เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1062 ควรปล่อยให้เธอมีความสุข
“อวิ๋นอวิ๋น ลูกทำแม่ตกใจแทบแย่!”
“อวิ๋นอวิ๋น ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม! ร่างกายมีตรงไหนไม่สบาย
หรือเปล่า? ลูกยังจำได้ไหมว่าพ่อเป็นใคร?”
“พี่สาว ในที่สุดพี่ก็ฟื้นแล้ว!”
“อวิ๋นอวิ๋น…”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์มากค่ะ ขอบคุณท่านปรมาจารย์!
ตระกูลถังของพวกเราไม่รู้จะขอบคุณท่านปรมาจารย์ยังไงดีแล้ว…”
เสียงภายในห้องผู้ป่วยคึกครื้นขึ้นมาก
ถังอวิ๋นเพิ่งฟื้น จึงยังไม่มีเรี่ยวแรง แต่เธอก็ตอบคำถามของ
ครอบครัวได้ทีละประโยค
เธอหันไปมองรอบห้องผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว “โจวอี้ล่ะคะ?”
ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนเร่งรัดให้เธอกลับเข้าร่างตัวเองแท้ ๆ
แล้วทำไมตอนนี้เขากลับไม่อยู่ที่นี่
ห้องผู้ป่วยที่กำลังคึกคักในตอนแรก พลันเงียบลงทันที
คนตระกูลถังไม่กล้าสบตากับถังอวิ๋น พวกเขาทำได้แค่มองไป
ทางอื่น
ถังอวิ๋นกะพริบตาไม่เข้าใจท่าทางเหล่านั้น
“อวิ๋นอวิ๋นจ๊ะ! เรื่องของหลินโจวอี้ รออีกสักพักแม่จะเล่าให้ลูกฟัง
นะ ตอนนี้ให้คุณหมอมาตรวจลูกก่อนดีกว่า”
หลังรายงานผลการตรวจต่าง ๆ ของถังอวิ๋นออกมาแล้ว และ
แสดงให้เห็นชัดว่าร่างกายเธอยังปกติดี คนตระกูลถังจึงส่งฉู่ลั่ว
กลับไปด้วยความซาบซึ้งอย่างยิ่ง
ฉู่ลั่วก้าวขึ้นไปบนรถของหลินโจวอี้ที่มารอรับตรงหน้าประตู
โรงพยาบาล ทันทีที่ขึ้นรถ เขาก็รีบถามอย่างร้อนใจว่า “เป็นยังไงบ้าง
ครับ? ถังอวิ๋นไม่เป็นอะไรใช่ไหม? หมอบอกว่ายังไงบ้าง?”
“เธอไม่เป็นอะไรค่ะ ร่างกายของเธอปกติดีทุกอย่าง แต่เพราะ
หมดสติไปนานหลายปี ร่างกายจึงไม่ได้รับสารอาหาร และไม่ได้ออก
กำลังเลย การทำงานของกล้ามเนื้อเลยแย่ลงนิดหน่อย”
“แต่หมอบอกว่าหากฟื้นฟูร่างกายไปได้สักพักก็จะดีขึ้นเอง”
หลินโจวอี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ใบหน้าที่เคร่งเครียดมาตลอด
ในที่สุดก็มีเผยรอยยิ้มบางเบาออกมาแล้ว
“ผมจะขับรถไปส่งท่านปรมาจารย์นะครับ”
ฉู่ลั่ว “คุณไม่คิดจะขึ้นไปเยี่ยมเธอสักหน่อยเหรอ? เมื่อกี้เธอถาม
ถึงคุณด้วยนะ”
หลินโจวอี้ขับรถไปพลางส่ายหน้า “ไม่ครับ ผม…ผมไม่อยากทำ
ร้ายเธอ ขอแค่เธอยังมีชีวิตอยู่ และมีชีวิตที่ดีก็พอแล้วครับ”
“ถ้าเกิดเรื่องนี้ขึ้นอีกครั้ง…”
ถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับถังอวิ๋นอีกครั้ง เขาไม่กล้ารับประกันเลยว่าเขา
จะยังประคองสติได้เหมือนในตอนนี้หรือเปล่า
“เธอช่วยวิญญาณเร่ร่อนและวิญญาณอาฆาตเอาไว้ไม่น้อย สั่ง
สมบุญบารมีไว้เยอะ บุญบารมีพวกนี้…”
“บุญบารมีพวกนี้ไม่ควรเอามาใช้เพื่อให้ได้เจอหน้าผมหรอก
ครับ” หลินโจวอี้เงยหน้า มองไปทางโรงพยาบาลด้วยแววตาอ่อนโยน
และอาลัยอาวรณ์ “ควรปล่อยให้เธอมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และมี
แต่โชคดี!”
หลังจากเงยหน้ามองโรงพยาบาลเป็นครั้งสุดท้าย หลินโจวอี้จึง
ขับรถออกไป
……
เมฆใสฝ้ามองตะวัน
ฉู่ลั่วเดินอยู่บนเส้นทางกลับไปยังคฤหาสน์หลัก แต่รู้สึกได้ว่า
วันนี้บรรยากาศรอบ ๆ เงียบผิดปกติ
ปกติแล้วในสวนดอกไม้จะคึกครื้นมาก แต่วันนี้กลับไร้การ
เคลื่อนไหวใด ๆ
หรือว่าที่นี่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
แต่ค่ายกลของคฤหาสน์ไม่มีร่องรอยถูกโจมตี
หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอเห็นหางสีขาวเงินหางหนึ่ง ยื่น
ออกมาจากพุ่มดอกไม้
เธอสาวเท้าเดินเข้าไป เมื่อเดินวนรอบพุ่มดอกไม้ ก็พบว่าบน
สนามหญ้า มีสิ่งของหลายอย่างวางอยู่ในวงกลมวงหนึ่ง
ผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งวางไว้ตรงหน้า บนผ้าเช็ดหน้านั้นมีจานวาง
ไว้พร้อมกับช้อน
“พวกเธอกำลังทำอะไรกัน?”
“อ๊ะ! ฉู่ลั่ว เจ้ากลับมาแล้วเหรอ!”
“พี่ลั่วลั่วกลับมาแล้ว!”
“ฉู่ลั่ว เธอกลับมาแล้ว!”
ทุกคนมองฉู่ลั่วอย่างกระตือรือร้น เฉิงยวนเดินเข้ามา คว้าตัวเธอ
แล้วดึงเข้าไปอยู่ในกลางวงกลม
“เอาล่ะ ตอนนี้มีคนมาเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว ความเป็นไปได้คือ
หนึ่งในสิบสาม”
หร่วนย่วนย่วนหมดคำจะพูด “พวกเขาหลายคนไม่ได้เปลี่ยนร่าง
เธอคิดจะนับพวกเขาเข้าไปด้วยเหรอ?”
เฉิงยวนมองเหล่าก้อนกลม ๆ ทั้งห้าก้อน เธอกัดฟันพูดด้วย
ความผิดหวัง “ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ต้องเข้าร่วมการสุ่มแล้ว”
ก้อนกลมทั้งห้าก้อนลอยออกจากวงกลมด้วยท่าทางลิงโลด
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “พี่ยวนยวน หนูก็…”
“เจ้าไปไม่ได้ ต้องอยู่ที่นี่!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวทำหน้าเศร้ายิ่งกว่าเดิม