อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 526 เธออยากแต่งงานกับเขา?
ตอนที่ 526 เธออยากแต่งงานกับเขา?
ทั้งสองคนเดินออกมาจากร้านอาหาร เขาเองก็ขึ้นไปขับรถ ส่วนหลินจือเซี๋ยวก็ยืนรออยู่ที่ประตูร้านอาหาร
ในหัวมีแต่คำพูดของเขาหลุดลอยขึ้นมา พวกเขากำลังพูดถึงเรื่องสำคัญที่ควรจะเกิดขึ้นในชีวิต เธอรีบแต่งงานไปหรือเปล่า?
เธออยากจะแต่งงานกับเขาอย่างนั้นเหรอ?
ไม่มีทาง!
เขาเพิ่งจะหย่าด้วยซ้ำ พวกเขาต้องมาแต่งงานกันแล้วอย่างนั้นเหรอ?
ควรเรียกว่าอะไรดี?
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการขอแบบเป็นทางการเลยสักครั้ง เธอไม่แต่งงานหรอก ไม่มีทางแต่งงาน ไม่มีทางแต่งงานแน่ ๆ
เมื่อรถมาจอดตรงหน้าเธอ ประตูข้าง ๆ คนขับก็ถูกเปิดออก เธอขึ้นไปนั่งทันที
ภายในรถอบอุ่นกว่าข้างนอกที่หนาวเย็นมาก มันทำให้รู้สึกดีไม่น้อย
หลินจือเซี๋ยวนะหลินจือเซี๋ยว อย่าให้ถูกล่อลวงง่าย ๆ แบบนี้สิ เขายังไม่ขอแต่งงานเลย จะแต่งอะไรเล่า!
ต่อให้เมาแค่ไหนก็ควรรู้จักตัวเอง อยู่ดี ๆ คนคนหนึ่งไปจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนอื่น อย่าไปตอบตกลงง่าย ๆ เชียว!
ขณะที่เธอกำลังจดจ่อกับความคิดของตัวเอง หยาดฝนก็ร่วงลงมาแปะบนหน้าต่าง ทำให้ทิวทัศน์ที่เธอเห็นเริ่มเบลอและไม่ชัดเจน
ทันใดนั้นเธอก็เอนเบาะลงพลางมองไปที่ด้านหน้าที่ที่ปัดน้ำฝนกำลังขยับไปมา ฉีเซิ่งเทียนที่อยู่ด้านข้างก็ไม่ได้พูดอะไร บรรยากาศภายในรถล้วนเงียบสงบมาก
แต่จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าเส้นทางที่กำลังไปนั้นไม่เหมือนเดิมอีกครั้ง!
เธอจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัยว่า “พวกเรา นี่….จะไปบ้านนายเหรอ?”
“บ้านฉันก็คือบ้านเธอ”
“ฉันยังไม่ทันตอบตกลงจะเป็นคนบ้านนายเลย อะไรกัน นายคิดว่าฉันเป็นคนบ้านนายแล้วเหรอ ไปส่งฉันเดี๋ยวนี้เลย!” เธอไม่ได้คิดอยากจะไปบ้านเขาเลยสักนิด!
“ไม่ส่งอะ ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันไม่อยากขับไปกลับหรอกนะ ตรงไปแบบนี้แหละ” ฉีเซิ่งเทียนพูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าใด ๆ
หลินจือเซี๋ยวแทบจะหมดคำพูด “งั้นฉันขับกลับคนเดียวก็ได้”
“ขอโทษด้วย น้ำมันหมดแล้ว ถึงบ้านน่าจะหมดพอดี”
“งั้นตอนนี้นายก็ปล่อยฉันลงสิ ฉันจะได้เรียกรถกลับบ้าน” เธออยากจะรู้จริง ๆ ว่าเขาจะมีเหตุผลอะไรอีกไหม
“ไม่ได้ ข้างนอกฝนตก เธอเปียกฝนเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา เพื่อสุขภาพของเธอแล้ว ฉันไม่ปล่อยเธอไปหรอก” เขาพูดเสร็จก็เร่งความเร็วขึ้น
“ฉัน…..” เธอหลับตาด้วยท่าทางที่เศร้าสลด “จะอะไรก็ช่าง ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะชัด ๆ”
“พูดอะไรของเธอเนี่ย” จู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามกลับ
เธอบอกว่าจะรอเขาหย่าก่อนแล้วค่อยว่ากัน พอตอนนี้หย่าแล้วกลับไม่สนใจเขาเลยสักนิด
ผู้หญิงมีจิตใจลุ่มลึกราวกับงมเข็มในมหาสมุทร ยากที่จะเข้าใจจริง ๆ
มองยังไงก็ดูเหมือนจะหนีไม่พ้น เธอกลอกตาไปมา “ฉันขอห้องแยกด้วยนะ”
“ได้ เธอนอนไหนฉันนอนนั่น”
“ฉันนอนโซฟา!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่โมโห
“ก็ได้นะ ฉันเองก็อยากลองอีกรอบเหมือนกัน”
คำว่า ‘อีกรอบ’ ที่ได้ยินนั้นช่างแสบแก้วหูจริง ๆ มันทำให้เธอคิดไม่อยากจะทำอะไรที่โซฟาเลยจริง ๆ
อีกอย่างคุยกับเขาไปก็ไร้ประโยชน์ สู้ไม่พูดเสียยังจะดีกว่า
ด้วยเหตุนี้รถจึงมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของฉีเซิ่งเทียนอีกครั้ง เป็นที่ที่เธอมาเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกเป็นที่ที่เธอมีความทรงจำที่ไม่อยากจะจดจำเท่าไร
อืม ครั้งแรกของเธอ เหมือนไม่รู้สึกอะไรถึงครั้งแรกเลยด้วยซ้ำ กับที่นี่แล้วแทบจะไม่มี
ให้ตายสิ ฉีเซิ่งเทียน!
เธอรีบลงจากรถและเดินเข้าไปข้างใน เมื่อมาถึงห้องก็เปิดไฟสว่างขึ้นทันที ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกสว่างจ้ามาก ต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งกว่าจะปรับสายตาให้ดีขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากด้านหลัง เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ไปว่า “ไฟในห้องนายสว่างกว่าห้องฉันอีกนะ แย่ชะมัด!”
“ไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็น่ารักดีนะ” ทันทีที่เขาพูดจบ มือใหญ่ ๆ ก็วางลงที่ไหล่ของเธอ “ไปอาบน้ำและนอนกัน”
“อืม…..”
เหมือนกับว่าตอนนี้เธอเข้ามาถ้ำโจร หนำซ้ำโจรก็เล็งเป้าหมายเอาไว้แล้ว ยากที่จะหนีพ้นแล้วจริง ๆ
“ดูสิ เชื่อฟังจังเลย”
“ดูอะไร ฉันเอาชนะนายไม่ได้หรอก อีกอย่างถ้าฉันเอาชนะนายได้ ป่านนี้ฉันไม่รั้งนายไว้หรอกนะ” เธอมองดูตัวเองที่ถูกมือทั้งสองข้างจับเอาไว้
เมื่ออยู่ตรงหน้าฉีเซิ่งเทียน ตัวเธอก็เหมือนลูกไก่ในกำมือ เธอจะทำอะไรเขาได้! (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ฉันบอกไปแล้วนี่ เธออยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น แล้วแต่เธอเลย” น้ำเสียงที่คลุมเครือดังกึกก้องเข้ามาในหูอีกครั้ง
ดูเหมือนที่พวกเขากำลังพูดคุยน่าจะไม่ใช่หัวข้อสนทนาเดียวกันแล้ว
“ห้องรับแขก? ฉันไปอยู่ที่ห้องรับแขกดีกว่า” เธอถูกพาขึ้นไปที่ชั้นบน สักพักหนึ่งก็ถูกพามาที่ห้องของเขา
เธอพยายามที่จะหยุดแทบตาย แต่หลังก็ถูกดันอยู่เรื่อย ๆ มือใหญ่ของฉีเซิ่งเทียนกำลังโอบตัวเธออยู่
“เซี๋ยวเซี๋ยว อันที่จริงฉันมีวิธีหนึ่งที่อยากจะทดสอบเอวของเธออยู่พอดีเลยนะ” ถ้าหากเธอล้มไปแบบนี้ พวกเขาได้ล้มไปพร้อมกันแน่ ๆ
“ไม่เอา” ทันใดนั้นเธอก็ยืดตัวตรงและก้าวเท้ายาว ๆ เดินเข้าไปข้างในห้อง
เมื่อเข้ามาข้างในห้องแล้วก็หันหลังไปมองเขา “แยกห้อง!”
“อยู่ที่พักแบบนี้เธอจะแยกยังไง แนะนำให้ไหม แยกเตียง เตียงควีนไซซ์อยู่หลังเธอ พวกเราแบ่งคนละครึ่งไหม? แบบนี้น่าจะไม่เลวนะ” ฉีเซิ่งเทียนเลิกคิ้วขึ้น
“แบ่งสามเส้น หนึ่งคน หนึ่งครึ่ง ห้ามข้ามเป็นอันขาด!”
“เธอล้อเล่นหรือเปล่า?”
จะไม่ให้เขาข้ามได้ยังไง เขาต้องข้ามเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
“เซี๋ยวเซี๋ยว ก่อนหน้านั้นเรื่องนั้นฉันเป็นฝ่ายผิด ฉันผิดเอง แต่เธอก็เป็นถึงคนใหญ่ เป็นคุณนาย เพราะงั้นยกโทษในความไม่รู้เรื่องของผู้ชายได้ไหม?” ตัวเขาเองก็ต้องการอิสรภาพของตัวเองเหมือนกันนะ
“ฉันเหนื่อยแล้ว อยากนอน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ ส่วนเรื่องของนายพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน คืนนี้นายห้ามทำอะไรฉันทั้งนั้น! ไม่อนุญาต!” เธอพยายามทำงานล่วงเวลาแทบตาย แต่กลับต้องมาเจอแบบนี้!
“ได้! อะไรที่เธอมีความสุขก็ทำให้ได้ทั้งนั้น”
ไม่ช้าก็เร็วเธอต้องเป็นของเขา และต้องมีสักครั้งที่ทำให้เธอไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้
ทันทีที่เธอวางกระเป๋าลง ฉีเซิ่งเทียนก็เป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปห้องน้ำก่อน ไม่ช้าก็หยิบผ้าเช็ดตัวมาให้เธอ พร้อมกับชุดนอนอย่างดีมาให้ด้วย
นี่เธอควรโกรธเขาหน่อยหรือเปล่านะ?
ช่างเถอะ ตอนนี้เหนื่อยมากแล้ว คิดอยากจะพักผ่อนจริง ๆ
คืนนี้เมื่อต้องนอนแบ่งเตียงคนละครึ่งกับเขา แม้จะได้ยินเสียงฝนตกพรำ ๆ แต่ข้าง ๆ หูของเธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจอยู่ตลอด เธอหลับตาลง แทบไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาเลยสักนิด เมื่อคิดอยากจะนอนก็ นอนหลับลึกไปทันที
เมื่อพวกเขาเผลอนอนหลับไปก็เห็นได้ชัดว่าอยู่กันไม่ไกลเท่าไร เพราะงั้นเมื่อรุ่งเช้ามาถึงช่วงที่หลินจือเซี๋ยวตื่น เธอก็พบว่าตัวเองได้มุดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้ว
เมื่อมองจากตำแหน่งนี้ก็รู้ได้ว่าเป็นตัวเองกลิ้งไปหาเขา ไม่ใช่เป็นเขาที่เริ่มก่อน
ที่ของเขายังอยู่ที่เดิม ทางด้านซ้ายของเตียง แต่ตัวเธออยู่ด้านขวา
และนี่….
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
มือใหญ่วางอยู่ที่เอวของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถหนีไปไหนได้
ส่วนลมหายใจก็รดอยู่ที่หัวเธออยู่แบบนี้ ดูท่าเขาน่าจะยังไม่ตื่น เธอยังมีโอกาสหนีได้อยู่
เธอยังมีโอกาสหลบหนีได้โดยกลิ้งไปอีกด้าน หลังจากนั้นก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
เธอค่อย ๆ เอื้อมไปจับมือขวาของเขา ช่วงขณะที่สัมผัส ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าเจอปัญหาที่ร้ายแรงเข้าให้แล้ว!
ฉีเซิ่งเทียนนั้นไม่ได้ใส่เสื้อผ้า!
แล้วยังนอนหลับลงได้อีก!
นี่มันหมายตาเธอแล้วจริง ๆ
สิ่งที่ทนไม่ได้ที่สุดก็คือ…..น้องน้อยมันมาสะกิดที่แผ่นหลังเธอในช่วงเช้าเนี่ย
เธอค่อย ๆ ขยับร่างกายออกทีละนิด พยายามไม่สัมผัสส่วนใดทั้งสิ้น เพราะเธอรู้ดีว่าตอนนี้เธอนั้นกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขา
ว่าแต่ควรทำยังไงดี?
หากตามนิสัยของใครบางคน ถ้าตื่นมาแล้วเจอแบบนี้มีหวังคงถูกกินจนสะอาดสะอ้านแน่ ๆ
เมื่อเธอพยายามกลิ้งออก กลิ้งไปทางด้านขวาและก็แสร้งทำหลับตาต่ออย่างไม่รู้ไม่ชี้อีกครั้งหนึ่ง
ทันใดนั้น ๆ จู่ที่ด้านหลังก็รู้สึกถึงไอร้อนที่เข้ามาใกล้ ไม่ช้าเธอก็ตกไปอยู่ในอ้อมแขนของเขา “เซี๋ยวเซี๋ยว อรุณสวัสดิ์ ฟ้าสว่างแล้ว”
“อืม ฟ้าสว่างแล้ว เพราะงั้นพวกเราลุกจากเตียงเถอะ!” สายตาของเธอค่อย ๆ เลื่อนออกและพยายามบอกว่าตัวเองกำลังจะลุกขึ้นนะ แต่ทำไมมือของเขายังคงจับเธอแน่นอยู่แบบนี้กัน?
“เซี๋ยวเซี๋ยว เธอคิดจะลุกจากเตียงเหรอ?” ลมหายใจอุ่น ๆ ขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เธอค่อย ๆ หดไหล่ลงมาเรื่อย ๆ เช่นกัน
“คิดสิ”
“แต่ฉันไม่คิดอะ” เขาอดทนมาทั้งคืน ไม่ง่ายเลยนะกว่าจะอดทนรอจนถึงฟ้าสว่าง แถมเซี๋ยวเซี๋ยวของเขายังกลิ้งออกจากอ้อมแขนเขาไปแบบนั้นอีก
ไม่มีความสุขเลยสักนิด!
เมื่อคืนนี้เขาต้องระวังไม่ให้เธอตื่น แถมยังพยายามให้เธอกลิ้งมานอนที่แขนของเขาอีก