เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1038 ด้ายแดงแห่งโชคชะตา
ในคืนนั้น
คฤหาสน์ตระกูลฉู่เงียบสงัด บรรดาคนรับใช้และพ่อบ้านต่าง
กลับไปพักผ่อนกันหมดแล้ว
ตามทางเดินจึงเหลือเพียงแสงไฟอันอบอุ่นที่ยังส่องสว่าง
เงาร่างหลายสายเคลื่อนไหวเชื่องช้า รอจนมาพบกันที่หน้า
ห้องนอนของซ่งเชียนหย่ากับฉู่เหว่ยฮ่าวแล้วจึงพยักหน้าส่ง
สัญญาณให้กัน
จากนั้นหยิบกุญแจออกมาไขประตูห้องนอนใหญ่
ภายในห้องนอน ซ่งเชียนหย่าและฉู่เหว่ยฮ่าวนอนหลับสนิท
เงาร่างค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้
ทันใดนั้นฉู่เหว่ยฮ่าวพลันลืมตาตื่น “นั่นใคร! พวกแกคิดจะทำ
อะไร”
ไม่รอให้เขาพูดจบกลับถูกใครคนหนึ่งจัดการปิดปาก ส่วนอีกคน
รีบเข้าไปจับตัวซ่งเชียนหย่าที่อยู่ข้าง ๆ
ซ่งเชียนหย่าร้องเสียงอู้อี้
ไฟในห้องสว่างขึ้นทันที
คนทั้งสองจึงเห็นว่าคนร้ายที่บุกเข้ามาในห้องคือลูก ๆ ของตัวเอง
ซ่งเชียนหย่าตาเบิกโต ในดวงตาเจือด้วยแววขุ่นเคือง มองฉู่ลั่ว
ซึ่งเดินมาหาจนตาขวาง
ฉู่เหิงเอ่ยปลอบเสียงแผ่วเบา “คุณแม่ครับ พวกเราหวังดีกับคุณ
แม่ทั้งนั้น ช่วยอดทนสักหน่อยนะครับ”
เขาหันไปมองฉู่ลั่วก่อนถาม “ลั่วลั่ว เป็นยังไงบ้าง”
“วิญญาณหายไปจริง ๆ พวกเราแค่เรียกวิญญาณกลับมาก็พอ”
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบจัดการกันเลยเถอะ!”
ฉู่เหว่ยฮ่าวบิดตัวขัดขืน มองซ่งเชียนหย่าด้วยความเป็นห่วงก่อน
ถลึงตาใส่ลูกทั้งสองคน
ฉู่จิงเอ่ย “คุณพ่อครับ พวกเราทำไปก็เพราะหวังดีกับคุณทั้งสอง
จริง ๆ พวกคุณช่วยรออยู่ดูไปก็พอครับ”
ด้านหนึ่ง ฉู่ลั่วมือหนึ่งประสานอิน อีกมือหยิบแผ่นยันต์ออกมา
ริมฝีปากเอ่ยท่องคาถา หลังท่องจบจึงปล่อยมือ ยันต์แผ่นนั้นลุกไหม้
กลางอากาศ
ก่อนจะกลายเป็นกลุ่มควันฟุ้งโขมง ลอยลอดช่องหน้าต่าง
ออกไป
ไม่นานนัก กลุ่มควันนั้นก็ลอยกลับมาอย่างเบาบาง
ฉู่เหว่ยฮ่าวเบิกตากว้าง เมื่อเห็นว่ามีเงาร่างเลือนรางลอยตาม
กลุ่มควันกลับมาด้วย
ท่ามกลางสายตาตะลึงงันของฉู่เหว่ยฮ่าวและซ่งเชียนหย่า เงาร่าง
เลือนรางนั้นถูกฉู่ลั่วคว้าจับไว้แล้วโยนใส่ร่างซ่งเชียนหย่า
ดวงตาซ่งเชียนหย่าเบิกโตทันที
ฉู่ลั่วส่งสัญญาณให้ฉู่เหิง “ปล่อยตัวคุณแม่ได้แล้ว”
ฉู่เหิงจึงปล่อยมือ
ซ่งเชียนหย่าไอโขลก ผุดตัวลุกลงจากเตียง วิ่งเท้าเปล่าไปอยู่
ตรงหน้าฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบาย
ตรงไหนไหม”
“คุณแม่ครับ คุณแม่ครับ…”
ฉู่เหิงจับตัวซ่งเชียนหย่าไว้ “คุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนครับ ใจเย็น
ก่อน”
ความหวาดกลัวในแววตาซ่งเชียนหย่ากลับไม่ลดน้อยลง เธอ
มองฉู่เหิงตามด้วยฉู่จิง “อาจ้านล่ะ อาจ้านอยู่ที่ไหน”
“เขาอยู่ที่โรงพยาบาลครับ” ฉู่เหิงปลอบประโลมเธอ “ตอนนี้อา
จ้านปลอดภัยแล้ว เขาไม่เป็นอะไรครับ”
เขากดไหล่ซ่งเชียนหย่าให้นั่งลงบนเตียง “คุณแม่ครับ เกิดอะไร
ขึ้นกันแน่”
“พอลั่วลั่วเจอคุณแม่ เธอก็บอกว่าวิญญาณคุณแม่หายไป ตกลง
ว่าเรื่องนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ฉู่จิงปล่อยตัวฉู่เหว่ยฮ่าวด้วย เขามองพวกลูก ๆ ด้วยความโกรธ
และสงสัย
ซ่งเชียนหย่าเล่าเรื่องทุกอย่าง ร่างเธอสั่นระริก “แม่ไม่รู้เหมือนกัน
ว่าเธอทำอะไร แค่…แค่จู่ ๆ แม่ก็สลบไป หลังตื่นขึ้นมาก็ถูกขังอยู่ใน
ห้อง”
“ลั่วลั่ว!”
ซ่งเชียนหย่าปรี่ตัวเข้าหาฉู่ลั่วอีกครั้ง “ลูกไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ
ในห้องนั้น…มีรูปปั้นของฉู่หร่าน ด้านหลังรูปปั้นยังมีรูปปั้นของเธออยู่
ด้วย”
“มันเป็นแค่รูปปั้นเด็กทารก แต่บนนั้นเขียนชื่อและชะตาแปด
อักษรของเธอ”
“แล้วก็…แล้วก็…”
ซ่งเชียนหย่านึกย้อนกลับไปพลางเริ่มเล่าไม่ได้ศัพท์ “แล้วก็ยังมี
กล่องแปดใบ ในกล่องมีหยกอยู่เยอะมาก แถมมีกล่องว่างเปล่าใบ
หนึ่งอีก”
“บนหยกพวกนั้นมีด้ายแดงผูกอยู่ ด้ายแดงพวกนั้นผูกกับเท้า
ของรูปปั้นฉู่หร่าน…”
ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ ฉู่ลั่วขมวดคิ้วถาม “ผูกตรงไหนนะคะ”
“ตรงเท้า”
ฉู่ลั่ว “…”
ฉู่เหิงเห็นสีหน้าฉู่ลั่วเปลี่ยนไปกะทันหันแบบนี้จึงรีบถาม “มีอะไร
แปลกไปเหรอ ด้ายแดงผูกเท้ามีความหมายว่าอะไรหรือเปล่า”
คนทั้งห้องต่างมองฉู่ลั่วด้วยความสงสัย
ฉู่ลั่วไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงอธิบายว่า “ในสำนักเต๋ามัก
ไม่ผูกด้ายแดงไว้ที่เท้า หากผูกในลักษณะนี้ย่อมมีความเป็นไปได้
เดียว…”
ฉู่จิงถาม “ความเป็นไปได้แบบไหน”
“ด้ายแดงแห่งโชคชะตา”
ฉู่จิงกับฉู่เหิงตาโตทันที น้าเสียงเอ่ยสูงอย่างควบคุมไม่ได้ “อะไร
นะ!”