เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1041 คนที่อยู่เบื้องหลัง
“แล้วซ่งเฉินจุ่นว่ายังไงบ้าง จะขายหุ้นพวกนั้นให้พวกเราไหม”
ฉู่เหิงพยักหน้า “เขากดราคาซื้อหุ้นจากฉู่หร่านได้ในราคาต่า
ตอนนี้จึงอยากให้เราด้วยความปรารถนาดี แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง…”
ฉู่จิงได้ฟังแล้วเงยหน้าขึ้นมองทันที “เกี่ยวข้องกับฉู่ลั่วเหรอ”
“ใช่ เขาอยากจะให้ฉู่ลั่วช่วยออกหน้าตัดความสัมพันธ์ระหว่าง
เขากับตระกูลซ่ง ขับไล่วิญญาณชั่วร้ายและเปลี่ยนชะตาชีวิตเพื่อให้
เขาหลุดพ้นจากชะตากรรมของตระกูลซ่ง”
ฉู่จิงขมวดคิ้ว “ไม่ได้”
“อืม ฉันปฏิเสธไปแล้ว”
ฉู่จ้านรู้สึกงุนงง “ทำไมถึงปฏิเสธล่ะครับ? ตอนนี้ตระกูลซ่งกำลัง
ตกต่า เขาต้องคิดจะใช้โอกาสนี้เพื่อเรียกร้องอะไรสักอย่างแน่นอน
ถ้าเราให้ฉู่ลั่วออกหน้า…”
“อาจ้าน!” ฉู่เหิงพูดตัดบทเขา “นายยังไม่เห็นอีกเหรอ”
“เห็นอะไรครับ?”
ฉู่จิงขมวดคิ้ว “นายประสบอุบัติเหตุจนเกือบตาย แต่ฉู่ลั่วกลับไม่
โผล่หน้ามาเลย แม้แต่โทรศัพท์สักสายก็ไม่โทรมา”
ฉู่จ้านชะงักไป
“ขนาดพ่อเข้าโรงพยาบาล ฉู่ลั่วก็ไม่มีกระทั่งคำพูดเป็นห่วงใย
สักคำ ทั้งยังออกจากบ้านไปตั้งแต่วันนั้นเลย” แม้จะรู้ว่าแม่ของะพวก
เขาไม่มีทางลงมือโหดร้ายเกินไป แต่คำพูดด้วยความห่วงใยสักคำก็
ไม่มีแบบนี้ ช่างเย็นชาเกินไปแล้ว
สีหน้าของฉู่จ้านไม่สู้ดีทันที
ใบหน้าของฉู่เหิงเองฉายความเยาะเย้ยตัวเองด้วยเช่นกัน “แต่
ฉันคงไม่มีสิทธิ์ไปขอร้องให้เธอออกหน้าช่วยหรอก ทั้งตระกูลฉู่เองก็
ไม่มีสิทธิ์เหมือนกัน”
มุมปากฉู่จ้านกระตุก เขาอยากพูดอะไรบางอย่างแต่อดกลั้นไว้
เขายังจะพูดอะไรได้อีก
คงไม่สามารถพูดอะไรได้ทั้งนั้น เพราะคนทั้นหมดล้วนเป็น
ครอบครัวเดียวกัน
ยิ่งนึกถึงสิ่งที่เขาพูดและทำในตอนแรก เขายิ่งไม่มีหน้าจะไปพูด
กับเธอ
ฉู่เหิงลุกขึ้นก่อนเอ่ยว่า “ซ่งเฉินจุ่นจะเรียกร้องอะไรก็ให้เรียกร้อง
ไปเถอะ! เงินแค่นี้ตระกูลฉู่ของเราใช่ว่าจะจ่ายไม่ได้สักหน่อย”
ฉู่จิงกับฉู่จ้านต่างพยักหน้าอย่างเศร้าสร้อย
เมืองหลวง
ณ องค์กรศักดิ์สิทธิ์
ซู่เซี่ยงหยางยื่นข้อมูลที่อยู่ในมือทั้งหมดส่งให้ฉู่ลั่ว “คนของเรา
ตรวจสอบคอนโดในต่างประเทศของฉู่หร่านแล้ว ไม่พบห้องมืดและ
สิ่งของเหล่านั้นที่คุณบอกเลยครับ”
ฉู่ลั่วรับข้อมูลเหล่านั้นมาเปิดอ่าน สายตาของเธอจ้องมองห้องที่
ซ่งเชียนหย่าพูดถึง
ในตอนนี้ห้องนั้นว่างเปล่าไปแล้ว
ไม่มีประตูลับหรือห้องมืดทึบ
แต่กลับสะอาดสอ้านราวกับไม่มีอะไรอยู่เลย
“แต่ว่าเราได้ใช้เครื่องมือตรวจจับความผันผวนของพลังงานที่
หลงเหลืออยู่ในห้องนี้แล้ว พบว่าก่อนหน้านี้มีหยกที่มีขนาดเท่าหัวแม่
มืออยู่จริงครับ ดังนั้น…”
ซู่เซี่ยงหยางสรุป “มีความเป็นไปได้สูงที่หลังจากฉู่หร่านค้นพบ
ความผิดปกติแล้วจะรีบขนย้ายสิ่งของออกไป ส่วนเรื่องที่ว่าย้ายพวก
มันไปไว้ที่ไหนนั้น…”
“พวกเรายังหาไม่เจอครับ”
เขาถามต่อ “คุณแน่ใจนะครับว่าฉู่หร่านไม่ใช่ผู้บำเพ็ญหรือว่าผู้
บำเพ็ญในทางชั่วร้าย เธอไม่ได้มีวิชากำลังภายในเคลื่อนย้ายสิ่งของ
จริง ๆ ใช่ไหมครับ”
“ฉู่หร่านไม่ได้เป็นผู้บำเพ็ญและไม่ได้มีพลังวิญญาณหรือรู้เคล็ด
วิชาอะไรด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็เป็นแค่คนธรรมดา แล้วทำไมถึงมีของพวกนั้น
ได้ อีกอย่าง เธอขนย้ายพวกมันได้ยังไงกัน”
“ถ้าเธอต้องปรับเปลี่ยนประตูก็ต้องซื้อประตูใหม่”
“ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนแปลงอะไรเธอก็ต้องจ้างคนสิ !”
แต่ฉู่หร่านกลับไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น
ฉู่ลั่วจ้องมองรูปในมืออยู่นาน
ซู่เซี่ยงหยางจึงพูดต่อ “สิ่งที่แปลกยิ่งกว่าคือในห้องนั้นไม่ได้มี
ร่องรอยของการปรับแต่งอะไรเลย ตรงประตูห้องยังไม่มีร่องรอยของ
การขยับเคลื่อนไปไหนด้วย”
ราวกับว่าในห้องนี้อยู่ในสภาพนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว
“เป็นอีกดินแดนหนึ่ง”
“อะไรนะครับ !”
“เหมือนกับกระท่อมในป่าของเสวียนเฉิงจื่อ ค่ายกลที่มีอีก
ดินแดนหนึ่ง”
ซู่เซี่ยงหยางได้ยินดังนั้นก็รีบหยิบรูปมาดูอย่างละเอียดทันที “แต่
ฉู่หร่านเป็นแค่คนธรรมดานี่ครับ!”
“คนที่อยู่เบื้องหลังเธอเป็นใครกันแน่”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอเองก็อยากรู้เหมือนกัน
คนที่คอยสั่งการและบงการอยู่เบื้องหลังฉู่หร่านคือใครกัน
“จริงสิ สิ่งของบางส่วนที่เราพบในประเทศอีก่อนหน้านี้ และคุณ
ให้ผมนำไปตรวจสอบเกี่ยวกับจิ่งอันฉิง ตอนนี้มีความเคลื่อนไหว
แล้ว”
“อะไรนะ”
“จิ่งอันฉิงแต่งงานกับนายน้อยใหญ่ของตระกูลฟู่ครับ”
ซู่เซี่ยงหยางกดปุ่ม รูปถ่ายของจิ่งอันฉิงฉายขึ้นบนจอ “จิ่งอันฉิ
งถูกทางบ้านเร่งเร้าให้แต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ ทางตระกูลฟู่จึง
เสนอตัวจะแต่งงานกับตระกูลจิ่งเพื่อเป็นการตอบแทนจิ่งอันฉิง”
“เพราะก่อนหน้านี้จิ่งอันฉิงได้ช่วยชีวิตเด็กสองคนที่หายตัวไป
จากตระกูลฟู่เอาไว้ จึงมีเรื่องตอบแทนน้าใจกันอย่างนี้ครับ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ซู่เซี่ยงหยางอดยิ้มเยาะไม่ได้
เด็กแปดคนนั้นไปช่วยเด็กสองคนซึ่งมีอำนาจมากที่สุดเอาไว้ได้
ช่างโชคดีสุด ๆ !
แม้แต่องค์กรของพวกเขายังต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก
กว่าจะหาเสวียนเฉิงจื่อเจอ และผ่านเข้าไปในค่ายกลได้ แต่คน
ธรรมดาอย่างจิ่งอันฉิงกลับเข้าได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังช่วยเด็กออกมา
ได้ถึงสองคน
เฮ้อ !
ยอดเยี่ยมจริง ๆ !