เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1036 ศิลาปลาคาร์ป
ปลาคาร์ปว่ายวนในกะละมัง เอ่ยปลอบเธอ “วางใจเถอะ รอให้
พวกเราเจอศิลาบรรพชนฉันแล้วคงปลดทุกอย่างนี้ได้”
“ศิลา?”
ปลาคาร์ปอธิบายอย่างภูมิใจ “ตั้งแต่ฉันเริ่มบำเพ็ญ ก็รู้ว่าบรรพ
ชนของฉันเคยติดตามผู้เฒ่าจันทรามาก่อน และมีบรรพชนที่บรรลุ
เต๋าทิ้งศิลาไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังที่เบิกปัญญาแล้วบรรลุเต๋าได้อย่าง
ราบรื่น”
มันสะบัดหาง “รอให้ฉันบรรลุเต๋าแล้ว ฉันจะช่วยปลดแรงกรรมที่
พัวพันของเธอให้เอง แต่เดิมเรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเธออยู่
แล้ว”
ซุนหย่าจิ้งมีสีหน้าลำพองระคนสะท้อนใจ “เพราะฉะนั้น ตอนนี้
พวกเราต้องไปยังที่ในความทรงจำของมันเพื่อตามหาศิลา”
“แต่กลัวว่าระหว่างทางจะอันตรายเกินไป ก็เลย… อิ ๆ!”
ฉู่ลั่วกระจ่างแจ้ง เอ่ยขึ้น “ฉันจะวาดยันต์สามสี่แผ่นไว้ให้ค่ะ คุณ
พกไว้ให้ดี!”
“ขอบคุณค่ะ ปรมาจารย์น่ารักที่สุดเลย!”
ฉู่ลั่วไปวาดยันต์
ซุนหย่าจิ้งไปคุยกับพวกเฉิงยวนอย่างไม่มีอะไรทำ พลางถาม
พวกซ่งเมี่ยวเมี่ยวว่าอยากได้ของขวัญอะไรไหม
หูเสี่ยวหลีเดินบิดตัวเข้ามานั่งข้าง ๆ ด้วยท่าทางเย้ายวน “เสี่ยว
จิ้ง ไม่เจอกันนานเลยนะ เธอไม่โกรธที่ฉันไม่ติดต่อไปใช่ไหม”
“ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก ตอนนี้ก็เป็นข้าราชการไปครึ่งตัวแล้ว ได้ทั้ง
สวัสดิการและประสบการณ์ เฮ้อ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากติดต่อเพื่อนสาว
อย่างพวกเธอจริง ๆ นะ”
“เสี่ยวจิ้ง เธอคงไม่โกรธฉันใช่ไหม”
ซุนหย่าจิ้งอุ้มยายามาเล่นด้วย ไม่แม้แต่จะเงยหน้า “ไม่เป็นไร
ช่วงนี้ฉันเองก็ยุ่งมาก”
“โอ๊ย! เสี่ยวจิ้ง เธอไม่รู้หรอกว่างานนี้ของฉันเหนื่อยขนาดไหน
บรรดาศาสตราจารย์เอย นักศึกษาปริญญาเอกเอย ไม่รู้อะไรสักอย่าง
เอาแต่ถามฉันลูกเดียว”
ซุนหย่าจิ้งเอ่ย “อ๋อหรอ ถ้าทำแล้วไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องทำเลย”
หูเสี่ยวหลี “…”
หล่อนพ่นลมหายใจตอบมาแล้วหันหลังเดินออกนอกบ้านไป
ทิ้งให้ซุนหย่าจิ้งงุนงง
ผ่านไปพักหนึ่ง จิ่งเจียเหยียนด้อม ๆ มอง ๆ เดินเข้ามาประหนึ่ง
โจนปล้นบ้าน “เธอทำเสี่ยวหลีโมโหอีกแล้วเหรอ!”
ซุนหย่าจิ้งตอบ “เปล่านี่ เขาแค่มาคุยเรื่องชีวิตช่วงนี้กับฉันเฉย
ๆ”
เสียงของจิ่งเจียเหยียนเบามาก “เขาโกรธเธออยู่น่ะ”
“เรื่อง?”
“เพราะก่อนหน้านี้ที่แข่งกันก็ไม่เคยชนะ ตอนนี้อุตส่าห์ได้งานดี
ๆ แล้ว อยากให้เธออิจฉากลับบ้างแต่เธอก็ไม่อิจฉา”
ซุนหย่าจิ้งแหงนสายตา สีหน้าประหลาดใจ “แข่งเหรอ… แข่ง
เรื่องอะไร?”
“ก็ก่อนหน้านี้ไง! คุณชายว่านต้องเลือกระหว่างพวกเธอสองคน
ไม่ใช่เหรอ แล้วก็เจ้าชายแห่งวงการเพชรนิลจินดานั่นอีก พวกเธอก็
แย่งกันอยู่ไม่ใช่เหรอ เธอชนะทุกครั้งเลยนี่”
ซุนหย่าจิ้งขมวดคิ้ว “เปล่านี่ ว่านจ่งเจ๋อมาจีบฉันเอง เขาเคยจีบ
เสี่ยวหลีด้วยเหรอ? แล้วก็คุณชายแห่งวงการเพชรนิลจินดาอะไรนั่น
ไม่อยู่ในสายตาฉันหรอก”
“นี่เธอชอบว่านจ่งเจ๋อเหรอ รีบบอกฉันแต่แรกสิ ฉันยกให้!”
จิ่งเจียเหยียน “…”
ปีศาจงูสวาทหันมองหน้าประตูด้วยสัญชาตญาณ
หล่อนไม่เห็นอะไรทั้งนั้น นอกจากหางจิ้งจอกฟูฟ่องแกว่งไปมา
ในอากาศ และจิตสังหารพลุ่งพล่าน!
จึงรีบกระโจนไปกอดหูเสี่ยวหลีที่คืนร่างเดิมพลางเอ่ย “แกใจเย็น
ก่อน”
“ฉันเย็นไม่ไหว นั่นหล่อนหมายความว่าไง ไม่เคยเห็นฉันเป็น
คู่แข่งใช่ไหม ดูถูกฉันเหรอ!”
“ฉันเป็นถึงปีศาจจิ้งจอกพันปี! เธอเป็นเพียงคน บังอาจดูถูกฉัน
เหรอ”
จิ่งเจียเหยียนลากหูเสี่ยวหลีออกไปแล้ว ก่อนได้ยินเสียงดังปึงปัง
ดังมาจากข้างนอก
ผ่านไปพักใหญ่…
รอจนซุนหย่าจิ้งรับกระดาษยันต์และยกกะละมังเตรียมตัวกลับ
บ้านด้วยความชื่นบาน ก็เห็นจิ้งจอกหมดอาลัยตายอยากหนึ่งตัวใน
สวนหย่อมกำลังฟุบอยู่บนพื้นหญ้าพร้อมขนอันยุ่งเหยิง
ด้านข้างมีงูใหญ่สีเงินยวงขดอยู่ที่พื้นราวกับไม่มีชีวิต
“ตายแล้ว! บ้านปรมาจารย์มีงูตัวใหญ่ขนาดนี้ด้วยเหรอ แล้วยังมี
จิ้งจอกอีกด้วย สมเป็นปรมาจารย์ สุดยอดจริง ๆ”
“แต่ดูเหมือนเลี้ยงไม่ค่อยดีนะ ขนของจิ้งจอกตัวนั้นไม่เคยถูกสาง
เลยใช่ไหมน่ะ ดูไม่สวยเท่าไร”
จิ้งจอกซึ่งห่างออกไปทำท่าจะเด้งพรวดขึ้นมา แต่ถูกหัวงูทับลง
ไป
ปลาคาร์ปในกะละมังส่งเสียง “เธออย่าพูดอะไรมากกว่าเลย!”
ขืนพูดต่อไป ต่อให้ปรมาจารย์ฉู่ลั่วอยู่ด้วยก็อาจจะรักษาชีวิตเธอ
ไว้ไม่ได้!