เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1073 ความข่มขื่นของพวกผีวิญญาณ
ฉู่ลั่วเดินมาถึงหน้าประตูก่อนจะยื่มมือไปกดกริ่ง
ไม่นานนัก ประตูเหล็กก็เปิดออก กลิ่นไหม้ลอยคลุ้งรุนแรงมาก
ขึ้น
จากนั้นพวกผีวิญญาณก็เคลื่อนที่กันมาข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ
“ฉู่ลั่ว เจ้ากลับมาแล้วเหรอ!”
เฉิงยวนถืออาหารไหม้ ๆ ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ยก
บาร์บีคิวกินอย่างเอร็ดอร่อย
บรรดาผีต่างกำลังวุ่นวายอยู่ข้างหลังฉู่ลั่วไม่หยุด
เฉิงยวนจึงหายตัวออกจากคฤหาสน์มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
พวกวิญญาณพร้อมกับจานในมือ จากนั้นก็หยิบไม้ขึ้นมากินอวดโอ้
ผีตนอื่น
“อร่อย!”
“คิดไม่ถึงเลยว่าเป็นผีแล้วจะยังกินของอร่อยแบบนี้ได้อีก”
“อร่อยสุด ๆ เลย”
“…”
ฉู่ลั่วสัมผัสได้ถึงพลังหยินของผีเหล่านั้นที่พุ่งสูงขึ้นอยู่ด้านหลัง
เธอจึงคว้าคอเสื้อของเฉิงยวนลากตัวเข้าไปในคฤหาสน์
เสียงสั่น ๆ พูดไล่หลังมา
“ปรมาจารย์ ปรมาจารย์…”
ฉู่ลั่วหันกลับไปมองเล็กน้อย
เห็นว่าเหล่าวิญญาณที่ตามมาวุ่นวายสงบลงทันที พวกมันห่อ
ไหล่คอตกมองเธออย่างระมัดระวัง
“ปรมาจารย์ พวกเราไม่ได้มีเจตนาอื่นเลยนะ พวกเราก็แค่
อยากจะได้กินบ้างสักคำ…”
ยังไม่ทันที่ผีตนนั้นจะพูดจบ เฉิงยวนก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน “ไม่ได้
อาจารพวกนี้โยวโยวทำให้พวกเรากิน ไม่มีส่วนแบ่งของพวกเจ้า
หรอกนะ!”
“แค่ให้พวกเจ้าได้ดมกลิ่นก็ถือว่าพวกเราใจดีมากแล้ว!”
“โยวโยวทำของพวกนี้อย่างยากลำบาก ยังจะต้องให้นางมา
ทำอาหารเผื่อแผ่ถึงพวกผีแปลกหน้าอย่างพวกเจ้ากินอีกเหรอ? พวก
เจ้าเห็นนางเป็นอะไร? เป็นแรงงานไร้ค่าแรงหรือไง?”
พอได้ยินเฉิงยวนพูดแบบนี้ พวกผีต่างส่ายหน้ารัว ๆ ทันที
“ไม่ใช่นะ! พวกเราไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอก!”
ไม่กล้าคิด!
แต่อยากกิน!
กลิ่นหอมเย้ายวนนี้แทบทำให้บรรดาผีอยากจะร้องไห้แล้ว
เฉิงยวนมองท่าทีงุนงงของผีเหล่านั้นแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข
จากนั้นก็หันหลังเตรียมจะเดินไป
ก่อนผีตนหนึ่งจะพูดจากด้านหลังด้วยน้าเสียงตัดสินใจแน่วแน่
“ฉันยังพอมีบุญอยู่บ้าง ฉันจะไปเข้าฝันพวกเด็ก ๆ ในบ้านขอให้พวก
เขาเผาเงินส่งมาให้ได้นะ”
“เหมือนว่าช่วงนี้พลังหยางของหลานฉันจะมีไม่มากเท่าไหร่ เขา
อาจจะมองเห็นฉันก็ได้ ฉันจะไปลองดู”
“โธ่เอ๊ย! คนในบ้านฉันย้ายถิ่นฐานกันไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าไป
เข้าฝันแล้วพวกเขาจะเชื่อหรือเปล่า”
“ฉัน ๆๆ…ก่อนตายฉันร่ารวยมาก ๆ เลยนะ ตระกูลว่านในเมือง
หลวงน่ะรู้จักไหม? ฉันสร้างตระกูลว่านมากับมือเชียวนะ”
“ปรมาจารย์ ขอแค่ให้ฉันไปเข้าฝัน…ฉันจะต้องทำให้พวกเด็ก ๆ
ส่งเงินมาให้อย่างแน่นอน”
“สามีเก่าของฉันมีภรรยาใหม่จากนั้นก็แต่งงานกันหลังจากที่ฉัน
ตายไปได้ไม่นาน ถ้าเขาได้เห็นฉัน เขาต้องกลัวมากแน่ ๆ ฉันจะลอง
ไปหลอกเขาดู”
เฉิงยวนเห็นว่าพวกผีกำลังกระตือรือร้นกันมาก จึงกล่าวขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะเข้าไปถามโยวโยวดู หากนางตกลงจะทำให้พวก
เจ้านะ…”
กระทั่งก้าวผ่านประตู เฉิงยวนก็เปลี่ยนท่าทีไปจากเมื่อครู่ทันที
แล้ววิ่งเข้าไปในคฤหาสน์อย่างตื่นเต้น “โยวโยว ๆ พวกเราหาเงิน
ก้อนใหญ่ได้แล้วนะ”
เธอเข้าไปในคฤหาสน์ จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้านนอกให้อีกฝ่าย
ฟัง
ฉู่ลั่วเดินตามหลังเธอมาพลางเอ่ยขึ้นมาอย่างจนใจ “พวกผี
วิญญาณด้านนอกนั่น มีบางตนที่เคยทำธุรกิจมาก่อน คุณแน่ใจ
เหรอว่าพวกเขาจะไม่รู้วิธีการของคุณ”
เฉิงยวนไปเกาะไหล่จั่วโยวโยวอย่างไม่สนใจตอบกลับไปว่า “แล้ว
ยังไงล่ะ ที่นี่มีที่เดียวในโลก ควรค่าแก่การต้องรักษาไว้นะ”
“อย่าว่าแต่จะใช้กลยุทธ์เลย ต่อให้พวกเราบอกไปตามตรงว่าจะ
เอาเงิน พวกมันทั้งหมดก็ต้องมอบเงินมาให้ด้วยความเคารพนั้น
แหละ”
กล่าวถึงตรงนี้เฉิงยวนก็พลันส่ายหน้า “เจ้าไม่เคยเป็นผี เจ้าคง
ไม่เข้าใจหรอก”
ในดินแดนผีน่ะขาดแคลนอาหารเลิศรสมากนะ
คนเป็นจะมาเข้าอกเข้าใจถึงความข่มขื่นของพวกผีวิญญาณได้
ยังไงล่ะ?
เฉิงยวนไม่สนใจฉู่ลั่วต่อ ดึงตัวจั่วโยวโยวมาอยู่ข้าง ๆ แล้ว
ปรึกษาหารือกันเรื่องรายการอาหารกับการคิดราคา