อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 522 เด็กไม่สามารถทำอะไรได้
ตอนที่ 522 เด็กไม่สามารถทำอะไรได้
“เด็กเป็นของคุณ ถ้าหากเขาเป็นของจิ่งเป่ยเฉินก็ดี เด็กจะได้มีทุกอย่าง แต่ฉันคงไม่อาจยอมรับตัวคุณได้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนรับเรื่องที่สามีไปมีลูกนอกสมรสได้หรอกนะ” ถ้าหากเปลี่ยนเป็นสมัยโบราณแล้วละก็ เธออาจจะให้เด็กแท้งไปตั้งนานแล้ว
แต่วันนี้เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอคิดว่าเด็กไม่สามารถทำอะไรได้
“ถ้าอยากไปต่างประเทศเพื่อลูกมันก็ดีอยู่หรอก แต่คุณคิดจะไปที่ไหนก็ไปได้ทั้งนั้น ไม่มีอะไรมาขวางพวกคุณได้หรอก เพราะพวกเราต่างก็หวังอยากให้ลูกเกิดมาในที่ที่ดี ๆ และอยู่อย่างแข็งแรงและปลอดภัย ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่ฝีมือของจิ่งเป่ยเฉินหรอก ถ้าหากเขาทำจริง ป่านนี้เด็กคงไม่อยู่นานแล้ว”
นับตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านไปนานแล้ว มีหลายวิธีมากที่จะทำให้เด็กแท้งได้
“ไม่ใช่เขาแต่อาจจะเป็นคนอื่น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ” เย่มู่เหยียนมองดูใบหน้าของเธอด้วยท่าทีที่บึ้งตึง สองมือที่จับผ้าห่มค่อย ๆ ขยำแรงขึ้น “ฉันรู้ดีว่าพวกคุณไม่อยากให้เขาเกิดมา แต่ว่าฉันพูดมาหลายครั้งแล้วว่าจะไม่รบกวนพวกคุณแน่ อีกอย่างคุณบอกว่ายังไงก็อาจจะมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น ขอโทษด้วยจริง ๆ แต่ฉันไม่อยากให้ลูกของฉันต้องแซ่จิ่ง ไม่อยากให้เขาไปเกี่ยวข้องกับตระกูลจิ่ง ฉันหวังว่าเรื่องนี้จะถูกปิดเอาไว้ชั่วชีวิต ให้เด็กเป็นลูกไม่มีพ่อก็พอ!”
ถ้าหากเธอแกล้งทำ อันโหรวก็อยากจะบอกว่าการแสดงของเธอนั้นดีมากจริง ๆ
เธอบอกว่าไม่อยากเกี่ยวข้องกับจิ่งเป่ยเฉิน คำพูดที่ดูมั่นใจมันบ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยวออกมา ซึ่งทำให้เธอแน่ใจว่าลูกยังไงก็ต้องเป็นของจิ่งเป่ยเฉิน
“ถ้าหากนี่เป็นความคิดของคุณก็ต้องเคารพในสิ่งที่คุณเลือก อีกอย่างถ้าหากมีเรื่องอะไรลำบากใจก็บอกฉันได้นะ” อันโหรวพูดจบก็ลุกขึ้นยืน “งั้นก็ขอให้พักผ่อนดี ๆ รักษาสุขภาพ คลอดเด็กอย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่ต้องกังวลนะคะ”
เรื่องของสื่อ จิ่งเป่ยเฉินน่าจะจัดการมันได้แน่
เมื่อเธอเดินมาถึงประตู ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดประตูเพื่อเปิดออกก็ได้ยินเสียงที่นุ่มนวลของเธอดังขึ้นจากด้านหลัง “คุณนายจิ่ง ขอบคุณคุณมากที่เข้าใจ”
เธอเองก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน แต่เธอเข้าใจดีว่าผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอุ้มลูกของจิ่งเป่ยเฉิน แค่อยากให้ลูกเกิดมาดี ๆ ก็พอ เพราะตัวเธอเองก็ไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้น
เธอเป็นคนตระหนี่ คิดเล็กคิดน้อยมาก ๆ ด้วย!
เพราะงั้นตอนนี้เลยยังไม่รู้สึกสบายใจเท่าไร
เธอไม่พูดตอบกลับเลยสักคำ ก่อนจะเดินออกจากประตูไป
เมื่อมาถึงนอกประตู อิงเจ่ว์เยว่ก็เดินออกไปแล้ว ส่วนถังซั่วและจิ่งเป่ยเฉินยังยืนอยู่ด้วยกัน คล้ายราวกับว่ากำลังพูดคุยกันอยู่
อย่างที่คิดไว้ เมื่อเธอไม่อยู่ทั้งสองคนก็เริ่มคืนดีกันแล้วใช่ไหม?
ทั้งสองคนเมื่อเห็นเธอเดินออกมา จิ่งเป่ยเฉินก็เดินเข้าไปหาเธอ ส่วนด้านหลังถังซั่วก็พยักหน้าให้สัญญาณเบา ๆ
จิ่งเป่ยเฉินเดินออกไปกับเธอ ทั้งสองคนเดินออกจากโรงพยาบาลไปด้วยกัน
เธอไม่พูดไม่จา จิ่งเป่ยเฉินเองก็ไม่ได้ถามว่าเธอเข้าไปในห้องนั้นพูดคุยเรื่องอะไร ทั้งสองคนนั่งเงียบไปตลอดทาง จนในที่สุดก็ถึงบ้าน
เมื่อเธอเห็นหยางหยางและหน่วนหน่วนอยู่ที่บ้าน ใบหน้าน้อย ๆ ที่น่ารักก็เผยรอยยิ้มออกมา เธอปล่อยแขนของจิ่งเป่ยเฉินออกและเดินเข้าไปหาพวกเขาอย่างมีความสุข
“หยางหยาง หน่วนหน่วน”
“แม่จ๋า พ่อจ๋า กลับมากันแล้วเหรอ?”
เด็กน้อยทั้งสองคนเดินเข้าไปหาพวกเขา เธอนั่งยอง ๆ ลง ทั้งสองคนอยู่ทางด้านฝั่งซ้าย ส่วนทางขวาเป็นจิ่งเป่ยเฉินที่ยืนอยู่ ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนว่าเธอได้ครอบครองโลกทั้งใบ
เธอคิดว่าขอแค่สิ่งนี้อยู่เคียงข้างตัวเธอ เธอก็มีความสุขมากแล้ว
ถ้าหากแม่อยู่ด้วยก็คงจะดีมากกว่านี้ ไม่รู้เลยว่าตอนนี้แม่เป็นยังไงบ้าง
“เอาล่ะ อย่าซุกซนเชียวนะ แม่จ๋าจะอยู่บ้านกับพวกหนูหลายวันเลย!” เธอลุกขึ้น ก่อนจะจับมือพวกเขาเดินเข้าไปข้างในด้วยมือสองข้าง
จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่แม่ลูกสามคน นี่ตัวเขาเองถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างนั้นเหรอ?
มีลูกชาย มีลูกสาว แต่สามีอย่างเขากลับถูกหมางเมินแบบนี้
แต่ตัวเขาเองก็เข้าใจจิตใจของเธอดี วันนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
เธอคงรู้สึกไม่สบายใจแน่ ๆ
ผลที่ตามมาในครั้งนั้นคือความไม่สบายใจของอันโหรว ด้วยเหตุนี้ช่วงกลางคืนบิ๊กบอสก็ต้องอดทนอย่างขมขื่นเมื่อภรรยาบอกว่าจะไปห้องหน่วนหน่วน เพื่ออยู่กับลูกสาวแทน
อยู่กับลูกสาว ลูกสาวตัวเองแท้ ๆ จะโกรธไม่ได้ ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวเหงา ๆ ในห้องแบบนี้ เขาต้องเข้าใจ
……
วันรุ่งขึ้น วันนี้เป็นวันที่แดดจัดหากเทียบกับหลายวันที่ผ่านมาที่มีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง
อันโหรวยืนอยู่หน้าต่างห้องทำงาน เธอถือถ้วยกาแฟไว้ในมือ มองดูเม็ดฝนที่ตอนนี้กำลังโปรยปรายลงมาที่ข้างกระจก จนทำให้เงาที่สะท้อนตัวเธอเริ่มพร่ามัว
คำพูดของเย่มู่เหยียนเมื่อวานนี้ทำให้ในหัวของเธอคิดอยู่หลายรอบ น้ำเสียงที่เธอพูดนั้นเป็นน้ำเสียงที่เด็ดขาด
เย่มู่เหยียนอาจจะรักลูกของตัวเองมาก ๆ เลยคิดอยากจะคลอดลูกเพื่อเก็บไว้
“โหรวโหรว! โหรวโหรว!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงหลินจือเซี๋ยวดังขึ้นที่ด้านหลัง เธอค่อย ๆ หันกลับไปมองดูท่าทางที่เป็นกังวลของเธอ “ว่ายังไง?”
“เย่มู่เหยียนนี่มันยังไง? ลูกยังเก็บไว้อยู่อีกเหรอ?” หลินจือเซี๋ยวทำตาโตกว้างพลางมองเธอด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวเรื่องแท้งหลุดออกมาเลย เรื่องของเด็กจึงกลายเป็นปริศนา
นักข่าวต่างก็อยากรู้เกี่ยวกับเย่มู่เหยียน แม้ว่าเธอจะโดนอิงเจ่ว์เยว่กดดันอยู่เสมอ แต่ความนิยมของเธอก็ยังคงสูงตลอดเวลา นอกจากเรื่องตั้งท้องทั้ง ๆ ที่ยังไม่แต่งงาน กระแสในเวลาแบบนี้เลยทำให้เธอเป็นหัวข้อที่ร้อนแรงเสมอ
ถ้าหากว่ามีข่าวเรื่องเด็กในท้องของเธอเป็นลูกของจิ่งเป่ยเฉิน คาดว่าในวงการบันเทิงต่อไปจิ่งเป่ยเฉินก็คงต้องปกป้องเธอ และคงไม่มีใครกล้าไม่ไว้หน้าเธออีก!
แต่เธอก็ยังมีคำด่าทอที่เป็นเมียน้อยแบกไว้ที่หลัง เมื่อถึงเหตุการณ์ตอนนั้นอันโหรวจะทำยังไง หยางหยางกับหน่วนหน่วนจะทำยังไง?
เธอสับสนมาก หากเทียบกับเรื่องของเธอและฉีเซิ่งเทียนแล้วมันต่างกันมาก
เฮ้อ!
ยุ่งเหยิงไปหมด!
“ยังดีอยู่ เด็กยังอยู่” อันโหรวตอบกลับอย่างใจเย็น ก่อนจะวางแก้วในมือลง “ฉีเซิ่งเทียนยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”
“ยังอยู่…….” หลินจือเซี๋ยวเมื่อเห็นเธอนั่งลงก็รู้สึกสับสนขึ้นมา “อันที่จริงถ้าหากเขาไม่อยู่ก็ใช่ว่าจะดีกว่าเดิม อีกอย่างเรื่องพวกนั้นไม่ต้องกังวลหรอกนะ ส่วนเรื่องของบิ๊กบอสกับคนคนนั้นถ้าหากมีอะไรจริง ถ้าหากไม่มีลูกมาคอยฉุดรั้ง พวกเขาจะทำอะไรได้”
“ถึงจะพูดแบบนั้น แล้วเด็กจะทำยังไง? เด็กไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยสักนิด!”
“เพราะงั้นเธอก็เชื่อบิ๊กบอสสิ!” หลินจือเซี๋ยวพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “เชื่อสิ บิ๊กบอสไม่มีทางอยู่กับผู้หญิงคนอื่นได้หรอก! เธอบอกว่าผู้ชายทุกคนมักจะมีช่องว่างที่ไม่เหมือนกันนี่นา”
“อย่างฉีเซิ่งเทียนที่ควรจะได้กับเฉินเหยียนนั้น! เขาก็มีเรื่องบางอย่างที่ไม่อาจทำได้ ไม่มีทางสมัครใจเห็นดีด้วยแน่” เมาขนาดนั้นใครมันจะจดจำชัดเจนได้กัน!
ทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีสติ ไม่มีความสามารถในการควบคุมตัวเอง
อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าฉีเซิ่งเทียนมีความคิดอยากจะแต่งงานกับเธอ แม้จะมีเหตุการณ์ชวนให้สับสนอยู่บ้างก็ตาม
“ฉันไม่อยากพูดถึงเขาแล้ว!” หลินจือเซี๋ยวทำปากบุ้ย หลายวันมานี้เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของฉีเซิ่งเทียนเลยสักนิด
เธอบอกว่าไม่อยากเจอหน้าเขา ไม่อยากตามหาเขา แต่พอเขาไม่มาหาเธอจริง ๆ ไม่ได้ปรากฏตัวที่บริษัทเลยด้วย เอาเข้าจริง ๆ เธอก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน
“ได้ ๆ ไม่ต้องพูดถึงเขาก็ได้ ว่าแต่เธอคิดอยากเจอเขาหรือเปล่า?” พอลองนึก ๆ ดูอันโหรวก็รู้สึกว่าฉีเซิ่งเทียนน่าจะกลับมาได้แล้ว
นอกเสียจากยังจัดการเรื่องเฉินเหยียนไม่ได้ แบบนั้นคงไม่มีทางกลับมา!
เห็นครั้งก่อนเขารับปากอย่างหนักแน่น แม้จะบอกกับเขาตรง ๆ ไม่ได้ว่าคนที่เฉินเหยียนชอบนั้นเป็นใคร แต่จิ่งเป่ยเฉินอาจจะพูดก็ได้
“อยากเจอเขาทำไมกัน? ไม่ได้หล่อเลยสักนิด” หลินจือเซี๋ยวส่ายหน้า ตอนนี้เรื่องที่เธอกังวลจริง ๆ ก็คือเรื่องของเย่มู่เหยียนมากกว่า
ผู้หญิงคนนั้นไม่รู้ว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ บางทีอาจจะวางแผนไม่ดีอยู่ก็ได้!