เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1077 ไม่นับว่าแพงอะไร
ฉู่เจิ้งมองตามสายตาของฉู่ลั่วไปก็เห็นเพียงโซฟาสำหรับสองคน
ที่ว่างเปล่า เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ผู้อาวุโสพูดกับเธออยู่ เธอกำลัง
มองไปไหนกัน?”
คนที่เติบโตอยู่ข้างนอกย่อมไม่ได้รับการสั่งสอนอะไรมาจริง ๆ
“แกเป็นผู้อาวุโสแบบนี้เหรอ? ตอนเด็กฉันสั่งสอนแกแบบนี้หรือ
ไง?”
จู่ ๆ เสียงผู้ชายราบเรียบคนหนึ่งก็ดังขึ้นภายในโถงรับแขก
“ใคร? ใครเป็นคนพูด?”
ฉู่เจิ้งรู้สึกว่าตัวเองคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก แต่คิดไม่ออกว่าเป็น
เสียงของใคร
แต่อู๋ไฉ่กลับขมวดคิ้วมองฉู่ลั่ว
ใคร ๆ ต่างก็พูดกันว่าหลานสาวคนนี้มีจิตชั่วร้าย
ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริง
“ใครอย่างนั้นเหรอ! ฉันเป็นพ่อแกไง!”
พอสิ้นเสียง ร่างทั้งสองที่อยู่บนโซฟาสำหรับสองคนก็ปรากฏตัว
“พ่อ แม่!”
อู๋ไฉ่ซึ่งเดิมทีใบหน้าเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธก็นั่งตัวตรงขึ้นมา
ทันที “พ่อแม่!”
แม้ว่าพวกท่านจะเสียไปหลายปีแล้ว แต่ฉู่เจิ้งกับภรรยาก็จำ
วิญญาณทั้งสองนี้ได้ตั้งแต่แรกเห็น
ผีชายหญิงคู่นั้นยังไม่ได้พูดอะไร ฉู่หร่านก็ตกใจพูดเสียงสั่น “ลั่ว
ลั่ว ทำไมเธอถึงเรียกปู่ทวดย่าทวดมาได้ล่ะ แบบนี้จะไม่เป็นการ
รบกวนพวกท่านเหรอ?”
“พวกท่านจากไปอย่างสงบแล้ว เธอจะรบกวนพวกท่านมาตามใจ
ชอบเพื่อจะบำเพ็ญเพียรไม่ได้นะ”
ผีชายหญิงกำลังเตรียมจะสั่งสอนลูกชายกับลูกสะใภ้ต่างหันไป
มองฉู่หร่านที่กำลังกล่าวอยู่ทันที
“นี่คือ…”
ฉู่เจิ้งรีบอธิบาย “พ่อครับแม่ครับ นี่คือลูกสาวคนเล็กของเหว่ย
ฮ่าวครับ”
เขาจับมือฉู่หร่านด้วยท่าทางมีเมตตาแล้วเอ่ย “เมื่อก่อนพ่อเคย
บอกไม่ใช่เหรอครับว่าตระกูลฉู่ของเรามีแต่ลูกชายกันมาตลอด? ใน
ที่สุดตอนนี้ก็มีลูกสาวคนหนึ่งแล้วนะครับ”
ลูกสาวตระกูลฉู่!
ผีผู้ชายมองประเมินฉู่หร่านหัวจรดเท้า แม้จะรู้สึกว่าเธอไม่ได้มี
มารยาทอะไรนัก แต่เพราะเธอเป็นเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวของ
ตระกูลฉู่ น้าเสียงของเขาจึงอ่อนลงไปมาก
“ในเมื่อเป็นเด็กผู้หญิงก็คงต้องโอ๋สักหน่อย แต่โอ๋มากไปก็ไม่ได้”
ผีผู้หญิงที่ดูใจดีก็ทำเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยพูดตาม “นิสัยก็ต้อง
สดใสร่าเริงกว่านี้สักหน่อยนะ”
ฉู่หร่านพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
ฉู่เจิ้งดูสถานการณ์แล้วจึงรีบอวดฉู่หร่านให้พ่อแม่ที่เสียชีวิตไป
แล้วของเขาว่าเธอนั้น
ทั้งฉลาด!
ทั้งงดงาม!
มีความสามารถ!
จิตใจดี!
มีความกตัญญู!
……
ผีชายหญิงได้ฟังแล้วท่าทีก็ดูอ่อนโยนขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งมองฉู่ห
ร่านอย่างพอใจ
“สมกับเป็นลูกสาวตระกูลฉู่ของเรา”
“พวกแกที่เป็นผู้อาวุโสแล้วก็ต้องรักเธอให้มาก ๆ นะ!”
ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่พยักหน้าเร็ว ๆ “ครับพ่อแม่ เธอเป็นหลานสาวเพียง
คนเดียว พวกเราก็ต้องรักเธอมากอยู่แล้ว”
ฉู่ลั่วฟังอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าสุภาพเรียบนิ่ง พลางยกแก้วชาขึ้น
จิบเงียบ ๆ
ผีชายหญิงพลันรู้สึกตัว แล้วเอ่ยว่า “ปรมาจารย์ นี่คือลูกชายกับ
ลูกสะใภ้ของพวกเรา แล้วก็หลานสาวของผม ตระกูลฉู่ของเรานับว่า
มีฐานะ เงินค่าอาหารมื้อนี้ ย่อมไม่มีทางติดค้างไว้แน่นอนครับ”
“เร็วเข้า แกรีบเอาเงินห้าล้านให้ปรมาจารย์สิ”
ฉู่เจิ้งตะลึงงัน
อู๋ไฉ่ตะลึงตามเช่นกัน “ห้าล้าน? ห้าล้านอะไรคะ?”
ผีผู้ชายตอบไป “เรามากินอาหารหนึ่งมื้อจากปรมาจารย์ที่นี่
ราคาห้าล้าน! จ่ายเงินให้ปรมาจารย์สิ!”
ฉู่เจิ้งเบิกตาโตทันที
เขากำลังจะอ้าปากพูดก็ได้ยินฉู่หร่านเอ่ยขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
เสียก่อน “ห้าล้าน! ลั่วลั่ว นี่มันคิดราคากันเกินจริงนี่? เธอเก็บเงินตั้ง
ห้าล้านเลยเหรอ?”
ผีชายหญิงได้ฟังคำบ่นอุบอิบนี้ก็ขมวดคิ้วกันทั้งคู่
ท่าทางแบบนี้ดูจะไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไหร่
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลฉู่ พวกเขา
ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ตอบกลับด้วยน้าเสียงนุ่มนวลแทน “หร่านหร่าน! อาหารมื้อนี้
สำหรับโลกของคนที่ยังมีชีวิตมันแพงเกินไปจริง ๆ แต่ในโลกของคน
ตายนั้น…มันไม่นับว่าแพงอะไรเลยนะ”
เพราะมันเป็นอาหารมื้อเดียวในโลก!
แค่การจองคิวเพื่ออาหารมื้อนี้ก็ยากเย็นมากแล้ว