เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1024 ไร้วาสนา
ห้องน้า
ฉู่ลั่วเดินออกจากประตู เพิ่งเดินเลี้ยวออกมาก็เห็นเงาร่างสูงใหญ่
ขวางหน้าเอาไว้
หลินโจวอี้…
เขามือหนึ่งล้วงกระเป๋า แววตาไร้อารมณ์มองมาที่ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วเอ่ย “ขอทางด้วยค่ะ”
หลินโจวอี้ไม่ขยับ
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วมองดวงตาที่สงบนิ่งคู่นั้น
“ไม่ทราบว่าจะเชิญปรมาจารย์ฉู่ลงจากเขาสักครั้งหนึ่งต้องใช้
เงินเท่าไหร่ครับ?”
ดวงตาของฉู่ลั่ววูบไหวเล็กน้อย “ประธานหลินหมายความว่า
ยังไงคะ?”
“มีเรื่องอยากให้ปรมาจารย์ฉู่ช่วยหน่อย ไม่ทราบว่าต้องการ
เท่าไหร่?”
สายตาของฉู่ลั่วจับจ้องไปที่ใบหน้าของหลินโจวอี้อีกครั้ง
ตามคาด…
มองไม่เห็นดวงชะตา
“หนึ่งร้อยล้าน”
“ได้ครับ พรุ่งนี้ปรมาจารย์ฉู่ว่างหรือเปล่า?”
“ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ผมจะไปที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันด้วย
ตัวเอง”
“อืม”
หลินโจวอี้ถึงได้หลีกทาง ฉู่ลั่วเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เมื่อหันไปอีก
ครั้งก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาที่เดินออกไปอีกทาง
ดวงตาของเธอเป็นประกาย
“ทำไมเหรอ หลินโจวอี้ทำให้คุณลำบากใจหรือเปล่า?” ฮั่วเซียวห
มิงเดินเข้ามา เขากวาดตามองหลินโจวอี้อย่างเย็นชา
“เปล่าหรอก เขาต้องการบางอย่างจากฉัน”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
“ฐานะของตระกูลหลินไม่ธรรมดา เรื่องที่ทำให้หลินโจวอี้เอ่ยปาก
ด้วยตัวเองได้ ต้องไม่ใช่เรื่องเล็กแน่ คุณต้องพิจารณาตามความ
เหมาะสมนะ”
“ฉันรู้ค่ะ”
“พวกเรา… กลับกันไหม?”
“ค่ะ”
…
กลับมาถึงคฤหาสน์เมฆใสฝ้ามองตะวัน ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว
รถจอดอยู่ด้านนอกคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน ไม่ได้ขับเข้า
ไป
ฉู่ลั่วมองฮั่วเซียวหมิงด้วยความสงสัย
ภายในรถมีแสงไฟสลัว สีหน้าของฮั่วเซียวหมิงซ่อนอยู่ท่ามกลาง
แสงสลัวทั้งหมด มองเห็นเพียงสันจมูกโด่ง และหน้าอกผึ่งผายของ
เขา ที่นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับเท่านั้น
ฉู่ลั่วถาม “…มีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า?”
“ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณ”
“คุณบอกมาเลย ขอแค่ฉันช่วยได้ ฉันจะทำแน่นอน ฉันเคย
สัญญากับคุณแล้ว ก่อนที่ฉันจะแก้ยันต์เซียนบนตัวคุณได้ ฉันจะ
ปกป้องคุณ”
เธอพูดอย่างมีเหตุผล และชัดเจนมาก
ท่ามกลางความมืดมิด มีเสียงถอนหายใจของฮั่วเซียวหมิงดัง
ขึ้นมา
ฉู่ลั่ววางมือไว้บนหัวเข่า เธอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ในรถก็มีเสียงของฮั่วเซียวหมิงดังขึ้นมา “ถ้า
ผมถามเรื่องของฉู่หร่าน คุณจะบอกผมหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วคิดไม่ถึงเลยสักนิดว่าฮั่วเซียวหมิงจะหยิบยกเรื่องนี้มาถาม
เธอรู้ว่าฮั่วเซียวหมิงฉลาด และรู้ด้วยว่าเขาพอเดาได้แล้ว
แต่พวกเขาเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด จึงไม่เคยยกเรื่องนี้ขึ้นมา
ถาม
หลายครั้งก่อนหน้านี้ ฮั่วเซียวหมิงก็เดาได้หมดแล้ว แต่พอถึงจุด
ที่เหมาะสมก็เลือกจะหยุดเอาไว้ ไม่ได้ตื้อถามอะไรต่อ
แต่ครั้งนี้…
เธอขมวดคิ้ว “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”
“เปล่าครับ”
ฉู่ลั่วถามอีกครั้ง “วิญญาณของคุณไม่มั่นคงหรือเปล่า? หรือ
ว่า… เพราะเรื่องขวดผนึกรัก เธอสร้างผลกระทบอะไรกับคุณอีกหรือ
เปล่า? หรือเพราะเถาเป่ย เมื่อกี้ฉันสังเกตดูใบหน้าของคุณ และลอง
คำนวณดูแล้ว ช่วงนี้คุณไม่น่าจะมี…”
“ฉู่ลั่ว” ฮั่วเซียวหมิงพูดแทรก “ผมแค่อยากช่วยคุณ”
ฉู่ลั่ว “…”
“แค่อยากช่วยจริง ๆ ผมบอกคุณหลายครั้งแล้ว ว่าให้ผมช่วยได้”
“ผมสามารถตรวจสอบบุปผาแห่งความตายได้”
“ต้นไม้เซียน ผมก็หาที่ให้อยู่ได้”
“องค์กรอะไรนั่นก็มีชื่อผมอยู่ด้วย”
“ฮั่วกรุ๊ปเองก็ให้ความร่วมมือกับทางองค์กรอย่างมาก”
“ผมเป็นคนธรรมดา แต่ก็ช่วยคุณได้”
ฉู่ลั่วเงียบไปแล้ว เธอก้มหน้าลงโดยไม่พูดไม่จา
“เพราะผมไม่สามารถบำเพ็ญได้เหรอ?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่ใช่…”
“หรือเป็นเพราะ คุณดูออกตั้งนานแล้วว่าผมกับคุณไม่มีดวง
สมรสกัน”
“!?”
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้น เธอมองฮั่วเซียวหมิงด้วยความตกใจ
“เมื่อไม่นานมานี้ แม่ของผมกังวลเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเรา
เลยไปเสี่ยงเซียมซีทำนายดวงของคุณกับผมที่วัดมังกรขาว และยังให้
เจ้าอาวาสวัดมังกรขาวมาช่วยตีความบนเซียมซีด้วย”
หัวใจของฉู่ลั่วพองโตขึ้นมา เธอกำมือเอาไว้แน่น ดวงตาจ้องมอง
ฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ในความมืด
ในสายตาคนของลัทธิเต๋า เจ้าอาวาสวัดมังกรขาวมีสถานะสูง
มาก
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสถานะเหนือกว่าหยางเสียนเสียอีก
เพียงแต่เขาละทิ้งความสนใจจากทางโลกไปแล้ว และอุทิศตน
ให้กับการบำเพ็ญ
ก่อนหน้านี้ที่จะไปจัดการกับซางหัว พวกหยางเสียนก็ไม่สามารถ
เชิญเจ้าอาวาสวัดมังกรขาวมาได้ แต่หยางไต้กลับเชิญเจ้าอาวาสวัด
มังกรขาวมาช่วยตีความเซียมซีได้
การตีความเซียมซีของท่านไม่มีทางพลาด
“คุณกับผมไม่มีดวงแต่งงานกัน”
หัวใจของฉู่ลั่วหยุดชะงักไปชั่วขณะ
“ไร้วาสนาต่อกัน ก็เหมือนควันที่ผ่านตาไป”
ฮั่วเซียวหมิงเอ่ยเสียงทุ้มต่า ทุกคำเต็มไปด้วยการอดกลั้น
ความรู้สึกอย่างหาได้ยาก “คุณดูออกตั้งนานแล้วใช่ไหมครับ?”
“ผมบำเพ็ญเซียนไม่ได้ ช่วงเวลาบำเพ็ญที่ยาวนานในชีวิตของ
คุณ ผมก็เป็นแค่ควันที่ผ่านตาไป”
ริมฝีปากของฉู่ลั่วอ้าออกเล็กน้อย แต่กลับพูดไม่ออกเลยสักคำ