เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1002 จับยมทูต (รีไรต์)
ตกกลางคืน
ฉู่ลั่วที่นอนพักผ่อนอยู่ในห้องทำงานพลันลืมตาขึ้นมา
เธอพลิกตัวลงจากเตียง แล้วเดินไปที่ห้องสอบปากคำอย่าง
รวดเร็ว
ที่นั่นเสวียนเฉิงจื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความไม่พอใจ ลมหายใจ
ของเขาอ่อนแรงมาก
เจ้าหน้าที่เห็นฉู่ลั่วเดินเข้ามาก็รายงานให้ฟัง “เขาดูท่าจะไม่ไหว
แล้วครับ ต่อให้มียันต์อยู่ก็เหมือนจะรั้งชีวิตของเขาไว้ไม่ได้”
ฉู่ลั่วตอบรับเบา ๆ
เธอมองยันต์ที่ตนเองแปะไว้บนหลังของเสวียนเฉิงจื่อ อักขระ
ด้านบนค่อย ๆ หายไปแล้ว
ยิ่งอักขระหายไป ลมหายใจของอีกฝ่ายก็ยิ่งอ่อนแรง
จนกระทั่งอักขระหายไปหมด ยันถึงได้ร่วงลงจากแผ่นหลัง
เสวียนเฉิงจื่อพ่นลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกมา จากนั้น
วิญญาณก็ค่อย ๆ ลอยออกจากร่างของเขาอีกครั้ง
เห็นแบบนี้ เขาก็หัวเราะร่าพลางบอกกับฉู่ลั่วว่า “เธอคิดว่าแค่ขัง
วิญญาณของฉันไว้ในร่างก็ไม่เป็นอะไรแล้วงั้นเหรอ?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พญายมราชให้ตายยามสาม ใครจะกล้าปล่อยให้อยู่
ถึงยามห้า”
“ฉันตายไปแล้ว เธอรั้งฉันไว้ไม่ได้หรอก”
พูดจบ มันจะลอยออกไปข้างนอก
แต่ขณะที่กำลังจะทะลุกำแพงออกไป แรงดึงที่คุ้นเคยพลัน
กลับมาอีกครั้ง!
ชั่วพริบตา เขาก็ถูกดึงกลับมาอยู่ข้างฉู่ลั่วแล้ว
“เธอ…”
“เธอยังอยากขังฉันไว้ในร่างอีกเหรอ?”
ฉู่ลั่วไม่พูดอะไร แต่ส่งสายตามองไปที่มุมห้อง
ยมทูตสองตนปรากฏกายด้วยท่าทีมืดมนเหมือนก่อนหน้านี้
เขาสะบัดโซ่ออกมาจับวิญญาณของเสวียนเฉิงจื่อ แต่ดึงไปได้
ครึ่งทางก็ถูกกระบี่ชิงเจวี๋ยขวางไว้
“ยมโลกมารับวิญญาณ คนไม่เกี่ยวข้องถอยออกไป!”
ฉู่ลั่วออกแรงดึงกระบี่ทองสัมฤทธิ์เพื่อรั้งยมทูตไว้
ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของยมทูต เธอก็ท่องคาถาออกมา
พลังวิญญาณสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจนเกิดเสียงดังสนั่น พุ่งเข้าใส่
ยมทูตตนหนึ่งทันที
วินาทีต่อมา เชือกตรึงวิญญาณก็พัดรอบตัวยมทูตไว้
ยมทูต “…”
เสวียนเฉิงจื่อ “…”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
เธอกำลังทำบ้าอะไรอยู่!?
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง ฉู่ลั่วเลื่อนสายตาของมาช้า ๆ ไป
ตกอยู่ที่ยมทูตอีกตนหนึ่ง
ดวงตาคู่สวยนั้นไม่มีร่องรอยอารมณ์ใด ๆ
แต่ยมทูตเมื่อได้เห็นกลับจิตใจสั่นสะท้าน
เขาหันหลังจะวิ่งหนี
แต่ร่างวิญญาณเพิ่งแตะโดนผนัง พลังวิญญาณสายหนึ่งก็พุ่งมา
จากข้างหลัง แล้วลากเอายมทูตกลับเข้ามาอีกครั้ง
ยมทูตเบิกตากว้าง สิ่งที่เห็นคือใบหน้าสวยไร้อารมณ์ของฉู่ลั่ว
“…” ริมฝีปากยมทูตสั่นระริก “ข้า… ข้าเป็นยมทูต! ข้า… ข้ามา
รับวิญญาณ กล้าไม่เคารพข้า เจ้าไม่กลัวจะต้องตกนรกขุมสิบแปด
เหรอ?”
ฉู่ลั่วประสานมืออีกครั้ง พร้อมกับท่องคาถา
เธอมัดยมทูตสองตนไว้ด้วยกัน หยิบยันต์ออกมาติดลงบนตัว
ของพวกเขา แล้วส่งยมทูตให้เจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ตาโต “…เจ้านิกายครับ นี่… นี่จะให้จัดการยังไงเหรอ
ครับ?”
นี่ไม่ใช่ผีธรรมดานะ!
แต่นี่คือยมทูตที่ขึ้นทะเบียนในยมโลกแล้ว
นี่ถ้าจับยมทูตไว้จริง ๆ จะต้องไปเจรจากับยมโลกครั้งใหญ่หรือ
เปล่า
แล้วทางฝั่งยมโลกคุยง่ายไหม?
อีกฝ่ายทำงานตามปกติ ถ้าไม่มีเหตุผลมาแก้ตัว นี่…
ยมโลกคงจะไม่บุกโจมตีใช่ไหม?
คงจะไม่เกิดสงครามระหว่างมนุษย์กับยมโลกหรอกใช่ไหม!
ในสมองของเจ้าหน้าที่หมุนอย่างรวดเร็ว แต่สีหน้ากลับมุ่งมั่น
มาก “ต้องการให้จัดการเป็นพิเศษไหมครับ?”
“ไม่ต้อง แต่จับตาดูพวกเขาไว้ก็พอ”
“ครับ!”
เจ้าหน้าที่พายมทูตสองตนออกไป
เจ้าหน้าที่คนอื่น “…”
เจ้านิกายแข็งแกร่งมาก!
อยู่เหนือฟ้าดินไปแล้ว!
ซู่เซี่ยงหยางดึงฉู่ลั่วหลบออกมา พลางถามว่า “คุณทำแบบนี้จะ
ไม่มีปัญหาจริงใช่ไหม?”
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
“ทางยมโลกจะไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
“ไม่มีค่ะ”
ถึงซู่เซี่ยงหยางจะไม่แน่ใจว่าฉู่ลั่วจะทำอะไร แต่เขายังเชื่อมั่นใน
ตัวฉู่ลั่ว “ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามวิธีของคุณแล้วกัน คุณพร้อมจะอธิบาย
ตอนไหน ค่อยบอกผมอีกที”
…
องค์กรศักดิ์สิทธิ์
ไจ๋โหรวทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้วก็พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานไปพลาง
เดินไปยังที่ทำงานของตัวเองไปพลาง
เธอเดินไปได้ครึ่งทาง ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังรวมตัวกันกระซิบ
กระซาบบางอย่าง
เธอรีบวิ่งเข้าไปทันที “เกิดอะไรขึ้น ๆ?”
พนักงานหนึ่งในนั้นพูดเสียงเบาว่า “ท่านเจ้านิกายจับยมทูตไว้
อีกคู่หนึ่งแล้วน่ะสิ”
“ไม่หรอกมั้ง! นี่มันคู่ที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย?”
“ผ่านมาห้าวันแล้ว เป็นคู่ที่สิบแล้วละ!”