เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1067 ฉันไม่เคยคิดรังแกเธอ
หลังฉู่จิงยกของกินไปเก็บที่ห้องครัวเขาก็เดินออกมาอีกครั้ง
เขาตรงดิ่งมาอยู่ตรงหน้าจั่วโยวโยว ขยับปากเล็กน้อยเหมือน
อยากพูดบางอย่าง แต่กลับไม่รู้ว่าต้องเอ่ยปากอย่างไร
“คุณฉู่ ยังมีธุระอะไรอีกไหมคะ”
ฉู่จิงหลุบตาลง ตอบเธอเสียงมั่นใจ “พี่ใหญ่ของผมกำลังจะหมั้น
แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีด้วยค่ะ”
“คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายเองก็มากันหมด คุณแม่ผมอยาก
ให้คุณกับยายามาร่วมงานหมั้นด้วย”
จั่วโยวโยวแค่นเสียงหัวเราะ “ฉันกับยายาเหรอคะ ไปร่วมงานใน
ฐานะอะไรล่ะ ไปในฐานะเหยื่อหรือเปล่า”
สีหน้าของฉู่จิงแข็งทื่อไป
จั่วโยวโยวอ้อมเดินผ่านเขา ก่อนบอกกับพวกซ่งเมี่ยวเมี่ยว
“เมี่ยวเมี่ยว วันนี้พวกเธออยากกินอะไร วันนี้ให้ฉันทำอาหารจานใหม่
ดีไหม”
“ดีค่ะ!”
เจ้าตัวเล็กทั้งหลายต่างเดินตามหลังจั่วโยวโยวเข้าห้องครัว
ฉู่จิงยืนนิ่งอยู่กับที่ ผ่านไปพักใหญ่เขาจึงเงยหน้าขึ้น พยายาม
ทำสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนเดินมานั่งลงข้างโซฟาเพื่อพูดคุย
ธุระหัวข้อเดิมต่อ
ตอนนี้ชายหนุ่มราวกับถูกคำพูดของจั่วโยวโยวทำเอาจิตใจ
สะเทือนจนใบหน้าหม่นหมองจนไม่ใช่ตัวเขา
“งานหมั้นของพี่ใหญ่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายมาร่วมกัน
หมด”
“อืม”
“พี่ใหญ่เลยให้ฉันมาถามว่า มันจะส่งผลกระทบกับเรื่องอะไร
ไหม”
ฉู่ลั่วยกมือขึ้นทำนาย ก่อนจะเอ่ยตอบ “ไม่มี งานหมั้นสามารถ
ดำเนินไปได้ตามปกติ”
ฉู่จิงพยักหน้า “เป็นเพราะพี่ใหญ่กำลังจะหมั้น คุณพ่อไม่มีทาง
อยู่เฉยที่โรงพยาบาลต่อแน่ เขาจะต้องมาร่วมด้วย”
“…อืม”
“คนคนนั้น…ก็ไปด้วย”
“ฉันเข้าใจแล้ว”
ฉู่จิงเห็นว่าตนได้บอกกล่าวทุกเรื่องที่ควรต้องบอกไปแล้ว จึงลุก
ขึ้นเตรียมตัวจะกลับ
เขาเดินไปไม่กี่ก้าวก็เอียงมองฝั่งห้องครัว เสียงแช่มชื่นของเธอ
ดังแว่วออกมาจากด้านใน
ทุกสิ่งเป็นอย่างในตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน
เธอกำลังมีความสุขมาก
เธอยังมีชีวิตอยู่
อย่างน้อย…
อย่างน้อยก็นับว่าเขายังมีโอกาสให้ไถ่บาป
ฉู่จิงเดินออกมาจากคฤหาสน์สามสี่ก้าว ทันใดนั้นก็ต้องหยุด
ฝีเท้า เมื่อเอียงมองเล็กน้อยก็เห็นร่างเล็ก ๆ หลบอยู่ด้านหลังต้นไม้สูง
ใหญ่
ถึงแม้ศีรษะกับร่างกายของเธอจะพยายามซ่อนไว้อย่างมิดชิด แต่
ผมเปียและชายกระโปรงกลับโผล่ออกมาให้เห็น
“ยายาเหรอ”
เขาร้องเรียก สาวเท้าไปทิศทางนั้นอย่างดีใจ
ทว่าเขาเดินไปได้ไม่ทันไร ยายาก็ก้าวออกจากหลังต้นไม้
ใบหน้าเล็กบึ้งตึง ถลึงตามองฉู่จิงด้วยความโกรธเคือง
เธอไม่ได้มีท่าทางมอมแมมหรือใบหน้าเหลืองซีดเหมือนตอนอยู่
ที่หมู่บ้านเหลี่ยงโถวแล้ว ตอนนี้แก้มของเด็กหญิงขาวเนียนกลมดิก
ดวงตากลมโตดั่งลูกองุ่น น่ารักน่าชังและมีชีวิตชีวาสดใส
บนตัวเธอยังสวมชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีชมพู เหนือศีรษะสวม
มงกุฎเพชรพิถีพิถันประดับอยู่
น่ารักมาก!
เธอสวย!
และสง่างามด้วย
น้าเสียงของเขาอ่อนลงทันที “ยายา”
ตุ้บ
หินเล็กก้อนหนึ่งลอยมากระแทกตัวเขา
ฝีเท้าฉู่จิงหยุดชะงัก
เขาก้มมองรอยคราบสกปรกบนตัว แล้วหันมองยายา
ความร้าวรานพาดผ่านแววตาเขา
“หนูไม่ยอมให้คุณมารังแกคุณแม่อีกแน่”
ยายามองเขาด้วยความโมโห ในมือมีหินก้อนเล็กอีกก้อน เตรียม
จะโยนมันออกไปได้ทุกเมื่อ
หัวใจของฉู่จิงขมขื่นเหลือแสน สุ้มเสียงเขาเริ่มแห้บพร่า “ฉันไม่
เคยคิดรังแกเธอ”
ประโยคนี้แผ่วเบามากจนมีเพียงเขาที่ได้ยิน
ยายายกมือน้อย ๆ ขึ้น “หนูไม่ยอมให้คุณรังแกคุณแม่หรอก”
“ฉัน…”
“เกิดอะไรขึ้น”
ฉู่ลั่วเดินออกมา เห็นท่าทางประจันหน้าระหว่างคนตัวโตกับคน
ตัวเล็ก
เธอเดินไปอยู่ข้างกายยายา มองหินในมือเด็กน้อยและรอยเปื้อน
บนตัวฉู่จิงก่อนจะเม้มริมฝีปาก
ฉู่จิงรีบบอก “อย่าดุเธอเลย เป็นความผิดของฉัน ไม่เกี่ยวกับ
เธอ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันไม่ได้จะดุเธอ”
ฉู่ลั่วย่อตัวลง เอื้อมมือหยิบหินออกจากฝ่ามือยายามา สบตาเธอ
พลางกล่าว “ยายา จริงอยู่ที่เวลาเจอคนไม่ดีเราต้องสู้กลับ แต่เธอยัง
เล็ก ที่บ้านเองมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย เวลาเจอคนไม่ดีต้องรีบเรียกผู้ใหญ่มา
ทันที เข้าใจไหม”
ฉู่จิง “…”
ยายาปล่อยมือและพยักหน้าอย่างว่าง่าย “หนูเข้าใจแล้วค่ะ”