อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 525 ปลาราดซอสเปรี้ยวหวาน
ตอนที่ 525 ปลาราดซอสเปรี้ยวหวาน
“ดูเหมือนเธอยังไม่หิวนะ งั้นฉันกินก่อนละกัน เธอเลิกงานเสร็จแล้วพวกเราค่อยไปกินมื้อดึกกัน” พูดจบเขาก็หยิบชามใบเล็กออกมา ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบปลาราดซอสเปรี้ยวหวานมากิน
หลินจือเซี๋ยวมองดูตะเกียบในมือที่กำลังถูกป้อนเข้าปากของเขา มันเลยทำให้ตัวเองคิดอยากจะกินด้วย!
ให้ตายสิ ทำไมถึงต้องวางชุดตะเกียบและช้อนไว้ไกลขนาดนี้ด้วย?
ตัวเองนั่งอยู่แบบนี้คงไม่มีทางหยิบมันมาได้แน่!
“เธออยากจะกินที่ห้องทำงานของตัวเองสินะ!?” เขาพยายามทำท่ากินให้ดูยั่วยวน!
ปลาราดซอสเปรี้ยวหวาน ไก่สับพริกไทยดำ กุ้งผัดหม่าล่า เนื้อตุ๋นซอสมะเขือเทศ เป็ดเมาเบียร์…..
ทุก ๆ เมนูเธอล้วนอยากกินหมด น้ำลายของเธอเริ่มสอ ท้องของเธอก็เริ่มร้องโหวกเหวกโวยวายแล้ว
เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะดื่มมันไปหลายอึกทั้งร้อนทั้งเย็น เพื่อให้ท้องของเธอหยุดร้องได้แล้ว
แต่ท้องของเธอก็ยังร้องอยู่เช่นเคย…..
“น่ารำคาญชะมัดเลย กินที่นี่ไม่ไหวหรอก! เธอรีบทำงานเร็ว ๆ นะ ทำงานล่วงเวลาเสร็จ พวกเราจะได้กลับบ้านกัน” ที่มุมปากของฉีเซิ่งเทียนเปรอะไปด้วยคราบน้ำมัน เขาหยิบกระดาษทิชชูออกมาอย่างช้า ๆ สายตาก็จับจ้องไปที่เธอ “หรือเธออยากให้ช่วยไหม?”
“ไม่ต้อง ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือของนาย! แต่นายกินอาหารที่นี่มันทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของฉันลดลง” มันมีผลกระทบใหญ่หลวงด้วย
เมื่อครู่นี้ก็ได้รับผลกระทบไปแล้ว ตอนนี้เธอก็ไม่มีทางทำงานดี ๆ ได้เลย นั่นก็เป็นเพราะต้นเหตุมาจากเขาหรือว่าอาหารที่ดูน่าอร่อยตรงหน้าเธอกันแน่ ทุกอย่างมันล้วนมากล้นจนเกินไปจริง ๆ
“งั้นเหรอ? ฉันคิดว่าประสิทธิภาพการทำงานของเธอต่ำอยู่แล้วนะ” เมื่อครู่นี้ก็ไม่ได้เห็นเธอทำงานเลยสักนิดเดียว
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดว่าหิวแล้ว แต่การที่เขาเอาอาหารมาวางไว้ตรงหน้าเธอ ถึงแม้จะไม่ได้กินด้วยตัวเอง
ฉีเซิ่งเทียนเองก็ยังมองไปที่ปากน้อย ๆ ของเธอ และคิดว่าตัวเองควรจะป้อนเธอดีไหม?
อันที่จริงเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไร แต่เธออาจจะรังเกียจเขา
“ประสิทธิภาพการทำงานของฉันไม่ได้ต่ำ” เห็นได้ชัดว่าเธอทำงานได้ดีอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตัวเขาทั้งนั้น
“อืม ไม่ต่ำก็ไม่ต่ำ แต่เธอบอกมาหน่อยสิ เธอเตรียมจะทำงานล่วงเวลาถึงกี่โมงกัน?” ทันใดนั้นเขาก็กำตะเกียบในมือแน่นขึ้น กังวลว่าเธอจะทำงานทั้งคืน
“นายไม่ต้องสนใจหรอก ฉันจะทำงานถึงกี่โมงก็ช่าง!” หลินจือเซี๋ยวรีบปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้าทันที ก่อนจะหยิบกระเป๋าและลุกขึ้น “ผู้จัดการฉี ฉันเลิกงานแล้ว คุณกินช้า ๆ ไปละกัน!”
ล่อลวงเธอ ล่อลวงเธออีกสักหน่อยละกัน!
แต่นี่มันมากเกินไปแล้ว!
ฉีเซิ่งเทียนคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเหนือกว่า แต่วินาทีต่อมาก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองถูกสาดน้ำเย็นใส่ ทำให้ทั่วทั้งตัวเย็นเฉียบขึ้นมาทันที
เขาสั่งอาหารมามากมายขนาดนั้นไม่ใช่เพื่อให้เธอไปแบบนี้ แต่เพื่อให้เธอกินต่างหาก
ช่างเถอะ เธอไปได้ก็ดี พวกเขาก็ยังกินได้อยู่ดี
หลินจือเซี๋ยวรีบเดินหนีออกไป หลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ด้านหลัง ไม่ใช่ว่าเขากำลังกินอาหารอย่างมีความสุขอยู่หรอกเหรอ?
ทำไมถึงได้เดินออกมาแบบนี้กัน?
ไม่กินต่อแล้วหรือไง?
เธอเดินตรงไปที่ลิฟต์ ฉีเซิ่งเทียนเองก็เดินตามเข้าไปในลิฟต์เช่นกัน ภายในลิฟต์เงียบสงบ ได้ยินแค่เสียงลมหายใจของพวกเขาสองคน
“ฉันบอกว่า…..” หลินจือเซี๋ยวเงยหน้าขึ้นมองเขา “นายออกมาแบบนี้แล้วอาหารพวกนั้นไม่กินต่อแล้วเหรอ? ต่อให้ไม่กินต่อก็จริง แต่ก็ต้องรบกวนผู้ช่วยให้มาจัดการอาหารพวกนั้นหรือเปล่า? แถมยังมาทิ้งอาหารไว้ที่ห้องของฉันอีก! นั่นมันห้องทำงานของฉันนะ!”
นั่นเป็นเพราะห้องนั้นเป็นห้องทำงานของเธอ เลยไม่สมควรมีอาหารอยู่ในที่แห่งนั้น!
“เซี๋ยวเซี๋ยว อาหารไม่สำคัญเท่าเธอหรอก ข้างนอกฝนก็ตกด้วยนะ! ในฐานะที่เป็นสุภาพบุรุษ ยังไงก็ต้องส่งเธอกลับบ้าน“ เขาไม่คิดจะส่งเธอกลับบ้านอย่างเดียวแน่นอน แต่คิดจะหาอาหารให้เธอกินด้วย
ไม่อย่างนั้นแล้วเธอจะไม่ได้กินอะไรเลย
แค่เห็นเธอรีบร้อนเดินออกไปแบบนั้นก็รู้แล้วว่าน่าจะไปหาอะไรกิน แน่นอนว่ามันมีประโยชน์เสียกว่ามานั่งหลอกล่อเธอให้มานั่งกินที่นี่
“นายเนี่ยนะสุภาพบุรุษ?” หลินจือเซี๋ยวถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
เธอสงสัยว่าตัวเธอควรออกจากลิฟต์ไปเลยดีไหม และเดินลงบันไดไป เธอไม่อยากคิดสภาพเลยว่าห้องทำงานของตัวเองจะกลายเป็นแบบไหนในวันรุ่งขึ้น
แต่ไม่ทันได้รับคำตอบจากเขา เธอก็รีบพูดต่อทันที “นายควรกลับไปกินอาหารนั่นให้หมดซะ! จำเอาไว้ด้วยว่าทำความสะอาดห้องทำงานฉันให้เรียบร้อย อย่าทิ้งขยะมั่วซั่ว!”
เธอลืมตาขึ้นและมองไปที่เขาเพื่อรอคำตอบ แต่วินาทีต่อมาเอวของเธอก็ถูกเขาจับไว้แน่น ร่างกายของเธอถูกเขาดันเข้าไปใกล้ ไม่ช้าหัวก็พิงไปที่แขนของเขา
“ไปด้วยกันสิ? ไม่งั้นก็กลับไปด้วยกันเลย เธอเลือกได้ข้อหนึ่งนะ?”
ให้เลือกเหรอ?
“ฉันรู้สึกแปลกเวลาต้องเลือก ขอไม่เลือกละกัน!” เธอคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี! (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“งั้นฉันช่วยเธอเลือกละกัน” เขาจับไปที่เอวของเธอแน่นขึ้น ไม่ยอมปล่อย เขารู้สึกว่ารอให้เธอกลับบ้านไม่ไหวแล้ว
แต่นี่มันที่ทำงานจะทำอะไรได้
“ฉีเซิ่งเทียน นายพอได้แล้ว! ฉันหาคนที่ไม่เคยหย่าร้างมาก่อนเท่านั้นนะ! ฉันไม่ต้องการนายสักนิด! ปล่อยฉันเลย!” เธอตะโกนสุดเสียง
แต่สิ่งที่เขาทำคือให้เธอไปกับเขาต่างหาก
ไม่งั้นการเลี้ยงอาหารก็เสียเปล่าพอดี!
“ก่อนหน้านั้นเธอก็บอกว่าอยากได้ผู้ชายที่บริสุทธิ์ แต่แล้วก็พัง ทำลายมันอยู่ดีนี่!” ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้หน้าเธอเรื่อย ๆ “อันที่จริงพวกเราต่างก็เป็นคู่ที่เหมาะที่สุดแล้ว”
“เหมาะตรงไหน? ไม่เหมาะเลยสักนิด!”
“ก็ส่วนสูงกับตัวตนที่ดูเหมาะสมไง”
“……”
คำพูดก่อนหน้านั้นก็ช่าง แต่ตัวตนเนี่ยนะ?
ใบหน้าของหลินจือเซี๋ยวค่อย ๆ แดงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อประตูลิฟต์ถูกเปิดออก เธอก็ถูกเขาพาก้าวเดินออกไปแม้จะฝืนไม่ขยับแล้วก็ตาม
ในหัวของเธอสติค่อย ๆ หลุดหายไปอย่างงง ๆ เธอถูกเขาดันให้ขึ้นรถ ก่อนจะกลับมาได้สติอีกครั้งหนึ่ง
“ฉีเซิ่งเทียน นายมันเป็นคนอันธพาล!”
“เซี๋ยวเซี๋ยว ค่ำคืนนี้ฉันจะแสดงความเป็นอันธพาลให้เธอดูเอง” เขาเลิกคิ้วอย่างมีความสุขพลางหยอกล้อเธอ ก่อนจะขับรถออกไป
เมื่อห่างจากตึกบริษัทจิ่งไปเรื่อย ๆ หลินจือเซี๋ยวก็ทำปากมุบมิบอยู่ตลอด
“นายยังไม่บอกฉันเลย สรุปเรื่องเฉินเหยียนนี่หย่าแล้วหรือยัง?“ จู่ ๆ ก็ถูกลากพาขึ้นรถมา อีกทั้งตอนนี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตามไป
“ขายพี่ไง!”
ตัวเขาไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าเฉินเหยียนนั้นแอบชอบพี่ชายของเขามาตั้งหลายปี แถมยังซ่อนเอาไว้ซะลึกด้วย!
ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันหรือไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถรับประกันได้
เขากับพี่ชายมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกันเท่าไรอยู่แล้ว!
“เข้ากับสไตล์นายจริง ๆ นั่นแหละ” อีกอย่างการที่เขาตอบกลับอย่างมั่นใจก็พอจะทำให้เชื่ออะไรได้บ้าง
ดูเหมือนว่าเรื่องพวกนี้จะกลายเป็นเรื่องที่น่ายกย่องเสียจริง ๆ
เมื่อรถขับออกไปได้สักพัก หลินจือเซี๋ยวก็เพิ่งรู้ว่าทางนี้ไม่ใช่ทางไปบ้านของเธอ
“นี่นายจะพาฉันไปไหน?”
“กินข้าวไง!”
เมื่อครู่นี้ก็เห็นเธอน้ำลายสอ ไม่พาเธอไปกินอาหารอร่อย ๆ ก็คงไม่ได้
“อะ ได้!“ เธอหิวจริง ๆ ไม่ปฏิเสธคนที่ยื่นข้อเสนอแน่ ๆ
กินข้าวก่อน ท้องอิ่มแล้วค่อยว่ากันทีหลัง
ฉีเซิ่งเทียนพาเธอไปกินหม้อไฟ กินหม้อไฟในฤดูร้อนแบบนี้…..มันช่างบ้าจริง ๆ
แต่ทว่าท้องของเธอนั้นหิวมาก เธอจึงกินไปค่อนข้างเยอะ อีกทั้งคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง งานล่วงเวลาอะไรนั่นคงไม่ต้องรู้สึกอึดอัดอีกแล้ว
ถึงแม้ตัวเองจะเพิ่มงานล่วงเวลาให้ตัวเองก็ตาม
“เธอชอบพี่ชายของนาย แต่ทำไมถึงไม่ไล่ตามพี่ชายนาย? เรื่องระหว่างพวกนายสองคนยิงยาวแบบนี้เลยเหรอ?” ทันใดนั้นเธอก็หันหน้าไปมองชายที่อยู่ข้าง ๆ
มีทั้งการหมั้นหมาย เตรียมแต่งงาน แต่งงาน และก็หย่า!
ตอนนั้นรู้ดีว่าฉีเซิ่งเทียนเป็นฝ่ายผิด แต่ทว่าเฉินเหยียนก็ควรจะหย่าเพื่อรักษาภาพพจน์ของตัวเองตั้งแต่แรกสิ ทำไมตอนนั้นไม่ยอมพูด ยอมให้เขากดดันตระกูลเฉินแบบนี้ทำไม?
พวกเขาสองคนกำลังเล่นอะไรกันแน่?
“เธอคิดอะไรอยู่ ฉันจะรู้ได้ยังไง ฉันไม่อยากพูดถึงยัยนั่นหรอกนะ แต่ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน! พวกเขาไม่มีทางอยู่ด้วยกันเร็วขนาดนั้นแน่ ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกเขาไปหรอก สนใจเรื่องฉันดีกว่า!” เขาวางเนื้อชิ้นหนึ่งลงไปในชามเล็ก ๆ ของเธอ “กินสิ”
“เรื่องของนายจะให้ฉันสนใจเรื่องอะไร?” ตอนนี้เขาก็หย่าไปแล้ว โสดด้วย แถมยังน่าอร่อยขนาดนั้น แทบไม่ต้องกังวลเรื่องเขาด้วยซ้ำ
“สนใจเรื่องช่วงชีวิตของฉันไง ช่วงชีวิตที่จะมีเธออยู่ด้วยนี่แหละ” นี่ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ใหญ่โตและเกิดขึ้นในเหตุการณ์ช่วงชีวิตของพวกเขา
หลินจือเซี๋ยวไม่เอ่ยปากพูด ก่อนจะกินอย่างเงียบ ๆ ไม่สนใจเขาเลยสักนิด