เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1094 ทลายเมฆา
สองวันต่อมา ฉู่ลั่วเพิ่งลงมาด้านล่างก็ถูกเฉิงยวนดึงเอาไว้ ก่อน
ยัดโทรศัพท์ใส่มือเธอ
“ฉู่ลั่ว เจ้าถูกตบหน้าแล้ว!”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว มองโทรศัพท์มือถือ
วิดีโอของทำลายความเชื่องมงายกำลังเล่นอยู่บนหน้าจอ
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความเหย่อหยิ่งที่หางคิ้วและ
หางตาฉายชัดขึ้นเรื่อย ๆ
“สวัสดีครับทุกคน ผมคือเสี่ยวพั่วพั่ว สองวันมานี้ทุกคนใส่ใจกับ
สถานการณ์ของผมมาก ถ้าอย่างนั้นผมจะเล่าให้ฟัง!”
“นี่เป็นเงินค่ารื้อถอนที่ผมเพิ่งได้รับมาวันนี้ ส่วนนี้คือสัญญาที่
ผมเพิ่งเซ็นกับบริษัทชื่อดังทางอินเทอร์เน็ต…”
เขาเล่าเรื่องดีที่เกิดขึ้นในสองวันนี้อย่างละเอียด
“ทั้งหมดนี้ ต้องยกความดีความชอบให้ปรมาจารย์ท่านหนึ่งที่ใช้
ชื่อว่าทลายเมฆา ปรมาจารย์ท่านนี้คือคนที่ช่วยกำจัดสิ่งชั่วร้ายบน
ตัวผม”
เขาเลิกคิ้วมองกล้อง “สิบปีอะไรกัน ปรมาจารย์ที่แท้จริงจะปล่อย
ให้คนทนมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานไปสิบปีได้ยังไง”
“ตอนนี้ผมไม่กล้าทำเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะเน็ตไอดอล
ที่มีชื่อเสียงแต่ไร้ความสามารถบางคนหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะ
ท่านปรมาจารย์ตัวจริงต่างหาก”
“ปรมาจารย์ท่านนั้นก็เป็นสตรีมเมอร์เหมือนกัน ถึงความนิยมจะ
ไม่สูงนัก แต่ความสามารถยอดเยี่ยมสุด ๆ ไปเลยล่ะ”
“ทุกคนไปดูไลฟ์สตรีมของเธอได้นะครับ น่าดูกว่าไลฟ์สตรีม
ของเน็ตไอดอลบางคนซะอีก”
วิดีโอจบลงตรงนี้
เฉิงยวนรับโทรศัพท์กลับมา “ตอนนี้ขึ้นการค้นหายอดนิยมแล้ว
ด้วย”
#เมฆใสเฝ้ามองตะวันไร้ความสามารถ
#เมฆใสเฝ้ามองตะวันตกต่าลงแล้ว
#ปรมาจารย์ตัวจริง ทลายเมฆา
#เมฆใสกับทะลายเมฆา ใครกันแน่เป็นปรมาจารย์ตัวจริง
ฉู่ลั่วมองรายการการค้นหายอมนิยม ก่อนจะยกมือขึ้นมา
คำนวณเล็กน้อย
เฉิงยวนถามด้วยความร้อนใจ “เป็นยังไงบ้าง? เจ้าบอกว่าเขาจะ
ได้รับผลกระทบไปถึงสิบปีไม่ใช่เหรอ?”
“มีคนทำบางอย่างกับวิญญาณหยินรอบตัวเขา…”
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของฉู่ลั่ว เฉิงยวนจึงมองเธออย่างสงสัย
“ทำลาย!”
เฉิงยวน “อะไรนะ!”
เธอถามย้าอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ทำลายหมายความว่า
ยังไง? คือ…คือ…”
“ทำลายวิญญาณให้หายไป!”
เฉิงยวนกรีดร้องออกมา “นี่มันปรมาจารย์บ้าอะไรกัน เสียสติไป
แล้วหรือเปล่า? เสี่ยวพั่วพั่วอะไรนั่นไปกระโดดโลดเต้นบนหลุมศพ
คนอื่น ทั้งยังสร้างความอับอายให้ดวงวิญญาณอย่างไร้เหตุผล…”
เพราะความสงสัยของเธอ เธออยากเห็นว่าทำลายความเชื่องม
งายคนนั้นทำเรื่องอุกอาจมากมายแค่ไหน
จนกระทั่งดูวิดีโอของเขาจบ เธอก็พบว่าขอเพียงเป็นเรื่องที่ทำให้
ผีอยู่อย่างไม่สงบ เขาก็จะทำทุกอย่าง ไม่มีตกหล่นแม้แต่ข้อเดียว
ทั้งปักธูปบนข้าวสวยหน้าหลุมศพตอนกลางดึก จากนั้นเขาก็ดับ
ธูป แล้วเอาข้าวมากินเอง
นี่เหมือนกับการที่คุณเลี้ยงข้าวใครสักคน พอเขากินไปได้ครึ่ง
ทาง คุณก็ไปแย่งตะเกียบของเขามา ซ้ายังพลิกโต๊ะทิ้งอีก?
เรื่องแบบนั้น ไม่มีผีตนไหนทนได้
“กฎแห่งสวรรค์ยังมีอยู่ไหม!” ในฐานะผีตนหนึ่ง เฉิงยวนย่อม
เข้าอกเข้าใจผีที่ถูกคุกคาม รบกวนและด่าทอเหล่านั้นมาก
หากเป็นเธอ…
“เพราะพวกเราเป็นผี จึงคิดจะรังแกพวกเราได้อย่างนั้นเหรอ?”
เฉิงยวนลอยไปลอยมาอยู่ในห้องรับแขก “ข้าจะดูสิว่า ทลาย
เมฆาอะไรนั่น เป็นตัวอะไรกันแน่!”
เมื่อเธอใจเย็นลงบ้างแล้ว จึงนั่งลงบนโซฟา เปิดดูวิดีโอด้วยสี
หน้าเย็นชาราวเกล็ดน้าค้างแข็ง
ทลายเมฆาต่างจากเมฆใสเฝ้ามองตะวัน แอ็กเคานต์ของอีกฝ่าย
เปิดมายังไม่ถึงครึ่งเดือน และเพิ่งไลฟ์สตรีมไปสองครั้ง
ไม่มีความนิยมอะไร และไม่ได้มีผู้ติดตามสักเท่าไหร่
แต่หลังจากวิดีโอของทำลายความเชื่องมงายปล่อยออกมา
วิดีโอไลฟ์สตรีมของทลายเมฆาก็ถูกปล่อยออกมาแล้ว
ในวิดีโอ มีเพียงมือที่เรียวยาวและสวยมากคู่หนึ่ง นอกจากนั้นก็
ไม่เห็นอะไรอย่างอื่นอีก
แต่ฟังจากเสียงพูด ก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เสียงของเธอ
อ่อนโยนและเสนาะหูมาก
หลังดูวิดีโอสั้นไปหลายคลิป เฉิงยวนก็ปิดมัน “เหอะ! ถึงจะมี
ความสามารถ แต่ไร้คุณธรรม”
ถึงเวลาไลฟ์สตรีมจะไม่ยาว แต่อีกฝ่ายก็ทำเกือบจะคล้ายฉู่ลั่ว
ทั้งทำนายดวงชะตาได้ ดูฮวงจุ้ยได้ และกำจัดวิญญาณร้ายได้
“มีใครทำเหมือนอย่างนางบ้าง? วิญญาณพวกนั้นบริสุทธิ์นะ!
พวกเขาถูกรังแกถูกด่าทอ พวกเขาไม่สมควรเอาคืนหรือไง?”
“พี่ยวนยวน ทำไมพี่ถึงโกรธขนาดนั้นคะ!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวลอยเข้ามา
เฉิงยวนอุ้มซ่งเมี่ยวเมี่ยว มาถู ๆ ไถ ๆ อยู่ในอ้อมแขน พลางกัด
ฟันพูด “มีนักพรตคนหนึ่ง รังแกผีอย่างพวกเราโดยไร้คุณธรรม!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยว “รังแกผีเหรอคะ?”
หร่วนย่วนย่วนก็ลอยเข้ามา
สัมภเวสีเด็กเองก็ลอยตามมาเช่นกัน
แม้แต่จิ่งเจียเหยียนก็มากับคนอื่นด้วย
เฉิงยวนเห็นพวกเขาสงสัยกันมาก จึงเล่าเรื่องของทำลายความ
เชื่องมงายให้ฟัง ทั้งยังเล่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นอีกด้วย
“พวกเจ้าคิดว่า มันไม่สมเหตุสมผลเกินไปหรือเปล่า เขามีสิทธิ์
อะไร!”
หร่วนย่วนย่วนถอนหายใจ
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกอดอกโกรธเคือง “ไม่สมเหตุสมผลเลย! น่าโมโห
มาก!”
ภายในห้องรับแขกเต็มไปด้วยคำพูดที่แสดงความโกรธเคือง
ในตอนนี้เองเสียงกริ่งประตูพลันดังขึ้น
จั่วโยวโยว “ฉันไปเปิดประตูเองค่ะ”
เมื่อหัวหว่านไม่อยู่ เธอจึงรับผิดชอบงานส่วนใหญ่แทนหัวหว่าน
ผ่านไปสักพัก จั่วโยวโยวจึงพาหยางไต้เข้ามา
ทันทีที่หยางไต้เห็นฉู่ลั่ว ใบหน้าของเธอก็มีรอยยิ้ม “ลั่วลั่ว ช่วงนี้
เป็นยังไงบ้างจ๊ะ!”
“ก็ดีค่ะ”
หลังทักทายกันสองสามประโยค หยางไต้บอกจุดประสงค์ที่มา
ทันที “ป้ารู้ว่าช่วงนี้หนูยุ่ง ทีแรกก็ไม่คิดจะรบกวนหนูหรอกนะ แต่ว่า…
ป้าเจอเรื่องยุ่งยากนิดหน่อย อยากให้ลั่วลั่วออกหน้าช่วยสักหน่อย”
“เรื่องยุ่งยากเหรอคะ?”
“จ้ะ!”
ฉู่ลั่วมองหยางไต้แวบหนึ่ง เห็นว่าคิ้วและดวงตาของเธอชัดเจน
บรรยากาศรอบตัวก็สะอาดสะอ้าน
เมื่อเห็นท่าทางสงสัยของฉู่ลั่ว หยางไต้จึงรีบพูดว่า “ไม่เกี่ยวกับ
ป้าหรอก แต่เป็นสามีของเพื่อนป้าต่างหาก”
“ตอนนี้เธออยู่ที่บ้านป้า ลั่วลั่วไปที่บ้านป้าเลยดีไหม”
“ค่ะ”
ฉู่ลั่วกำลังออกไปพร้อมกับหยางไต้ เธอเดินไปสองสามก้าว ก็หัน
ไปมองเฉิงยวน “อย่าไปสุ่มสี่สุ่มห้า”
เฉิงยวนเม้มปาก ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ฉู่ลั่วย้า “อีกฝ่ายไม่ธรรมดา”
เฉิงยวนเม้มปาก “ข้าแค่อยากไปดู ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!”
ฉู่ลั่ว “…”
รู้ว่าห้ามเฉิงยวนไม่ได้ เธอจึงทำได้เพียงให้ยันต์เฉิงยวนติดตัวไว้
สองแผ่น “เผื่อเอาไว้ เธอพกติดตัวไปด้วย”
เฉิงยวนรับยันต์มา
หยางไต้ “…”
ใบหน้ายิ้มอ่อนโยน ของหยางไต้ มองฉู่ลั่วกำลังคุยกับอากาศ
เธอเห็นยันต์ในมือฉู่ลั่วลอยไปอีกทางหนึ่ง ก่อนจะหายวับไป
ภาพนี้สำหรับคนทั่วไป คงน่าตกใจมาก
แต่หยางไต้กลับยิ้มจาง และแววตายังแสดงถึงความสนใจอยู่
หลายส่วน
จนกระทั่งฉู่ลั่วหันหน้ากลับมา สีหน้าของเธอจึงกลับมาเป็นปกติ
“ไปกันเถอะ!”