เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1037 กลับตระกูลฉู่ไปโดนต าหนิ
สองวันต่อมา ฉู่เหิงโทรมาบอกฉู่ลั่วว่าคนตระกูลฉู่กลับประเทศ
แล้ว
หัวหว่านพ่นลมหายใจ เก็บกระเป๋าอย่างไม่เต็มใจ “คุณหนูจะ
กลับไปจริง ๆ เหรอคะ ไม่กลับไปไม่ได้เหรอ”
เฉิงยวนพิงกำแพงพลางกล่าว “ให้พวกข้าตามไปด้วยดีหรือไม่”
“ไม่ต้อง”
หัวหว่านยังคงบ่นต่อ “ทุกครั้งที่ไปตระกูลฉู่ไม่เคยเป็นเรื่องดีเลย
พวกเขาทำไม่ดีกับคุณหนู…”
“เลิกพิรี้พิไร้เสียที รีบส่งนางไปจะได้รีบกลับ”
รอจนฉู่ลั่วยกสัมภาระขึ้นรถ หัวหว่านก็เอียงคอมองเฉิงยวนด้วย
ความขุ่นเคือง “คุณรู้ทั้งรู้ว่าคุณหนูไปตระกูลฉู่แล้วก็ต้องโดนรังแก
ยังจะให้คุณหนูไปอีก!”
เฉิงยวนยักไหล่ “มิไปไม่ได้”
“อะไรนะคะ”
เฉิงยวนหันมองตามทิศที่รถแล่นออกไป
หวังว่าครั้งนี้จะราบรื่นอย่างที่ฉู่ลั่วคิด
…
ณ เมืองเจียง
บ้านตระกูลฉู่
ฉู่ลั่วลงจากรถ ยกสัมภาระเข้าคฤหาสน์ แต่ทันทีที่เข้าไปถึง
…สายตาหลายคู่ก็เพ่งมองมา
ฉู่เหิงและฉู่จิงนั่งอยู่บนโซฟา ซ่งเชียนหย่ากำลังคุยกับฉู่หร่าน
ส่วนฉู่เหว่ยฮ่าวกำลังไถ่ถามเรื่องในบริษัท
ทันทีที่เห็นเธอ ซ่งเชียนหย่าก็พูดน้าเสียงไม่สบอารมณ์ “ต้องให้
พวกเราโทรหา ลูกถึงจะยอมกลับมาใช่ไหม”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอยกสัมภาระเดินขึ้นชั้นบน
“ลูกจะไปไหน มานี่ แม่มีเรื่องต้องถาม!”
ฉู่ลั่วเดินเข้ามา กวาดสายตาผ่านพี่ชายใหญ่และรอง ใบหน้าฉู่
จิงเจือแววขุ่นเคืองเล็กน้อย ส่วนฉู่เหิงขยิบตาให้เธอแล้วกลับไปมี
ท่าทีเหมือนเดิม
“ทำไมต้องทำร้ายโจวอี้! โจวอี้เป็นทายาทสืบทอดตระกูลหลินใน
อนาคต หนูรู้ไหมว่าการลงมือกับเขาจะส่งผลยังไง”
ฉู่ลั่วเอ่ยเสียงเรียบ “หนูไม่ได้ทำ”
“ยังจะบอกว่าไม่ได้ทำอีก! พอเขาออกจากบ้านหนูปุ๊บก็เกิด
อุบัติเหตุ จะบอกว่าไม่ใช่ฝีมือลูกเหรอ” ใบหน้าซ่งเชียนหย่าเย็นยะ
เยือก น้าเสียงเจือแววผิดหวัง “ลั่วลั่ว ทำไมถึงเอาแต่หาเรื่องหร่านห
ร่าน ตอนนี้แม้แต่คู่หมั้นหร่านหร่าน ลูกก็ไปปล่อย! ไม่รู้สึกว่าตัวเอง
ทำเกินไปเหรอ”
ฉู่หร่านเกลี้ยกล่อมอยู่ข้าง ๆ “คุณแม่คะ ช่างเถอะ อย่าโทษลั่วลั่ว
เลยค่ะ เธอต้องไม่ได้ตั้งใจแน่ ๆ”
“จริงเหรอ… ฉันว่าตั้งใจนั่นแหละ” ฉู่จิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
“คนขับรถตระกูลหลินขับรถมาตั้งกี่ปี ถนนทั้งกว้างทั้งโล่ง ไม่มีรถสัก
คัน แล้วจู่ ๆ ทำไมถึงหน้ามืด มองอะไรไม่เห็น”
“ต้องมีใครเล่นตุกติกแน่”
ฉู่หร่านได้ยินที่ฉู่จิงพูดก็หันไปมองด้วยสีหน้าแปลกใจนิดหน่อย
ฉู่เหิงก็เอ่ยด้วยน้าเสียงราบเรียบ “ลั่วลั่ว เรื่องนี้เธอทำไม่ถูก ขอ
โทษหร่านหร่านซะ”
ฉู่หร่านหันมองพี่ชายใหญ่ ความฉงนพาดผ่านแววตา
ฉู่ลั่วยืนอยู่ที่เดิม ผลุบสายตาลง “หนูไม่ได้ทำ… หนูไม่ขอโทษ
ถ้าไม่มีเรื่องอื่น หนูขึ้นไปก่อนนะคะ”
เธอหันหลังแล้วเดินออกไปทันที
ซ่งเชียนหย่าโมโหจนลุกขึ้นยืน “ก่อนหน้านี้แม่สงสารลั่วลั่ว รู้สึก
ว่าละเลยลูกเพราะหร่านหร่าน ไม่คิดเลยว่าลูกจะไม่ยอมปรับปรุงตัว
เดี๋ยวนี้หันทำร้ายคนอื่นด้วยเหรอ หรือต้องรอให้ถึงวันที่แก้ไขอะไร
ไม่ได้อีกถึงจะสำนึกผิด”
ฉู่เหิงก็เอ่ยด้วยน้าเสียงผิดหวัง “ลั่วลั่ว ครอบครัวเราทำธุรกิจกับ
ตระกูลหลิน เธอไม่ควรลงมือกับหลินโจวอี้ อย่าลืมว่าหร่านหร่านก็
เป็นคุณหนูตระกูลฉู่เหมือนกัน อนาคตเธอต้องแต่งงานเข้าตระกูล
หลินโดยเป็นตัวแทนตระกูลฉู่นะ”
“ถ้าเธอเข้าใจเรื่องพวกนี้จริง ๆ ก็คงไม่ลงมือกับหลินโจวอี้หรอก
มีฐานะเป็นถึงคุณหนูตระกูลฉู่ แต่ไม่เคยทำอะไรที่ส่งประโยชน์ต่อ
ตระกูลฉู่เลย เอาแต่สร้างเรื่องอยู่ทุกวี่ทุกวัน…”
ฉู่หร่านมองข้ามเสียงของซ่งเชียนหย่าข้างกาย เอาแต่เพ่งมอง
พี่ชายใหญ่และรองด้วยหางตา
สายตาทอแววสงสัย แต่ไม่พบความผิดปกติแม้แต่น้อย
…
เป็นเวลาสองวันติดที่ฉู่เหิงและฉู่จิงคอยถากถางฉู่ลั่ว บางครั้งยัง
บีบบังคับให้ขอโทษฉู่หร่าน
ฉู่หร่านมองดูฉู่ลั่วที่เงียบลงเรื่อย ๆ ในสองสามวันนี้ จนกระทั่ง
ท้ายที่สุดไม่แม้แต่จะออกจากห้องนอน เวลากินข้าวก็ต้องยกเข้าไปที่
ห้อง
“คุณแม่คะ ลั่วลั่วไม่ลงมากินข้าวอีกแล้วเหรอ”
“ตัวเองทำผิดแล้วยังจะใส่อารมณ์อีก ไม่ต้องสนใจเธอ พวกเรา
กินกันเองก็ได้”
ฉู่หร่านเงยหน้ามองชั้นบน “คุณแม่คะ วันนี้หนูมีแคสงาน ไม่กิน
ข้าวที่บ้านนะคะ”
“รีบขนาดนั้นเลยเหรอ กินเสร็จแล้วค่อยไปสิ”
“ไม่ละค่ะ”
ฉู่หร่านสวมกอดซ่งเชียนหย่าก่อนจะเอ่ย “คุณแม่คะ อย่าโกรธ
ลั่วลั่วเลย เรื่องที่ลั่วลั่วไม่ชอบหนูใช่ว่าเพิ่งเกิดขึ้นวันสองวันนี้ คุณแม่
อย่าทะเลาะกับลั่วลั่วเพราะหนูเลยค่ะ”
ซ่งเชียนหย่าแค่นเสียงเย็น “ถ้าลั่วลั่วว่าง่ายได้ครึ่งหนึ่งของลูกก็
คงดี”
พอได้ยินประโยคนี้ ฉู่หร่านจึงออกจากบ้านด้วยความพอใจ