อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 519 เรื่องเขาขอแต่งงานไม่มีทางตอบตกลงแน่ ๆ
ตอนที่ 519 เรื่องเขาขอแต่งงานไม่มีทางตอบตกลงแน่ ๆ
“อะไรที่เซี๋ยวเซี๋ยวชอบนั้น เมื่อฉันต้องการแต่งงาน ฉันก็จะทำให้เธอเอง” ตอนนี้เขายังจำสิ่งที่หลินจือเซี๋ยวเคยพูดไว้ได้ และเรื่องเขาขอแต่งงานคงไม่มีทางตอบตกลงแน่ ๆ
“ขอแต่งงานมันก็ดี แต่เรื่องทะเบียนสมรสนายจัดการแล้วหรือยัง?” ถ้าหากยังไม่จัดการให้เรียบร้อยละก็ หลินจือเซี๋ยวคงไม่ตกลงแต่งงานแน่ ๆ
“ใกล้เรียบร้อยแล้ว” เขาจะลากเฉินเหยียนให้ไปหย่า มันจะได้จบ ๆ เสียที
“อืม ว่าแต่ทำไมนายไม่ไปหาพี่ชายนายแล้วพาไปกินข้าวสักมื้อ” ที่เธอพูดไปแบบนี้เขาจะเข้าใจมันหรือเปล่านะ
เธอจึงเอ่ยเสริมอีกประโยคหนึ่ง “นัดเฉินเหยียนไปด้วยเลย”
“พี่สะใภ้ เรื่องเฉินเหยียนเดี๋ยวผมต้องจัดการให้เรียบร้อยแน่ ที่สำคัญก็คือเซี๋ยวเซี๋ยวนี่แหละ” ความคิดของเขาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่เฉินเหยียนเลยสักนิดเดียว
เธอคงไม่ชอบตัวเขาอีกรอบแน่ ๆ ไม่ว่ายังไงการหย่าก็ต้องเกิดขึ้น
“อืม….” ดวงตาที่งดงามของอันโหรวมองไปที่เขา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ฉันมีความคิดดี ๆ อยู่นะ”
“พี่สะใภ้ ลำบากพี่แล้วจริง ๆ พี่อยากดื่มอะไรหรือเปล่า? คืนนี้ให้ผมเลี้ยงข้าวพี่ไหม?” ฉีเซิ่งเทียนเดินมาหาพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจง
อันโหรวยืนอยู่กับที่ไม่ได้ขยับไปไหน เรื่องติดสินบนอะไรของเขานั้น เธอไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด “ฉันจะบอกความคิดดี ๆ ให้ แต่เอาไว้หลังจากที่นายจัดการเรื่องของเฉินเหยียนให้เสร็จสิ้นก่อนนะ”
“ได้แน่นอน พี่สะใภ้ไม่ต้องห่วง!”
……
ไม่กี่วันต่อมา ฉีเซิ่งเทียนก็ไม่ได้เข้าบริษัท เหมือนเขาบอกว่าจะไปทำเรื่องหย่าและก็จัดการเรื่องราวพวกนี้ได้ค่อนข้างรวดเร็ว
อันโหรวรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ทำไมจู่ ๆ เฉินเหยียนถึงได้ตกลงหย่าง่าย ๆ แบบนี้?
เมื่อนั่งอยู่ในรถจึงหันหน้าไปมองชายที่มีอารมณ์เย็นชาที่อยู่ข้าง ๆ เธอ “หรือเป็นเพราะคุณชายฉี? เพราะแบบนั้นเฉินเหยียนเลยยอมตกลงหย่า?”
“อาจจะเป็นไปได้”
“ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องมากังวลวุ่นวาย เพราะถามอะไรนายไปก็ไม่เคยหลุดออกมาจากปากเลยสักนิด เดี๋ยวนายก็จะ…..” เธอรู้ดีว่าการที่จะให้ถังซั่วกับเขาคืนดีกันมันเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ใช่ว่าเธอจะลองไม่ได้
“โหรวโหรว ถ้างั้นเธอจะมีความสุขไหม?” อันที่จริงเขาคิดถึงความรู้สึกของเธอมากกว่า
“มีความสุขสิ แน่นอนว่าจะมีความสุขเมื่อพวกนายดีกันแล้ว” เธอแค่อยากให้พวกเขาคืนดีกัน เธอเลยพยายามอย่างเต็มที่ที่จะโปรโมทละคร (คิดถึงเพียงแต่เธอ) ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้สำคัญสำหรับบริษัทจิ่งเลยสักนิดเดียวก็ตาม
จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอที่กำลังยิ้ม ใบหน้าที่หล่อเหลาค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะเอ่ยปากพูดเบา ๆ “แต่….ฉันไม่มีความสุขนี่สิ”
เขาไม่สามารถมีความสุขได้
เมื่อเห็นถังซั่วก็พลันคิดไปถึงภาพที่เกิดขึ้นในโรงแรมเมื่อครั้งนั้น เขานอนทับอยู่บนตัวของโหรวโหรว ซึ่งตัวโหรวโหรวเองก็กำลังเลือดไหลออกมา ภาพนั้นมันยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขา ชั่วชีวิตนี้เขาคงจดจำมันเอาไว้ตลอดแน่นอน ยากที่ลบเลือนมันออกไปได้
“ฉันรู้ว่านายให้อภัยเขาไม่ได้ง่าย ๆ แต่ภายในใจของนายไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเลยเหรอ การเกลียดใครสักคนมันเจ็บปวดมากเลยนะ” เธอรู้ดีว่าหัวใจของเขาก็เศร้าไม่แพ้กัน
ริมฝีปากบาง ๆ ของเขาค่อย ๆ แตะไปที่หน้าผากของเธอ ไม่ช้าเขาก็ขยับปากพูดเบา ๆ “โหรวโหรว เกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉันคงให้ไม่ได้”
เมื่อเขาเอ่ยคำพูดแบบนี้ ลมหายใจร้อน ๆ ก็ยังคงประทับอยู่ที่หน้าผากของเธอ เธอแทบไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆ ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ
การเกลียดใครสักคนย่อมเป็นทุกข์ บางทีมันอาจจะรู้สึกดีกว่าการให้อภัยใครสักคน
แต่การที่จิ่งเป่ยเฉินอยู่ที่นี่ บางทีการที่เขาแบกเรื่องนี้เอาไว้ เก็บความเกลียดเอาไว้ในใจแบบนี้ มันอาจจะช่วยทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นก็ได้
เพราะถ้าหากเขาให้อภัยจริง แบบนั้นก็คงอึดอัดน่าดู
การคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ เผลอ ๆ บางทีเขาอาจจะโกรธมานานหลายเดือนแล้วก็ได้
ทารกตัวน้อยเองก็จากไปนานมากแล้วด้วย ต่อให้เขาโกรธก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เด็กคนนั้นกลับมาไม่ได้แล้ว
เขากอดเธอไว้แบบนั้น ปล่อยให้เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่คุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความห่วงใยและความกังวลต่าง ๆ ที่เขามี
เธอเองก็อยากจะให้เขามีความสุขเช่นกัน
“เอาเถอะ นายค่อย ๆ โกรธไปก็แล้วกัน เก็บมันไว้ทั้งหมดกับตัวเลย! อดทนไว้ชั่วชีวิต จะได้รู้ไปเลยว่าสุดท้ายจะทำให้ตัวเองอึดอัดหรือเจ็บปวดไหม” เธอพูดอะไรไปก็ดูไร้ประโยชน์ เขาไม่คิดจะฟังเธอเลยสักนิดเดียว
จิ่งเป่ยเฉินปล่อยเธอออกเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้ามองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอ “โกรธเหรอ?”
หรือเป็นเพราะเขาโกรธถังซั่ว เพราะงั้นตอนนี้เธอเลยมาโกรธเขาแทน
“เปล่า” เธอไม่ได้โกรธมาก แค่มีน้ำโหนิดหน่อยเท่านั้นเอง
“หลังจากนี้ฉันจะไม่สนใจแล้ว ไม่ว่าพวกนายสองคนคิดจะทำอะไรก็ช่าง!” ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของพวกเขา บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถเข้าใจมันได้
จิ่งเป่ยเฉินโกรธมากขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะถังซั่วเป็นพี่น้องกับเขาก็ได้
ถ้าหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นละก็ ป่านนี้คงถูกเขาทรมานจนมีชีวิตครึ่งเป็นครึ่งตายไปนานแล้ว แต่นี่เป็นถังซั่ว เพราะงั้นเขาเลยไม่สามารถทำแบบนั้นกับถังซั่วได้
มือที่จับไปแผ่นหลังของเธอค่อย ๆ รัดแน่นขึ้น “เธอไม่ต้องสนใจเรื่องเขาหรอก สนแค่ฉันก็พอ”
“อืม……” เธอตอบกลับอย่างราบเรียบ
ในงานแถลงข่าว เธอกับจิ่งเป่ยเฉินรู้อยู่แล้วว่าเย่มู่เหยียนเองก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน
เธอเป็นแค่นักแสดงรับเชิญของเรื่องนี้เท่านั้น เธอไม่มีบทเด่นเป็นพิเศษในเรื่องนี้ อีกอย่างค่ำคืนนี้ตัวเรื่องเองก็จะฉายตอนสองทุ่ม อันที่จริงบทของเธอในเรื่องนี้น้อยมากด้วยซ้ำไป
แต่ด้วยอิทธิพลที่เธอมียังคงยิ่งใหญ่อยู่ อีกทั้งข่าวเรื่องการตั้งท้องของเธอก็แพร่กระจายไปทั่ว ดังนั้นสื่อจึงเกาะติดไล่ตามเธอเพื่อขุดหาว่าพ่อของลูกในท้องเธอนั้นคือใคร
ในโลกอินเทอร์เน็ตเองก็มีหัวข้อนิยมอีกด้วย ให้เดาว่าพ่อของลูกเธอนั้นเป็นใคร แน่นอนว่าในรายชื่อพวกนั้นไม่มีชื่อของจิ่งเป่ยเฉินอยู่เลย
ในงานแถลงข่าวเย่มู่เหยียนและพวกเขาต่างก็ทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้าต่อกันและกัน ไม่มีคำพูดคำจาเอ่ยทักทาย แม้แต่ตาก็ยังไม่ได้มอง
เธอสวมชุดสีขาว รองเท้าส้นสูงต่ำ และเสื้อคลุมตัวยาว พร้อมกับใบหน้าที่แต่งเบา ๆ ตอนนี้ท้องของเธอยังไม่เด่นมากเท่าไร ยังดูเรียบแบนปกติ แต่เมื่อมองดูคนกลับเผยรัศมีของความเป็นแม่ออกมาเบา ๆ มันละมุนเมื่อยิ้มและยิ่งดูงดงามเมื่อชายตามอง
อันโหรวยืนอยู่ตรงหน้าจิ่งเป่ยเฉิน พร้อมกับแก้วน้ำผลไม้ในมือ “เย่มู่เหยียนยิ่งดูก็ยิ่งสวย หลังจากเด็กคลอดออกมาคงสวยมากแน่ ๆ”
“เธอสวยกว่ามาก ลูก ๆ ของพวกเราก็น่ารักและงดงามที่สุด” จิ่งเป่ยเฉินมองดูท่าทางของเธอ ส่วนเย่มู่เหยียนนั้นเป็นใครก็ช่าง เขาจำไม่ได้เลยสักนิดเดียว ถ้าหากไม่ใช่เพราะโหรวโหรวคอยเตือน เขาก็คงลืมไปแล้ว
สภาวะจดจำใบหน้าไม่ได้นี่นับว่าค่อนข้างร้ายแรง ก่อนหน้านั้นเขาแทบไม่เคยสังเกต จึงไม่ได้สนใจปัญหานี้มากเท่าไร
“ขอบคุณสำหรับคำชมละกัน” เธอเผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา
อันที่จริงเมื่อเธอมองไปที่เย่มู่เหยียน หัวใจของเธอก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามเด็กในท้องของเธอก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเป็นลูกของผู้ชายตรงหน้าเธอ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา มันรู้สึกเจ็บปวดจริง ๆ
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นถังซั่วกับอิงเจ่ว์เยว่ที่กำลังเดินมาหาพวกเขา ท่าทางแบบนั้นดูเหมือนถังซั่วน่าจะถูกอิงเจ่ว์เยว่ลากมาด้วย
บางทีอาจจะเป็นไปได้ที่อิงเจ่ว์เยว่นั้นรู้ว่าความสัมพันธ์ของจิ่งเป่ยเฉินกับถังซั่วตอนนี้ไม่ค่อยดี จึงคิดอยากจะช่วยให้พวกเขาเข้าใจกัน
ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ช่าง ทั้งสองคนคงไม่มีทางอยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้วแน่ ๆ เมื่อครั้งนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ดื่มไวน์กันไปค่อนข้างเยอะ
แต่ถ้าหากสามารถคืนดีกันได้ก็คงจะดีไม่ใช่น้อย
“ประธานจิ่ง คุณนายจิ่งผิวพรรณของคุณดีมากเลยนะ! ชอบงานใหญ่โตแบบนี้หรือเปล่า?” อิงเจ่ว์เยว่พาถังซั่วเดินเข้ามาหา ก่อนจะปล่อยแขนเขาออก
“หวังว่าเรตติ้งจะดีนะ” อันโหรวเผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะรู้สึกถึงบรรยากาศที่ดูปกติข้าง ๆ ตัวเธอ
บรรยากาศโดยรอบล้วนแล้วไม่ต่างอะไรกับภาพลวงตาสักเท่าไร
“ต้องดีอยู่แล้ว!” อิงเจ่ว์เยว่ยิ้มก่อนจะชนแก้วกับเธอและยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ
“ฉันเคยบอกกับเธอแล้วไม่ใช่เหรอ จำไม่ได้หรือไง เดี๋ยวนักข่าวก็มาหาเธอแล้วนะ!” ถังซั่วมองไปที่แก้วไวน์ในมือของเธอ สายตาที่อ่อนโยนของเขาตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ
“นายยุ่งเกินไปหรือเปล่า? ฉันดื่มแค่นิดหน่อยเอง เดี๋ยวก็ขึ้นไปบนเวทีแล้ว อีกอย่างฉันเองก็ชอบดื่มจะตาย นักข่าวไม่ได้กลิ่นหรอก ไม่มีทางเห็นมันแน่! ฉันไม่มีทางปล่อยให้ภาพลักษณ์เสียหรอก ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองเมาด้วย” อิงเจ่ว์เยว่วางแก้วไวน์ลงด้วยความโกรธเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ ออกมาพลางสูดลมหายใจอีกครั้งและเดินออกไป!
ท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อันโหรวเองก็เพิ่งเคยเห็นถังซั่วดุใส่ผู้หญิงคนอื่นแบบนี้เป็นครั้งแรก
“ใกล้จะเริ่มแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะ” ถังซั่วมองไปที่พวกเขา สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร และเขาก็เดินออกไป