เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1068 ครั้งแรกที่ได้พบผู้ใหญ่
เมืองเจียง
โรงแรมจวินอวี้
ฉู่ลั่วเพิ่งลงจากรถ ฉู่เหิงก็ก้าวเข้ามาพูดกับเธอ “ฉันบอกแล้วว่า
จะส่งคนไปรับเธอที่สนามบิน เธอกลับไม่ยอม คงเดินทางมาเหนื่อย
เลยใช่ไหม”
“ไม่เท่าไร เพื่อนฉันมาทำธุระที่เมืองเจียงพอดี ยังมีเรื่องต้องคุย
กันระหว่างเดินทางด้วย”
สมาชิกองค์กรซึ่งทำหน้าที่ขับรถทักทายฉู่เหิงผ่านหน้าต่างรถ
ก่อนจะบอกกับฉู่ลั่ว “หัวหน้าองค์กร ผมจะออกรถแล้วนะครับ”
“ค่ะ”
สมาชิกองค์กรขับรถแล่นออกไป
ฉู่เหิงพาฉู่ลั่วมายังห้องส่วนตัว
หน้าประตูห้องส่วนตัวมีผู้ชายท่าทางสุภาพยืนสง่าอยู่คนหนึ่ง
เมื่อเห็นฉู่ลั่วมาถึงก็เอ่ยทักทาย “สวัสดีครับ ปรมาจารย์ฉู่!”
ฉู่ลั่ว “…”
ฉู่เหิงช่วยแนะนำอีกฝ่ายให้ “พี่ชายคนโตของอวิ๋นเสา เวินอวิ๋
นถิง”
“สวัสดีค่ะ เรียกฉันว่าฉู่ลั่วหรือลั่วลั่วก็ได้”
เวินอวิ๋นถิงขยับแว่นตากรอบทอง หัวเราะเสียงเบาพลางเอ่ย “ถ้า
อย่างนั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ ขอเรียกคุณว่าลั่วลั่วก็แล้วกัน”
ถึงแม้น้าเสียงจะฟังดูสนิทสนม ทว่าท่าทีของเวินอวิ๋นถิงที่มีต่อ
ฉู่ลั่วไม่เปลี่ยนไปเท่าไร ยังคงความน่าเกรงขามเอาไว้
เขายื่นมือไปผลักประตู ผายมือเชื้อเชิญ
“ลั่วลั่วมาแล้ว!” ซ่งเชียนหย่าซึ่งกำลังคุยกับคนอื่นอยู่ลุกขึ้นทันที
ก้าวอาด ๆ มาหาฉู่ลั่ว “บอกแล้วว่าให้พี่ใหญ่ลูกส่งคนไปรับ ลูกก็ไม่
ยอมฟัง แล้วเดินทางมาเหนื่อยไหม หิวน้าหรือเปล่า”
“ที่นี่มีนมอุ่น ๆ นะ ลูกดื่มสักหน่อยสิ”
ฉู่ลั่วรับแก้วนมอุ่นมาจากซ่งเชียนหย่า จิบหนึ่งอึกแล้วยืนฟังซ่ง
เชียนหย่าแนะนำเธอให้คนตระกูลเวินรู้จัก “นี่คือฉู่ลั่ว ลูกสาวคนเล็ก
ของครอบครัวเราค่ะ”
คุณพ่อคุณแม่ตระกูลเวินยืนขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ได้ยิน
ชื่อเสียงของลั่วลั่วจากเสาเสามานานแล้ว จะว่าไปต้องขอบคุณลั่วลั่ว
ด้วยนะ ที่ช่วยเสาเสาของเราไว้”
คุณนายเวินหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเวินอวิ๋นถิงมาก บุคลิก
ทั้งสองคนต่างค่อนไปทางสุภาพเรียบร้อย น้าเสียงเวลาพูดจาก็
อ่อนโยนนุ่มนวล
เธอก้าวไปจับมือฉู่ลั่ว “ความจริงพวกเราควรไปขอบคุณถึงที่
บ้าน แต่อาเหิงบอกว่าเธอกำลังยุ่งมาก พวกเราจึงไม่อยากไปรบกวน”
ฉู่ลั่วถูกคนตระกูลเวินห้อมล้อม กล่าวขอบคุณและมอบของขวัญ
ให้
ซ่งเชียนหย่าข้าง ๆ เห็นแล้วก็อิจฉา พยายามเข้าไปมีส่วนร่วม
อยู่หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ยืนดูคนตระกูลเวินจับฉู่ลั่วให้ไปนั่งข้าง
เวินอวิ๋นเสา
ซ่งเชียนหย่า “…”
เธอกลับไปนั่งด้วยท่าทางเศร้าซึม
ฉู่เหว่ยฮ่าวเห็นแบบนั้นพลันขมวดคิ้ว “ลั่วลั่วนี่จริง ๆ เลย ไม่รู้จัก
รักษามารยาท งานหมั้นแบบนี้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่ควรไปนั่ง…”
“คุณหุบปากไป!”
“ที่รัก นี่ผมกำลังเห็นใจคุณนะ” มีที่ไหนที่คนเป็นแม่กระตือรือร้น
อยู่ตลอด ส่วนคนเป็นลูกสาวกลับมีท่าทีเฉยชา
ซ่งเชียนหย่าปรายตามองเขาพลางเอ่ย “คุณรับปากฉันเรื่องอะไร
ไว้ยังจำได้ไหมคะ วันงานหมั้นจะไม่ปริปาก ห้ามพูดเกินความจำ
เป็นไปแม้แต่ประโยคเดียว”
ฉู่เหว่ยฮ่าวส่งเสียงโอดครวญ “…ที่รัก!”
“ขืนพูดอะไรที่ไม่จำเป็นเข้า พวกเราก็เตรียมหย่ากันได้เลย”
ฉู่เหว่ยฮ่าวปิดปากเงียบสนิท ทว่าจ้องมองซ่งเชียนหย่าด้วย
สายตาตัดพ้อ
ซ่งเชียนหย่ามองความครึกครื้นของตระกูลเวินด้วยความขมขื่น
รู้ว่าการที่คนตระกูลเวินทำแบบนี้ก็เพื่อคิดจะหนุนหลังฉู่ลั่ว
คงเพราะเห็นคลิปในโลกออนไลน์ หรืออาจได้ยินอะไรมา หรือฟัง
จากปากอาเหิง ถึงได้จงใจทำแบบนี้
ความขมขื่นคงอยู่เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็ลอบดีใจ
ยังดี…
ยังดีที่ต่อให้ครอบครัวพวกเธอไม่รักลั่วลั่ว ไม่เห็นข้อดีของลั่วลั่ว
แต่ในโลกนี้ยังมีคนที่ตาสว่างอีกมาก พวกเขาล้วนมองเห็นข้อดี
ของลั่วลั่ว
ฉู่ลั่วถูกคนตระกูลเวินรุมล้อม ถูกพวกเขาพูดจาเป็นห่วงเป็นใย
ใส่จากซ้ายทีขวาที จนเธอไม่รู้จะรับมือยังไง
ตอนนั้นเอง ประตูห้องส่วนตัวถูกเปิดอีกครั้ง
เสียงกังวานใสของฉู่หร่านลอยมา “พี่ใหญ่ คุณปู่คุณย่ามาแล้ว
ค่ะ”
ทุกคนต่างมองไปที่หน้าประตู
ฉู่เหว่ยฮ่าวกับซ่งเชียนหย่าและคนตระกูลเวินลุกขึ้นยืน
หน้าประตูนั้น
ฉู่หร่านคล้องแขนผู้เฒ่าทั้งสองจากซ้ายขวาเข้ามา
“คุณปู่ คุณย่า” ฉู่เหิงเดินเข้าไปทักทาย พร้อมยื่นมือไปประคอง
ฉู่เจิ้ง
ก่อนพาสองสามีภรรยาผู้อาวุโสตระกูลฉู่ไปแนะนำกับคนตระกูล
เวิน
รอจนแนะนำตัวเรียบร้อยแล้ว ถึงหันไปมองฉู่ลั่วพลางกล่าว “คุณ
ปู่ คุณย่า นี่คือฉู่ลั่ว พวกท่านคงยังไม่เคยเจอเธอใช่ไหมครับ”
รอยยิ้มเปี่ยมเมตตาของฉู่เจิ้งจางลงไม่น้อย เพียงมองฉู่ลั่วขึ้นลง
อย่างพิจารณา แล้วเอ่ยอย่างไร้อารมณ์ “ถึงยังไงก็เป็นครั้งแรกที่ได้
พบผู้ใหญ่ ควรจะมีมารยาทสักหน่อยสิ”
“ทำไมเธอถึงไม่มารับพวกเราที่สนามบิน”
ไม่รอให้ฉู่ลั่วตอบ ฉู่หร่านก็ส่งเสียงขึ้นก่อน “ลั่วลั่วไม่ได้พักอยู่
ในเมืองเจียงค่ะ เธอจึงไปรับคุณปู่คุณย่าไม่ทัน”
คุณนายอาวุโสฉู่แค่นเสียงเย็น “ไม่ได้พักในเมืองเจียงแล้วจะมา
เมืองเจียงก่อนล่วงหน้าวันหนึ่งไม่ได้เหรอ ในฐานะลูกหลาน มารยาท
แค่นี้ยังไม่รู้อีก หร่านหร่านยังรู้จักเลิกงานก่อนเวลาเพื่อมารับพวกเรา
ที่สนามบินเลย”
“คุณปู่คุณย่า ผมเป็นคนไม่ให้ลั่วลั่วไปรับพวกท่านเองครับ”
ฉู่เหิงพาสองสามีภรรยาอาวุโสตระกูลฉู่ไปนั่งเก้าอี้ ยกกามาริน
ชาให้พวกเขาพลาง พูดต่อ “วันนี้แค่ลั่วลั่วยอมมางานหมั้น ผมก็ดีใจ
มากแล้วครับ”
“ถึงยังไงยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา พวกเราก็ไม่เคยทำหน้าที่พ่อแม่
พี่ชาย ปู่ย่า แล้วจะกล้าขอให้เธอทำหน้าที่ลูกสาว น้องสาว หรือ
หลานสาวได้ยังไงครับ พวกท่านว่าจริงหรือเปล่า”
ฉู่เจิ้งสะอึก ก่อนถลึงตาใส่หลานชายคนโต
ฉู่เหิงเหลือบมองฉู่หร่านเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “พวกท่านเอ็นดูห
ร่านหร่านมาตั้งแต่เด็ก อย่าว่าแค่ให้หร่านหร่านไปรับที่สนามบินเลย
ครับ ต่อให้ต้องไปรับที่บ้านเกิดเราก็ไม่ถือว่ามากเกินไป”
ฉู่หร่าน “…”
เธอก้มหน้า เอ่ยด้วยเสียงที่น้อยใจที่สุด “พี่ใหญ่จะโทษที่หนู
ไม่ได้ไปรับคุณปู่คุณย่ามาจากบ้านเกิดเหรอคะ หนูงานยุ่งมาก…”
ยิ่งเธอพูด น้าเสียงยิ่งสะอึกสะอื้น
ตึง!
กาน้าชาถูกวางบนโต๊ะด้วยน้าหนักไม่เบาไม่แรง และพูดตัดบท
ฉู่หร่าน
“หร่านหร่าน วันนี้พี่ใหญ่มีความสุขมาก ฉันไม่อยากเห็นใครมา
ร้องห่มร้องไห้ในวันที่น่ายินดีแบบนี้ มันเสียอารมณ์”
ฉู่หร่าน “…”