เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1066 ในที่สุดเธอก็ได้แก้แค้น
ภายในห้องรับแขกคึกคักเจื้อยแจ้ว
กับข้าวสองจาน ซุปหนึ่งถ้วยหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วเพราะเฉิง
ยวนกับผีคนตายตนอื่น ๆ ต่างแย่งกันอุตลุด
เหลือเพียงเหล่าคนเป็นที่นั่งตาโตอ้าปากค้าง
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวถือถ้วยซุปที่ดื่มหมดไปแล้วด้วยสายตาละห้อย
ขณะมองถ้วยอันว่างเปล่าสลับกับจั่วโยวโยว
จั่วโยวโยวกำลังตกตะลึงกับภาพที่พวกเขาแย่งอาหารกันเมื่อครู่
“พวกคุณรู้สึกว่ามันอร่อยจริง ๆ เหรอคะ”
“อร่อยสิ อร่อยมาก!”
เฉิงยวนลอยเข้ามา ย่อตัวลงตรงหน้าจั่วโยวโยว พลางเงยหน้า
มองเธอด้วยหน้าตาน่าสงสาร “โยวโยว เจ้าไม่รู้หรอกว่าการเป็นผีน่า
นั้นน่าเวทนาเพียงใด”
“แม้ว่าธูปวิญญาณจะหอมหวาน และช่วยให้พวกเรารู้สึกอิ่มท้อง
ทว่า…ทว่ากินแล้วก็ไม่อิ่มเอมใจเลยสักนิด”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ลิ้มรสชาติหลังกลายเป็นผี ซ้ายังเป็น
รสชาติหลากหลายด้วย”
“แม่ครัว…”
“ก่อนหน้านี้ข้ามีตาหามีแววไม่ ไม่รู้จักแยกแยะกงจักรกับ
ดอกบัว…ขอเจ้าโปรดอย่าถือสาพวกเรา…”
“พี่โยวโยวทำอาหารอร่อยสุด ๆ เลย!”
“แค่ทำน้อยไปหน่อย”
“น้อยเกินไปต่างหาก”
“พี่โยวโยวคะ…”
เหล่าผีล้อมหน้าล้อมหลังจั่วโยวโยว ล้วนมองเธอด้วยท่าทางน่า
เห็นใจ เนื่องจากปลดพันธะกันแล้ว พวกเขาจึงต่างมีพลังหยินติดตัว
อยู่มาก
นัยน์ตาพิศวงทั้งหมดนั่นที่ควรทำให้คนรู้สึกหวาดผวา
แต่เวลานี้ในสายตาจั่วโยวโยว พวกเขากลับดูน่ารักน่าเอ็นดู
อย่างขีดสุด
“พวกคุณคิดว่าอาหารที่ฉันทำอร่อยจริง ๆ เหรอคะ”
“อร่อย!”
“แล้วพวกคุณยังอยากจะกินอีกไหม”
“อยากกินอีก!”
จั่วโยวโยวลุกขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ ฉันยังเหลือวัตถุดิบที่ยังใช้
ไม่หมดอยู่นิดหน่อย เดี๋ยวฉันจะไปทำอาหารมาให้พวกคุณอีกสัก
สามสี่จานนะคะ”
“ว้าว! โยวโยว เจ้าช่างประเสริฐนัก!”
“พวกเราไปช่วยพี่โยวโยวกันเถอะ!”
กลุ่มผีห้อมล้อมจั่วโยวโยวตามเข้าไปในห้องครัว
จิ่วฉานเดินมาอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่ว จ้องมองภาพตรงหน้าไปพร้อมกับ
เธอ “สีกาฉู่ โยมคลายพันธสัญญาบนตัวพวกเขาแบบนี้ ไม่กลัวว่า
พวกเขาออกไปทำร้ายผู้คนเหรอ”
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือข้างหนึ่งตีกระแทกหัวโล้น ๆ ของเขา “เรียกพี่ลั่วลั่วสิ! นาย
ไม่เห็นเหรอว่าพวกเมี่ยวเมี่ยวเรียกกันสนิทสนมขนาดนั้น มีนายคน
เดียวที่เรียกห่างเหินแบบนี้ อยากจะเป็นคนพิเศษนักหรือไง”
จิ่วฉานลูบหัวตัวเองเบา สีหน้าที่เคยแสร้งทำเป็นโชกโชนมี
ประสบการณ์มลายหายไปทันที
เขามองค้อนใส่จิ่งเจียเหยียน
จิ่งเจียเหยียนเอียงคอยิ้มสะใจ “ทำไม หรือฉันพูดไม่ถูกล่ะ”
ใครใช้ให้เมื่อก่อนเขาชอบตีหัวเธออยู่เรื่อยเล่า ตอนนี้เขาคงรู้
แล้วใช่ไหมว่าการโดนตีหัวมันทั้งเจ็บและขายหน้าขนาดไหนน่ะ!
ในที่สุดเธอก็ได้แก้แค้น ได้แก้แค้นแล้ว!
ฮ่า ๆ ๆ ๆ
เปี้ยนคง คิดไม่ถึงเลยว่านายก็มีวันนี้ด้วย
เธอโห่ร้องลั่นอย่างยินดีในใจ
“ซูเยียนไปเรียนอนุบาลแล้วเหรอ”
“ตั้งแต่จั่วโยวโยวเริ่มทำอาหาร และหลังจากที่เธอรู้ว่าโรงเรียน
อนุบาลรับผิดชอบเรื่องอาหาร เธอก็เป็นคนเสนอเองว่าจะไปโรงเรียน
อนุบาล”
เธอมองจิ่วฉานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางเอ่ย “จิ่วฉานเอ้ย นายยัง
ไม่รีบเรียนปูพื้นฐานตัวเองให้ดีอีกเหรอ ไม่อย่างนั้นตอนซูเยียนขึ้น
ชั้นประถม นายอาจจะยังไม่เข้าเรียนด้วยซ้า”
จิ่วฉาน “…”
เขากัดฟันเอ่ย “อาตมาจะตั้งใจเรียน”
“แบบนี้สิถึงถูก! เป็นเด็กต้องทำตัวให้เหมือนเด็ก ไม่ใช่วัน ๆ เอา
แต่ทำหน้านิ่งอย่างกับตาเฒ่า”
“นายยังอายุน้อย ไม่ต้องสนใจเรื่องของผู้ใหญ่หรอก”
“แค่ตั้งใจเรียนหนังสือต่อไปก็พอ”
จิ่งฉานผงะ มองจิ่งเจียเหยียนอย่างนึกไม่ถึง
…..
เช้าวันรุ่งขึ้น
จั่วโยวโยวขับรถส่งเถาซูเยียนไปโรงเรียนอนุบาลก่อน แล้วค่อย
ส่งจิ่วฉานที่สถานศึกษา ก่อนจะไปซื้อวัตถุดิบอาหารกลับจากตลาด
จำนวนไม่น้อย
เธอขับรถเข้ามาจอดหน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่
หยิบของกินสองถุงใหญ่ลงจากรถพลางบอกคนในบ้าน “ฉันซื้อ
ของกลับมาแล้ว พวกคุณมาช่วยฉัน…”
“ฉันเอง”
ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งเดินออกมารับของกินไปจากมือเธอ
ของกินแสนหนักอึ้งสำหรับเธอ กลับถูกผู้ชายคนนั้นถือหิ้วไปได้
ง่ายดาย
จั่วโยวโยวยืนอยู่หน้าประตูพักหนึ่ง รอยยิ้มน้อย ๆ ที่เคยปรากฏ
บนใบหน้าพลันหายไปทันที
เธอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา เห็นฉู่ลั่วกับคนอื่น ๆ ต่างมอง
เธอด้วยความเป็นห่วง
ริมฝีปากจั่วโยวโยวฝืนเหยียด ทว่ายิ้มไม่ออก