อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 497 ชาร้อน
ตอนที่ 497 ชาร้อน
มีถ้วยชาร้อนวางอยู่บนโต๊ะของเธอ และช่วงนี้เธอไม่ได้ดื่มกาแฟเลย ถ้าหากมีลูกจริง ๆ ก็ควรจะเตรียมตัวล่วงหน้าเอาไว้เผื่อจะดีกว่า
เธอก้มหน้าลง หลินจือเซี๋ยวก็รีบร้อนเดินเข้ามา
“โหรวโหรว เหมือนว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว ทำยังไงดี?” เธอเพิ่งดูหน้าเว็บและพบว่ามีเรื่องของเหอเหมียวเต็มไปหมด
และตอนนี้ความคิดเห็นต่างก็มีมากเลยทีเดียว!
เพราะอันโหรวเป็นภรรยาของจิ่งเป่ยเฉิน แม้แต่ตำรวจเองก็ยังไม่กล้าที่จะกักขัง หรือว่าจะให้ฆาตกรนั้นหนีลอยนวลไป!
สามารถที่จะควบคุมความคิดเห็นของคนอื่น ๆ ได้ ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวละครที่ทรงพลังจริง ๆ
อันโหรวเลื่อนดูข่าวต่าง ๆ ที่ปรากฏบนเว็บเพจที่ทุกคนนั้นเกือบจะต่อต้านเธอ เป็นการดีที่จะใช้ประโยชน์จากความคิดเห็นของสาธารณชน
ตำรวจจะมาหาเธออีกครั้งแน่นอน เธอคงต้องไปสถานีตำรวจอีก
ครั้งหน้าจะไม่ให้จิ่งเป่ยเฉินตามเธอไปอีกแน่นอน ถึงแม้ว่าจะกักขังเพียงชั่วคราว แต่เธอไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย จะต้องไม่เป็นอะไรแน่
“โหรวโหรว…..” หลินจือเซี๋ยวมองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอ ก่อนจะเดินเข้าไปอยู่ตรงหน้าเธอและมองไปที่เว็บเพจ “มันดูไร้สาระมากจริง ๆ เธอจะไปฆ่าคนอื่นได้ยังไงกัน! ถึงจะฆ่าก็ไม่จำเป็นที่เธอจะต้องลงมือเองหรอกใช่ไหม?”
อันโหรวเหลือบไปมองเธอ “ทำไมฉันจะต้องไปฆ่าเธอด้วย?”
“ฉันคิดว่าเธออาจจะฆ่าตัวตาย ชีวิตดูไม่มีความสุข หรือไม่ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ เพราะงั้น……” หลินจือเซี๋ยวคิดว่าการคาดเดาของเธอนั้นมีที่มา ถึงยังไงเหอเหมียวก็…….
ฆ่าตัวตาย?
ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ว่าความคิดแบบนี้ก็ไม่เลว
หลินจือเซี๋ยวมองเห็นเธอกระตุกปากขึ้นมาอย่างกะทันหัน จู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบเล็กน้อย “โหรวโหรว เธอ…….”
“ฉันไม่เป็นอะไร ถ้าฉันจะต้องไปสถานีตำรวจอีกครั้ง จำเอาไว้นะว่าต้องช่วยฉันขวางจิ่งเป่ยเฉินเอาไว้!” ถ้าหากเขาตามเธอไป แล้วคนในเมือง A จะพูดถึงเขายังไง
พลังอำนาจมากจนสามารถปกป้องเธอในฐานะ ‘ฆาตกร’ เธอไม่อยากจะให้เขาเป็นเป้าศูนย์กลางความคิดเห็นของสาธารณชน
แต่ถ้าเป็นเย่มู่เหยียนที่ทำกับเธอจริง ๆ เย่มู่เหยียนกำลังตั้งท้อง ส่วนเด็กในท้องก็อาจจะเป็นลูกของเขา จะให้เธอเข้าคุกได้ยังไง?
“เธอให้ความสำคัญกับฉันมากเกินไปแล้ว ฉันจะไปขวางบิ๊กบอสอยู่ได้ยังไง!” หลินจือเซี๋ยวเม้มริมฝีปาก เธอไม่กล้าขวางหรอก
“ก็ยังมีฉีเซิ่งเทียนไม่ใช่เหรอ?” ถ้าพวกเขาช่วยกันก็อาจจะขวางเอาไว้ได้
“โหรวโหรว ฉันว่าเรื่องนี้มุ่งเป้ามาที่เธอ บิ๊กบอสเป็นห่วงเธอขนาดนั้น เธอจะต้องไปสถานีตำรวจอีก ถ้าเขาไม่ตามเธอไปก็แปลก!” บินกลับมาจากต่างประเทศแล้ว ทำไมจะต้องให้เธอไปที่นั่นคนเดียวด้วย ไม่มีทางหรอก
“ไม่ใช่ทั้งหมดที่พุ่งเป้ามาที่ฉัน” อันโหรวมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะคลิกหน้าถัดไป “เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าเรื่องนี้อาจจะมุ่งไปที่บริษัทจิ่ง”
ไม่เพียงแต่จะเกี่ยวข้องกับกองถ่ายเรื่อง (คิดถึงเพียงเธอ)แต่ยังเกี่ยวข้องกับจิ่งเป่ยเฉินและโยงไปถึงบริษัทจิ่งด้วย ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทได้รับผลกระทบอย่างมาก
อันโหรวสังเกตว่าหลินจือเซี๋ยวเหลือบมองเธอ “ช่วงนี้มีโปรเจกต์ใหญ่อะไรบ้างไหม?”
“มีโปรเจกต์มากมายอยู่ตลอด โปรเจกต์ใหญ่ก็เยอะ โหรวโหรว เธอสงสัยว่ามีคนที่อยู่เบื้องหลังงั้นเหรอ? เธอบอกว่าวันนั้นเธอเจอเย่มู่เหยียน ถ้าเป็นเธอก็อาจจะเป็นไปได้ ถึงยังไงเธอก็เป็นคนในวงการบันเทิง เธอเก่งเรื่องปั่นกระแสอยู่แล้วนี่” ดาราต้องอาศัยเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
“ที่เธอพูดมา…..ก็ดูมีเหตุผลอยู่” แต่เธอรู้สึกว่าไม่สบายใจเท่าไร ไม่ใช่เพราะว่าตัวเองแต่รู้สึกว่ามีมือที่คอยอยู่เบื้องหลังเสมอ
“งั้นฉันไปก่อนนะ เธออย่าซีเรียสมากเกินไป ต้องไม่มีอะไรแน่!” หลินจือเซี๋ยวตบบ่าของเธอ ก่อนจะออกไปจากห้องทำงาน
“ฝากส่งโปรเจกต์ในช่วงนี้มาให้ฉันทางอีเมลด้วยนะ ฉันขอดูหน่อย” ช่วงนี้เธอเพิ่งจะทำงานง่าย ๆ งานสำคัญ ๆ นั้นเป็นหลินจือเซี๋ยวที่รับผิดชอบ
“OK” หลินจือเซี๋ยวทำท่าทาง
ในเมื่อเธออยากจะเช็กดูก็ให้เธอดูแล้วกัน
ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ได้รับโปรเจกต์ของบริษัทจิ่งในกล่องจดหมาย เธออ่านมันอย่างตั้งใจ แต่ยังไม่ทันจะอ่านจบก็มีเงาดำปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาก็รู้ว่าใคร เพราะงั้นเธอจึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขา
“ฉันกำลังยุ่ง มีเรื่องอะไรค่อยคุยกันตอนเย็น” เธอพูดจบก็รู้สึกได้ว่าร่างนั้นกำลังเคลื่อนไหว
เธอเงยหน้ามองจิ่งเป่ยเฉินที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เย็นชา พร้อมร่องรอยความโกรธผ่านดวงตา คนนี้……
ใครยั่วโมโหเขากัน?
“เป็นอะไร?” เธอถาม
“เธอกำลังยุ่งอะไร?” จิ่งเป่ยเฉินเดินมาที่ข้างตัวเธอและก้มมาใกล้เธอพลางมองดูอย่างจริงจัง “ที่รัก ฉันคิดว่าเธอควรจะพักผ่อน”
“ฉันยังเป็นเลขาของนายอยู่ นายคงไม่ได้ลืมไปหรอกใช่ไหม?” นี่เขาเห็นเธอเป็นพนักงานอย่างเป็นทางการบ้างหรือเปล่า นี่เธอทำงานอยู่ที่นี่มาเกือบปีแล้วนะ
เธอมองเขาพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะดึงแขนเสื้อขึ้น “นายดูความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า? ฉันไม่เป็นอะไร ไปติดคุกสองสามวันถือว่าได้สัมผัสชีวิตแล้ว”
คำพูดปลอบโยนของเธอไม่ได้ทำให้เขามีความสุข แต่กลับทำให้สีหน้าเคร่งขรึมของเขานั้นเข้มขึ้น
“เธอคิดว่าติดคุกเป็นสถานที่ดีเหรอ?” ภายในหัวสมองของเธอนั้นช่วยคิดให้เป็นปกติหน่อยได้ไหม
“ที่รัก พวกเราควรจะคุยเรื่องอื่นกันบ้าง!” เธอเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
คำร้องขอของภรรยานั้น บิ๊กบอสเชื่อฟังโดยทันที
……
ที่แท้ความกดดันจากความคิดเห็นของสาธารณชนนั้นมีมากจริง ๆ อันโหรวใช้คำพูดหว่านล้อมมากมายเพื่อไม่ให้จิ่งเป่ยเฉินไปสถานีตำรวจ
การนั่งรถตำรวจอีกครั้ง ฟังเสียงรถไซเรน ภายในใจของเธอนั้นแตกต่างออกไปจากเมื่อวาน โดยเฉพาะด้านข้างรถพวกเขานั้นมีรถนักข่าวมากมายที่ขับตามมา
ระหว่างทางไปสถานีตำรวจนั้นมีรถพวกเขาตามมาตลอดทาง ได้มีการถามไปเมื่อเช้า เธอต้องอยู่ที่นี่ชั่วคราว อยู่ในห้องแยกขังที่มีอุณหภูมิห้องที่เย็นเฉียบ
โชคดีที่เป็นฤดูร้อน อากาศเย็นแบบนี้ก็ดี เตียงเล็ก ๆ ก็ดูสะอาด
เธอไม่ได้กังวลเรื่องตัวเอง แต่เธอกังวลว่าหน่วนหน่วนกับหยางหยางจะคิดถึงเธอ พวกเขาจะต้องเป็นกังวลอย่างแน่นอน
ค่ำคืนนี้มีอากาศหนาวเย็นและเป็นคืนแรกที่พักอยู่ที่นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิต
ที่แท้ก็มาสัมผัสประสบการณ์ชีวิต หวังว่าคงจะไม่ทำให้หยางหยางและหน่วนหน่วนตกใจ
มีจิ่งเป่ยเฉินอยู่ที่นั่นก็คงจะไม่มีอะไร
แต่ว่าสภาพแวดล้อมที่เธออยู่นั้นทำให้นอนไม่หลับจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเข้ามาเองแท้ ๆ แต่ว่าตอนนี้…….
อยู่ที่นี่คนเดียว ไม่มีแม้แต่คนให้พูดคุยด้วย ความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวก็ผุดขึ้นมา
ถ้าเป็นเย่มู่เหยียนจริง เธอจะทำยังไงดี?
ภายในหัวนั้นคิดถึงคำพูดของฉีหย่วนหยาง เขาที่ดูเกียจคร้านราวกับว่าไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย
เพราะว่าเธอนั้นเป็นคนโง่เขลาจริง ๆ เลี้ยงปลาอยู่ในสมอง ยอมรับได้แม้กระทั่งเรื่องนั้น
เธอยอมรับได้งั้นเหรอ?
ความจริงแล้วเธอรับมันไม่ได้เลย
แต่รับไม่ได้แล้วจะให้ทำยังไง?
ก็ยังต้องยอมรับเพราะเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เธอยอมรับเด็กได้ แต่ไม่มีทางยอมรับแม่ของเด็กได้
ตอนนี้เรื่องที่เธอควรกังวลคือ…..ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกัน เธอจะต้องทำตัวยังไง?
หย่าอย่างนั้นเหรอ?