เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1076 ใช่ตระกูลฉู่นี้ไหมคะ?
ขณะผีผู้ชายกำลังเตรียมจะพูดต่อ เสียงด่าทอก็ดังขึ้นมาจาก
ทางประตูขัดเขา “ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เติบโตมาในตระกูลฉู่และไม่
เคยได้รับการศึกษาที่ดี แต่ก็ควรเข้าใจเรื่องการเคารพผู้ใหญ่และรัก
เด็กนะ”
“ทำไมมารยาทแค่นี้ถึงยังไม่รู้อีก”
“กล้าปล่อยให้คุณปู่คุณย่ารอเธออยู่ข้างนอกตั้งหลายชั่วโมงได้
ยังไง”
ฉู่เจิ้งใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินเข้ามา พร้อมด้วยฉู่หร่านที่คอยพยุงอู๋
ไฉ่พูดอย่างรีบร้อนจากด้านหลัง “คุณปู่คะ เดินระวังหน่อยค่ะ คุณปู่
อย่าโกรธเลยนะคะ”
จากนั้นเธอก็กันไปพูดกับฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เธอรีบมาขอโทษคุณปู่สิ
คุณปู่กำลังโกรธมากเลยนะ!”
อู๋ไฉ่ตบไหล่ของฉู่หร่าน “หลานนี่นะ อย่ามาพูดแทนเธอสิ”
ฉู่ลั่วไม่ได้มองฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ แต่มองผีชายหญิงคู่นั้นแล้วเอ่ยถาม
ด้วยสีหน้าปกติ “ตระกูลฉู่เมืองเจียงที่คุณว่า ใช่ตระกูลฉู่นี้ไหมคะ?”
ผีชายหญิง “…”
“เธอกำลังพูดอะไร!” ฉู่เจิ้งเดินช้า ๆ มาหา ฉู่ลั่วแล้วใช้ไม้เท้า
กระแทกพื้นอย่างแรง “เธอมาแทรกเรื่องความสัมพันธ์ภายใน
ครอบครัว ยุยงให้พ่อแม่ของเธอไล่หร่านหร่านออกมา เรื่องพวกนี้มัน
อะไรกัน!”
“เธอยอมให้พี่ใหญ่ของเธอเอาทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดโอนไปให้
เวินอวิ๋นเสาได้ยังไง!”
“พี่ใหญ่ของเธอเป็นผู้สืบทอดของตระกูลฉู่ ในอนาคตเขาจะต้อง
รับช่วงต่อบริษัทฉู่ แต่ลูกชายเขากลับไม่ได้ใช้สกุลฉู่แต่ใช้สกุลเวิน
เนี่ยนะ!”
เจ้าพวกตัวน้อย ๆ ที่อยู่บนโต๊ะต่างตกใจกับท่าทีของฉู่เจิ้งกัน
หมด
โดยเฉพาะยายาที่ตกใจจนอ้าปากค้าง
ฉู่ลั่วลูบหัวเธอแล้วบอก “กินต่อเถอะ ไม่มีเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับ
เธอหรอก”
ยายารับคำแล้วก้มหน้ากินต่ออย่างเชื่อฟัง
จากนั้นฉู่ลั่วก็ลุกขึ้นเดินไปทางโถงรับแขก พลางเอ่ย “เรื่อง
ตัดสินใจของพี่ใหญ่เป็นการตัดสินใจของเขาเองค่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกับ
หนูเลย”
“มันจะไม่เกี่ยวกับเธอได้ยังไง” อู๋ไฉ่มุ่งตรงเข้ามาอย่างไม่พอใจ
“เป็นเพราะหลังจากที่เธอไปหาอาเหิง อาเหิงก็เหมือนกับถูกปีศาจ
ควบคุม จู่ ๆ เขาก็ไปที่ตระกูลเวิน มอบทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเองให้
เวินอวิ๋นเสา”
“ถ้าไม่ใช่ว่าเธอทำอะไรลงไป เขาจะบ้าคลั่งแบบนี้เหรอ?”
ฉู่ลั่วนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทีนิ่งเงียบ
“นี่คือเหตุผลที่พวกคุณมอบกฎตระกูลให้กับพี่ใหญ่เหรอ? ได้ยิน
ว่าพี่ใหญ่ถูกตีจนต้องเข้าโรงพยาบาล!”
ฉู่เจิ้งแค่นเสียงในลำคออย่างเย็นชาแล้วนั่งลงบนโซฟาด้วย
เช่นกัน “หรือไม่ควรตี?”
ฉู่หร่านนั่งอยู่ข้างอู๋ไฉ่แล้วพูดด้วยน้าเสียงอ่อนหวาน “ลั่วลั่ว
บริษัทฉู่เป็นสิ่งที่คุณปู่คุณย่าสร้างกันขึ้นมาด้วยน้าพักน้าแรงนะ พี่
ใหญ่โอนหุ้นบริษัทฉู่ออกไปตามใจแบบนี้ มันเป็นหุ้นของพี่ใหญ่
พวกเราพูดไปก็คงดูไม่ดี…”
“แต่พี่ใหญ่จะคิดโอนหุ้นไปให้คุณเวินได้ยังไง? ถ้าเขาโอนให้ลูก
พวกเราก็คงจะพูดอะไรไม่ได้”
“ต่อให้เป็นลูกก็ไม่ได้!” ฉู่เจิ้งจ้องมองฉู่ลั่ว “หลานน่ะใจอ่อน
เกินไป เห็นอยู่ว่าผู้หญิงคนนี้รวมหัวกับตระกูลเวินมาหลอกพี่ใหญ่
ของหลาน”
ฉู่หร่านพูดด้วยเสียงเบา “ลั่วลั่วไม่ใช่คนแบบนี้หรอกค่ะ เธอ…”
“หลานนี่นะ!” อู๋ไฉ่ส่ายหน้า “การใจอ่อนจนเกินไปไม่ใช่เรื่องดี
นักหรอก ย่าจะสอนหลานไว้”
เธอมองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าเย็นชา “เธอคิดว่าการที่พวกเธอรวมหัว
กันหลอกให้อาเหิงโอนหุ้นไปให้ แล้วพวกเราจะทำอะไรไม่ได้เหรอ?”
“ตอนนี้เป็นยุคที่อินเตอร์เน็ตพัฒนาก้าวไกล เป็นยุคแห่งการ
สื่อสารกันทางอินเตอร์เน็ต”
“พ่อแม่ตระกูลเวินดูเหมือนจะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ลูกชาย
ของตระกูลเวินก็อยู่ในกองทัพด้วย”
“ถ้าเรื่องที่ตระกูลหลอกเอาเงินถูกเผยแพร่ออกไปตาม
อินเตอร์เน็ต เธอคิดว่าตระกูลเวินจะไม่ส่งหุ้นกลับมาให้แต่โดยดี
เหรอ?”
“แล้วก็เธอ พวกเราจะประกาศไปตามสื่อสาธารณะว่าได้ตัด
ความสัมพันธ์กับเธอไปแล้ว ถ้าเธอไม่ได้มีตัวตนเป็นลูกสาวตระกูลฉู่
ที่ร่ารวยอีก เธอคิดว่ายังจะหลอกเอาเงินเหมือนอย่างตอนนี้เหรอ?”
หลังจากฉู่ลั่วฟังจบ สีหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แล้ว
มองคนทั้งคู่ที่นั่งอยู่บนโซฟาข้าง ๆ “ตระกูลฉู่เมืองเจียงที่คุณพูดถึง
ใช่ตระกูลฉู่นี้ไหมคะ?”