เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1074 อาหารสามน ้าแกงหนึ่ง
ฉู่หร่านนั่งอยู่ภายในรถ มองรถหรูแต่ละคันที่ขับเข้ามาอย่างไม่
เข้าใจ
หน้าประตูคฤหาสน์บ้านฉู่อวิ๋นมีรถหรูจอดอยู่สิบกว่าคันแล้ว
“นี่พวกเขาจะทำอะไรกัน?”
ฉู่เจิ้งลงจากรถโดยที่มีฉู่หร่านช่วยประคองอยู่ จากนั้นก็มองภาพ
ที่อยู่ตรงหน้าพลางขมวดคิ้วไม่พอใจ
ฉู่หร่านส่ายหน้าเอ่ยว่า “ไม่รู้ค่ะ แต่ลั่วลั่วเก่งมากเลยนะคะ บางที
พวกเขาอาจจะมาขอให้ลั่วลั่วลั่วช่วยเหลือก็ได้ แต่ว่า…”
เธอมองคนซึ่งรออยู่นอกรถแล้วบอกอย่างระมัดระวัง “คุณปู่คะ
ท่านประธานตระกูลว่านที่เมืองหลวงคนนั้น ลั่วลั่วปล่อยให้เขารออยู่
ข้างนอกแบบนี้ได้ยังไงกันนะ”
“ทั้งคนตรงนั้นด้วย ดูเหมือนจะเป็นตระกูลกู้นะคะ…”
ฉู่หร่านมองคนเหล่านั้นที่ตัวเองเคยรู้จักมาบ้าง ก่อนพูดด้วย
น้าเสียงกังวล “คุณปู่คุณย่าคะ ลั่วลั่วทำแบบนี้พวกเขาจะโกรธหรือ
เปล่าคะเนี่ย ถึงแม้ว่าลั่วลั่วจะเก่งมาก แต่ก็ต้องมีมารยาทไปตาม
สมควรนี่นา…”
ฉู่เจิ้งใช้ไม้เท้ากระแทกกับพื้นอย่างแรง “การมองตัวเองสู่งส่งและ
หยิ่งสโยว่ามีความรู้นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ!”
ฉู่หร่านประคองฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่เดินตรงมาที่หน้าประตู แต่ไม่ทันจะ
เดินไปถึงก็ได้ยินคนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พวกคุณทำอะไรน่ะ?
ไม่เห็นเหรอว่าพวกเรากำลังเข้าแถวกันอยู่?”
ฉู่เจิ้งชะงักไป
“พวกเรามาหาฉู่ลั่ว…”
“ถ้ารู้ว่าตัวเองมาหาปรมาจารย์แล้วยังไม่เข้าแถวตามกฎอีก ไม่
เห็นป้ายที่เขียนไว้ตรงนั้นหรือไง?”
ฉู่เจิ้งกับอีกสองคนเงยหน้ามอง จึงเห็นว่าหน้าประตูใหญ่ของ
คฤหาสน์มีอักษรเขียนด้วยพู่กันติดไว้ตัวใหญ่ ๆ
‘เข้าแถวตามลำดับก่อนหลัง!’
ฉู่หร่านจึงแย้มยิ้มพลางอธิบาย “พวกเราเป็นคนตระกูลฉู่…”
“ใครสนกันว่าคุณเป็นใคร! คนที่มาที่นี่ก็มีชื่อเรียกกันทั้งนั้น
แหละ จะมาอวดเบ่งที่อื่นยังไงก็ช่าง มาถึงที่นี่มันก็เป็นแค่คำโอ้อวด
เท่านั้นแหละ”
“ไปต่อแถวข้างหลังนู่น!”
“ตระกูลฉู่ ตระกูลหลิวอะไรกัน…”
ฉู่หร่านรู้สึกไม่พอใจจนหน้าดำหน้าแดง
เธอมองฉู่เจิ้งอย่างไม่เป็นธรรม
ฉู่เจิ้งอายุมากขนาดนี้ ทั้งยังเป็นคนในตระกูลฉู่ด้วย เขาไม่ได้ถูก
คนขึ้นเสียงใส่แบบนี้มานานแล้ว
สีหน้าเขาเองก็ไม่สู้ดีเช่นกัน
ตึก ๆๆ
เขาใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นแรงขึ้นอีก โมโหจนกัดฟันกรอด “อวด
ดีจริง ๆ ปู่มาถึงบ้านของหลานสาวตัวเอง แต่กระทั่งประตูยังเข้าไม่ได้
เนี่ยนะ!?”
ทันใดนั้น ประตูเหล็กก็เปิดออก
“ครอบครัวของว่านคุนหัวอยู่ไหม?”
ชายวันกลางคนเมื่ครู่ที่มีท่าทีเย่อหยิ่งซ้ายังพูดน้าเสียงด้วยดูถูก
พลันเปลี่ยนสีหน้าวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่หน้าประตู “อยู่ครับ ๆๆ”
“นี่คืออาหารสามน้าแกงหนึ่งของคุณ”
ประธานว่านพนมมืออย่างศรัทธา “ขอบคุณปรมาจารย์ฉู่
และเชฟจั่วครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอถามอะไรสักหน่อยนะครับ มื้อ
ต่อไป…”
“ขอโทษนะคะ คิวของเรายาวไปถึงห้าเดือนแล้ว ถ้าอยากจะจอง
คิวก็ต้องรอไปจนถึง…”
“จองครับ ๆ”
เฉิงยวนนำบันทึกคิวของตระกูลว่านมาจดบันทึกไว้ จากนั้นก็
กำชับ “ของที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้พวกคุณเอามาด้วยหรือเปล่า?”
“เอามา ๆ”
“เข้าใจกฎหรือไม่?”
“เข้าใจครับ ๆๆ”
“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็โทรติดต่อพวกเรามาได้เลยนะ”
“ครับ”
ประธานว่านให้คนขับรถถืออาหารสามน้าแกงหนึ่งที่มองไม่ออก
ว่าเป็นอะไรบ้างเหล่านั้นไปไว้ที่ศาลาอีกฝั่งของถนน
บนศาลานั้นมีผ้าม่านห้อยลงมาบดบังสายตาจากภายนอกที่มอง
มาด้วย
หลังจากฉู่หร่านไปสืบดูก็รีบกลับมาหาฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ก่อนบอก
“คุณปู่คุณย่าคะ หนูไปสืบมาแล้วค่ะ ฉู่ลั่วกำลังขายอาหารอยู่”
“ขายอาหาร!”
ฉู่เจิ้งตกใจพลางขมวดคิ้ว
ฉู่หร่านพยักหน้า “ได้ยินว่าขายแพงมากเลยนะคะ! อาหารจาน
หนึ่ง…”
เธอกดเสียงต่าลง “หนึ่งล้านค่ะ”
“อาหารสามน้าแกงหนึ่งที่ประธานว่านสั่งเมื่อครู่ รวมกับราคาที่
จองคิวแล้ว เขาจ่ายไปห้าล้านค่ะ”
เงินห้าล้านสำหรับคนอย่างพวกเขา ความจริงก็ไม่ใช่จำนวนเงิน
ที่มากมายอะไร
แต่เงินห้าล้านแล้วได้แค่อาหารสามอย่างกับน้าแกงอีกหนึ่ง แถม
สถานที่ยังมีสภาพแวดล้อมที่ดูไม่ได้และไม่มีการบริการอีก
เงินห้าล้านนี้เป็นการหลอกลวงกันชัด ๆ
ฉู่เจิ้งครุ่นคิดดูแล้วก่อนส่งเสียงหึอย่างเย็นชา
“จากที่แม่หลานบอกมา ฉู่ลั่วคนนี้ได้รับความไม่เป็นธรรม
มากมายจากภายนอก แล้วก็ยังพบเจอกับความขุ่นเคืองมามากด้วย
ปู่ว่าเธอก็ใช้ชีวิตอย่างสบายมากเลยนะ!”
ฉู่หร่านเองก็ถอนหายใจ “ลั่วลั่วมีความสามารถค่ะ แต่ปรมาจารย์
ท่านอื่นก็มีความสามารถมากเช่นกัน”
“แต่ก็ไม่เห็นว่าปรมาจารย์ท่านอื่นเขา…เห้อ!”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าลั่วลั่วกับปรมาจารย์คนอื่นมีอะไรแตกต่าง
กันตรงไหน”
ฉู่เจิ้งกล่าวอย่างเย็นชา “ความแตกต่างเหรอ? ก็แตกต่างตรงที่
เธอมีตัวตนเป็นลูกสาวตระกูลฉู่ผู้ร่ารวยยังไงล่ะ”