไม่ได้เจอกันหลายเดือน ผู้ชายก็มีความต้องการ ถ้าเขาเห็นเย่มู่เหยียนเป็นเธอ? หรือว่าเธอไม่เห็นว่าความจริงแล้วพวกเธอก็แอบคล้ายกันอยู่?” ครั้งแรกที่เขาเห็นคลิปวิดีโอเย่มู่เหยียนนั้นก็รู้สึกว่าคล้ายอันโหรวอยู่เล็กน้อย
“ไม่มีทางจำผิดหรอก” เธอพูดอย่างหนักแน่น
“เธอเอาอะไรมามั่นใจ ใครเอาความเชื่อมั่นมาให้เธอกัน เขางั้นเหรอ หรือว่าตัวเธอเอง?” ความคิดของเธอช่างตลกจริง ๆ
คนตั้งท้องนั้นโง่ไปสามปี เพิ่งจะผ่านไปแค่สองเดือนกว่าเธอกลายเป็นคนโง่อย่างสมบูรณ์ขนาดนี้เลยเหรอ?
“ฉีหย่วนหยาง นายต้องการจะยั่วยุให้หย่ากันใช่ไหม?” สมองของเขาถูกบีบหรือไง?
เธอหย่าแล้วเขาจะมีความสุขเหรอ?
“ฉันแค่อธิบายความจริง ฉันบอกเธอแล้วว่าถึงตอนนั้นอย่าได้ร้องไห้มาหาฉัน รอให้เด็กเกิดมาคงไม่มีเวลาได้ทันร้องไห้แล้ว” เขาแค่เตือนเธออย่างจริงใจ แต่ว่าเธอกลับไม่เห็นค่ามันเลย
“ถึงฉันจะร้องไห้ก็ไม่ไปหานาย” เธอร้องไห้กอดหน่วนหน่วนกับหยางหยางก็ได้!
“เธอนี่น่าเบื่อจริง ๆ เธอโดนความรักครอบงำแล้ว ไม่มีหมอไหนรักษาได้” เขาทำผิดเอง ไม่คิดเลยว่าเมื่อรู้ข่าวอย่างแรกที่ทำคือรีบมาอธิบาย
“ฉันมีสติพอ” เป็นเพราะมีสติถึงได้ไม่ทะเลาะกับเขาและไม่หย่ากับเขา
ถ้าเธอไม่มีสติละก็ ตอนนี้คงได้ทะเลาะกันจนบ้านแตกไปแล้ว
“บางเรื่องก็ไม่ควรที่จะมองเพียงผิวเผิน” จิ่งเป่ยเฉินที่จดจำใบหน้าคนไม่ได้ เขาสามารถจำเย่มู่เหยียนได้ไหม?
“ไม่ใช่มองง่ายแบบนั้น เพราะงั้นบอกฉันหน่อยได้ไหมว่างานแต่งงานของพวกเธอนั้นซับซ้อนแค่ไหน? ท้องก่อนแต่ง? หรือเพราะว่าหน่วนหน่วนกับหยางหยาง? เป็นไปไม่ได้เลย!” เขารู้จักอันโหรวดีว่าไม่ใช่คนแบบนั้น
เธอแต่งงานเพราะถูกบังคับ เธอบอกได้ไหม?
แต่อย่างหลังก็เป็นความสมัครใจ
ตอนนี้สมัครใจเองด้วยซ้ำ
ถ้าวันใดวันหนึ่งที่พวกเขาหย่ากัน……
“ฉันอยากจะถามหนึ่งคำถามจริง ๆ ถ้าเด็กคนนั้นเป็นลูกของจิ่งเป่ยเฉินขึ้นมา เธอจะทำยังไง? พาเขากลับบ้าน ให้เขามาเป็นลูกของตัวเองงั้นเหรอ? เธอจะรับผิดชอบยังไงกับแม่ของเด็ก จิ่งเป่ยเฉินจะต้องรับผิดชอบยังไง? ภายในเก้าเดือนนี้เธอกลับไปเรื่องนี้หน่อยก็ดีนะ” นานแล้วที่เขาไม่ได้โกรธเคืองจนแทบบ้าแบบนี้
ทำไมเธอจะไม่เคยคิด แต่คิดแล้วจะมีประโยชน์อะไร!
เมื่อเห็นเธอเงียบไม่ตอบ ฉีหย่วนหยางก็ยิ่งโมโหมากขึ้นกว่าเดิม
ดวงตาสีพีชที่สวยงามนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ แทบอยากจะดึงใบหน้าที่สงบนิ่งของเธอและถามอย่างดุดันว่าคิดอยากจะเป็นแม่ของลูกคนอื่นจริง ๆ เหรอ!