เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1108 ความทรงจ าเหล่านั้นส าคัญมาก
“ฉู่จ้าน ต่อไปนายไม่ต่อยตีกับคนอื่นแล้วได้ไหม?”
เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเด็กสาวคนหนึ่งเจือความโมโห
แต่นิ้วมือของเธอกลับจัดการบาดแผลของอีกคนอย่างอ่อนโยน
มือทั้งสองข้างของฉู่จ้านวางอยู่บนสนามหญ้าด้านหลัง เด็กหนุ่ม
กำลังอยู่ในวัยพลุ่งพล่าน แม้ว่าจมูกจะช้าใบหน้าจะบวมก็ไม่ได้สนใจ
เขาพูดออกมาอย่างวางอำนาจ “นี่มันไม่ได้เรียกว่าการต่อยตีนะ มัน
เป็นการเรียนรู้ระหว่างลูกผู้ชายต่างหาก เธอไม่เข้าใจหรอก”
“เจ็บ ๆๆ…กว่านหว่าน เธอจะฆ่าสามีเธอหรือไง!”
กว่านหว่านชักมือที่จงใจลงน้าหนักไปเมื่อครู่กลับมา “เป็นการ
เรียนรู้ระหว่างผู้ชายไม่ใช่เหรอ? ยังจะเจ็บอะไรล่ะ! อีกอย่างนะ…อะไร
คือการฆ่าสามี! นายอย่ามาเรียกตัวเองส่งเดชนะ!”
ฉู่จ้านยิ้มอย่างไม่อาย “ทั้งโลกเขาก็รู้กันหมดว่าเธอเป็นภรรยา
ของฉัน ไม่ให้บอกว่าฆ่าสามีแล้วจะบอกว่าอะไรเล่า!”
“ยังจะพูดอีกเหรอ!”
กว่านหว่านทำท่าจะออกแรง ฉู่จ้านจึงขอความเมตตา
ใบแปะก๊วยในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงปลิวลงมาราวกับผีเสื้อ ตก
ลงเบา ๆ บนผมของกว่านหว่าน
ฉู่จ้านอยู่ด้านข้างเธอ จึงยื่นแขนไปหยิบใบแปะก๊วยออกจากผม
ให้
กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยมาตามลม
ผิวกายของกว่านหว่านผุดผ่องมาก ต่างกับสีผิวของคนที่วิ่งตาก
แดดมาทั้งวันอย่างเขา
เด็กสาวชั้นมอสามนั้นมีลักษณะของผู้หญิงที่เด่นชัดแล้ว ก้มลง
เพียงเล็กน้อยสายตาของเขาก็มองเห็นแล้ว
ทั้งติ่งหูที่อยู่ใกล้ริมฝีปากและเส้นผมพลิ้วไหวนั่นอีก…
ทุกสิ่งทุกอย่างกระตุ้นจิตใจที่เริ่มก้าวเข้าสู่วัยรุ่นของเขาไป
ทั้งหมด
แม้แต่จังหวะลมหายใจก็ยังสับสน
ฉู่จ้านรีบหยิบใบแปะก๊วยออกอย่างรวดเร็วและนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เขา
หันหน้าออกไปอีกทาง ผ่อนลมหายใจยาว จากนั้นก็ค่อย ๆ สงบจิตใจ
ว้าวุ่นของตัวเองลง
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า เอ่ยปากแสร้งทำเป็นไม่จริงจังอะไร
“กว่านหว่าน เธอคบกับเดือนโรงเรียนอย่างฉันไหม?”
“ไม่เอาหรอก”
“ทำไมล่ะ?” เขาหันขวับไปมองอย่างตกใจ นี่เป็นคำตอบที่ไม่
คาดคิดจากเธอ
กว่านหว่านเก็บกล่องยาใส่ในกระเป๋าหนังสือ แล้วเอ่ยขึ้นอย่าง
เป็นธรรมชาติ “ฉันไม่อยากมีความรักก่อนวัยอันควร”
ฉู่จ้านขมวดคิ้ว
เขาบ่นพึมพำ “แล้วเมื่อไหร่ถึงจะมีความรักได้ล่ะ?”
“ตอนขึ้นมหาลัยแล้วกัน”
“มหาลัย!” เขาตกใจแล้วพูดต่อ “ตอนนี้พวกเราอยู่มอสาม อย่าง
นั้นก็แสดงว่าอีกตั้งสามปีน่ะสิ! นานเกินไปแล้ว!”
เขาลุกขึ้นวิ่งไปที่จักรยานซึ่งจอดอยู่ริมถนน จากนั้นก็ใช้มือเช็ด
ๆ ตบ ๆ เบาะหลัง รอจนกว่านหว่านขึ้นมานั่งซ้อนท้ายแล้วปั่น
จักรยานออกไป
เขาปั่นจักรยานเร็วปานสายฟ้า
“ช่างเถอะ! สามปีก็สามปี!”
ท่ามกลางเสียงลมนั้น จู่ ๆ ฉู่จ้านก็พูดขึ้น เขาตะโกนออกมา
อย่างไม่อาย “ถึงยังไงทั่วทั้งโลกก็รู้กันหมดแล้วว่าเราหมั้นหมายกัน
ตั้งแต่เด็ก!”
เสียงนั้นดังลั่นเสียจนนกกายังต้องตกใจ
ลุง ๆ ป้า ๆ ที่อยู่ข้างทางก็มองมาอย่างไม่พอใจนัก
ส่วนกว่านหว่านซึ่งกำลังซ้อนท้ายอยู่หน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว
เมื่อเทียบกับการมีรถหรูปิดมิดชิดคอยไปรับไปส่งแล้วนั้น กว่าน
หว่านชอบสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัวมากกว่า
ดังนั้นตั้งแต่ที่ขึ้นมอต้นมาวันแรก ฉู่จ้านก็ปั่นจักรยานพาเธอไป
กลับโรงเรียนเสมอไม่เคยขาด ยกเว้นวันที่ฝนหรือหิมะตกหนัก
พวกเขารับแสงแดดยามเช้าและดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน
ฟังเสียงนกร้องครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลด้วยกัน
เปียกปอนในวันที่ฝนตกหนักทั้งที่ยังเป็นฤดูร้อนมาด้วยกัน
ถูกใบไม้ปลิวใส่หน้าในฤดูใบไม้ร่วงมาด้วยกัน
ลื่นล้มบนถนนที่มีหิมะฤดูหนาวมาด้วยกัน
ฉู่จ้านยิ่งออกแรงถีบจักรยานมากขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงของเขายิ่งมีความเย่อหยิ่งของเด็กวัยหนุ่ม จากนั้นเขา
ตะโกนเสียงดัง “ทั่วทั้งโลกรู้กันหมดว่าฉู่จ้านชอบกว่านหว่าน!”
“แล้วกว่านหว่านจะชอบฉู่จ้านที่หล่อ เท่ และเจ๋งที่สุดในโลกไหม
นะ?”
จักรยานคันนั้นปั่นไปไกลท่ามกลางพระอาทิตย์ตกอันสวยงาม…
เสียงลมที่พัดผ่านหูนั้นมีเพียงน้าเสียงเขินอายแผ่วเบาของเด็ก
สาวเอ่ยดัง
“ชอบ ชอบแล้วไง พอใจไหม! ไม่ต้องตะโกนแล้ว!”
ฉู่จ้านลืมตาขึ้นมาทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
เมื่อยกมือมาสัมผัสใบหน้าก็พบว่ามันเต็มไปด้วยความเปียกชื้น
เขามองเหม่อความมืดสนิท ความอัดอั้นตันใจแสนทรมานพลัน
ปะทุขึ้นมา
จู่ ๆ ก็มีความทรงจำเข้ามาในหัวของเขา
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าความทรงจำเหล่านั้นสำคัญมาก แต่กลับเหมือน
ถูกทิ้งเอาไว้ในกล่องอยู่ซอกมุมหนึ่ง
หลายปีมานี้…
เขาไม่เคยนึกถึงกว่านหว่านเลย
ราวกับว่าเธอไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
แม้แต่ตอนที่ตายายโทรมาแล้วเอ่ยถึงเธอ เขาเองก็ไม่ได้เก็บเอา
มาใส่ใจ
กว่านหว่าน!
กว่านหว่าน!
ทันใดนั้นสิ่งที่โผล่เข้ามาในหัวสมอง คือกว่านหว่านที่ยิ้มบาง
และชูหน้าจอมือถือมาตรงหน้าเขา
‘นายสบายใจได้ การหมั้นจะไม่เป็นไปตามสัญญา’