อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 520 การคืนดีที่สิ้นหวัง!
ตอนที่ 520 การคืนดีที่สิ้นหวัง!
การคืนดีที่สิ้นหวัง!
อันโหรวจ้องมองไปยังชายที่ดูเหมือนประติมากรรมน้ำแข็งข้าง ๆ “หลังจากนี้พวกเราจะไม่ทำเรื่องแบบนี้อีกเด็ดขาด ฉันจะคอยดูพวกคุณนั้นอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าไปอีกหลาย ๆ ปีเลย”
เมื่อถึงเวลานั้นคงจะน่าขบขันน่าดู ชายชราทั้งสองคนเจอหน้ากันแต่ไม่ยอมคุยกัน
“ที่รัก ความปรารถนาของเธอ ฉันจะพยายามทำมันให้สำเร็จแน่นอน” ทันใดนั้นจิ่งเป่ยเฉินก็โอบเธอไว้แน่น “รอฉันก่อนนะ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”
“อืม!” เธอเดินตามเขาออกไปข้างนอก แต่ว่าเธอไม่ได้เดินขึ้นไปบนเวทีด้วย
ถังซั่วและจิ่งเป่ยเฉินที่อยู่บนเวทีนั้นไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่บรรยากาศวันนี้ดูแปลกไปเล็กน้อยราวกับว่าทุกคนดูไม่มีความสุขเลย
เกิดอะไรขึ้นกับคนอื่น ๆ กัน?
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเหนื่อยล้าและคิดถึงหยางหยางกับหน่วนหน่วนขึ้นมา เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรและมองไปบนเวที ก่อนจะค่อย ๆ ออกมาจากตรงนั้นอย่างช้า ๆ เพื่อคุยโทรศัพท์กับหยางหยางและหน่วนหน่วน
ไม่นานฝ่ายปลายสายก็รับโทรศัพท์ เสียงหวาน ๆ ของหน่วนหน่วนดังขึ้น “แม่จ๋า คิดถึงแม่จ๋าจังเลยค่ะ เมื่อไหร่จะกลับมาเหรอคะ?”
“แม่จ๋าก็คิดถึงพวกหนูนะคะ แม่จ๋ากับพ่อจ๋ากำลังทำงาน กลับบ้านดึกหน่อยนะคะ แล้วพี่อยู่ไหน?”
“พี่ชายไม่อยู่ค่ะ ออกไปกับโค้ชแล้ว” หน่วนหน่วนตอบอย่างเชื่อฟัง
อันโหรวนึกขึ้นได้ว่าหยางหยางกำลังเรียนเทควันโดอยู่ ทั้ง ๆ ที่เธออยากจะเลี้ยงหยางหยางเป็นสุภาพบุรุษ หลังจากนี้สุภาพบุรุษตัวน้อยของเธอจะกลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่งหรือเปล่า?
“งั้นหน่วนหน่วนเป็นเด็กดีอยู่บ้านก่อนนะคะ อย่าได้วิ่งเล่นจนบาดเจ็บเชียวนะ แม่จ๋า…….” เธอยังไม่ทันพูดจบก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านหลัง
เกิดเรื่องอะไรขึ้น?
“เดี๋ยวแม่จ๋าจะรีบกลับไปนะ บายบาย” เธอพูดจบก็เดินไปด้านนอก เมื่อได้ยินหน่วนหน่วนพูดลาเธอจึงวางโทรศัพท์และเดินเข้าไปด้านในห้องโถง
เธอเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งจากอีกฟากของเวที นักข่าวต่างวิ่งไปอีกฟากของเวที แสงแฟลชวูบวาบพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ตามมาด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
เธอมองคนที่อยู่บนเวทีก็เดาได้ทันทีว่าคนที่อยู่ตรงกลางนั้นคือเย่มู่เหยียน
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!
เด็กคงจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?
เธอรีบวิ่งขึ้นไปบนเวทีทันที เธอคิดอยากจะไปดูสถานการณ์ แต่กลับถูกจิ่งเป่ยเฉินนั้นรั้งเอาไว้ “โหรวโหรว”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เธอไม่ได้อยู่บนเวทีอยู่ดี ๆ หรอกเหรอ? ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ตกจากเวที?
“เธอโดนคนอื่นชนโดยไม่ได้ตั้งใจ รถพยาบาลกำลังมา ไม่นานก็ถึงแล้ว เธอไม่ต้องเป็นห่วง” จิ่งเป่ยเฉินรู้ว่าเธอนั้นเป็นห่วงเด็กในท้อง
เธอนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเด็กเลย แต่ว่าเธอรักเด็ก ทนไม่ได้ที่เด็กน้อยจะได้รับบาดเจ็บ
ถูกคนอื่นชนงั้นเหรอ?
ทำไมถึงบังเอิญถูกคนชนได้?
เธอยังคงคิดไปอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าชายตรงหน้านั้นมาขวางเธอเอาไว้ราวกับกำแพงหนา มือทั้งสองข้างของเขาจับเธอไว้พลางจ้องมองเธอด้วยสายตาสีดำสนิท
สถานการณ์ตอนนี้วุ่นวายมาก “พวกเราลงไปคุยกัน!”
เธอดึงจิ่งเป่ยเฉินลงมาจากเวที สถานการณ์ด้านหลังนั้นส่งเสียงวุ่นวายจอแจอยู่ตลอด
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกสับสนวุ่นวาย ถ้าเด็กไม่อยู่แล้วจริง ๆ เย่มู่เหยียนกับจิ่งเป่ยเฉินก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน ก็จะไม่มีเรื่องแปดเดือนหลังจากนี้
แต่ว่ายังไงก็เป็นหนึ่งชีวิต เธอรับไม่ได้ เด็กน้อยบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่อง ผู้ใหญ่เป็นคนผิดแล้วทำไมเด็กต้องมาแบกรับด้วย!
เธอลากเขาเข้ามาในห้องพักและล็อกกลอนประตู หันมามองใบหน้าที่เย็นชาของเขา ก่อนจะกำมืออย่างประหม่า ไม่สบายใจ และเจ็บปวด หรือว่าถึงตาที่เธอจะรู้สึกพูดไม่ออก
“นายทำใช่ไหม?”
เขาคงไม่คิดอยากจะให้เด็กเกิดมา ถ้าเด็กเกิดมา ระหว่างพวกเขาก็ต้องมีช่องว่างอย่างแน่นอน
ช่วงงานแต่งงานของพวกเขา หลังจากที่เขารู้ว่าเย่มู่เหยียนท้อง ความคิดแรกของเขานั้นคือทำลายเอาเด็กออก
เธออดไม่ได้ที่จะสงสัยเขา
เขามองดูใบหน้าที่แสร้งเป็นเข้มแข็งของเธอ แม้ว่าริมฝีปากชมพูระเรื่อจะพูดออกมาแต่กลับดูเจ็บปวดหัวใจอย่างมาก
“ไม่ใช่”
เขารู้ว่าเขาไม่ควรจะทำแบบนั้น ถึงครั้งก่อนจะไม่สำเร็จ แต่เขาก็รับปากกับเธอแล้วว่าจะให้ลูกของเย่มู่เหยียนเกิดมา จะไปทำเรื่องแบบนั้นอีกได้ยังไง
หลังจากที่ได้ฟังเพียงไม่กี่ประโยคจากเขา เธอควรจะเชื่อเขาไหม?
เพิ่งจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เป็นเพียงอุบัติเหตุจริง ๆ เหรอ?
“เพราะงั้น……ไม่ได้เกี่ยวกับนาย เป็นอุบัติเหตุจริง ๆ” ถึงยังไงเธอก็ไม่ได้เห็นกับตา ไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริง
มาคาดเดาเขาแบบนี้ก็คงจะไม่ดี
“โหรวโหรว ฉันรับปากเธอไว้แล้วไง ลูกในท้องของเธอนั้นไม่ใช่ลูกของฉัน ให้เธอนั้นได้คลอดออกมาอย่างปลอดภัยแล้วทำเรื่องพิสูจน์” มือทั้งสองข้างของเขาโอบแผ่นหลังของเธอไว้
เธอจ้องมองดวงตาสีดำที่ไร้ก้นบึ้งคู่นั้น สามีของเธอ คนที่เธอเชื่อใจ ทำไมต้องมาสงสัยเขาอย่างไร้เหตุผลด้วยนะ!
ซ่อนความสงสัยเอาไว้ในใจแล้วถามอย่างใจเย็น “งั้นพวกเราควรไปดูเธอหน่อยไหม?”
“ไปตอนนี้คงถูกนักข่าวถ่ายรูปแน่นอน”
และอาจจะมีนักข่าวติดตามเป็นเถาวัลย์ หรือไม่ก็สุ่มเดาเรื่องไปต่าง ๆ นานา เพื่อเขียนข่าวบันเทิง
“ไม่เป็นไร พวกเราและถังซั่วจะไปด้วยกัน หรือไม่ก็ไปกับกลุ่มกองถ่าย (คิดถึงเพียงเธอ) นายเป็นโปรดิวเซอร์ เธอเป็นนักแสดง นายควรจะเป็นห่วงนักแสดง!” เธอจับเนกไทของเขา “อีกอย่างฉันจะไปกับนายด้วย ดูว่านักข่าวจะเขียนยังไง”
“โหรวโหรว การเคลื่อนไหวของเธอแบบนี้…..อันตรายนะ” มือของเธอดึงเนกไทของเขา เขาเข้ามาใกล้เธออย่างต่อเนื่อง ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นขยับเข้าใกล้ใบหน้าของเธอ
“นายจะไปหรือไม่ไป? นายไม่ไป งั้นฉันไปก่อนนะ” เธออยากจะรู้ว่าตอนนี้เด็กในท้องเป็นยังไงบ้าง
“ไปสิ เป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องไปกับภรรยา” เป็นเพราะเธอเขาถึงไป ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเย่มู่เหยียน
ดังนั้นทั้งสองคนจึงออกมาจากห้องพัก ทันทีที่ออกไปเย่มู่เหยียนก็ถึงโรงพยาบาลและถูกพาตัวเข้าห้องฉุกเฉินไปทันที นักข่าวเองก็ตามไปที่โรงพยาบาลเพื่อติดตามสถานการณ์เช่นกัน
นักแสดงกองถ่ายละคร(คิดถึงเพียงเธอ)ต่างกลับไปแล้ว เหลือเพียงอิงเจ่ว์เยว่ที่ยังอยู่ที่นั่น
เห็นพวกเขาทั้งคู่ออกมา เธอก็ยิ้มให้และเดินไปหาพวกเขา “พวกคุณอยากไปเยี่ยมไหม? สถานการณ์เมื่อครู่ทำเอาฉันตกอกตกใจแทบแย่!”
อันโหรวอยากจะรู้ว่าสถานการณ์เมื่อครู่นั้นเป็นยังไง หวังให้จิ่งเป่ยเฉินบอก……
เขาอาจจะไม่ได้อยากจะบอก หรืออาจจะเพราะไม่ได้สนใจเย่มู่เหยียน
“ฉันออกไปโทรศัพท์ข้างนอกไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้จะไปเยี่ยมดูหน่อย” คนในโรงพยาบาลเยอะมาก คนมาเยี่ยมคนไข้เองก็เยอะไม่น้อย
“ฉันเห็นว่ามีคราบเลือดบนพื้น ไม่รู้ว่าเด็กยังอยู่ไหม เฮ้อ หวังว่าเด็กในท้องจะไม่เป็นไรนะ!” อิงเจ่ว์เยว่หยิบแก้วไวน์ที่วางไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาดื่ม
หลังจากนั้นก็มองไปที่พวกเขาด้วยความเกรงใจเล็กน้อย “ประธานถังไปก่อนแล้ว รถพี่เลี้ยงของฉันน้ำมันหมด ผู้ช่วยกำลังไปเติมน้ำมัน ฉันขอไปกับพวกคุณได้ไหม?”
“ไม่……”
“ได้”
จิ่งเป่ยเฉินพูดปฏิเสธ แต่อันโหรวกลับพูดตัดบทเขา
อันโหรวหันไปมองสามีของตัวเอง รู้ว่าเขาไม่ชอบให้คนอื่นมานั่งรถของเขาด้วย แต่ว่าตอนนี้สถานการณ์พิเศษก็ต้องรับมือเป็นพิเศษ
บิ๊กบอสมองมาด้วยสีหน้าที่มืดมน อันโหรวยิ้มปลอบใจเขาและพิงไปที่ตัวของเขา ก่อนจะเดินไปด้านนอก แต่อิงเจ่ว์เยว่ไม่ได้เห็นมัน จึงเดินตามพวกเขาไปจากด้านหลัง
หลังจากที่ขึ้นรถแล้ว จิ่งเป่ยเฉินก็รู้สึกหดหู่มากขึ้น