เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1109 ป้ายหยกเลือด
ทางโรงพยาบาลตกลงให้ฉู่จ้านกลับบ้านได้แล้ว
ตอนนี้ขาของเขาเพียงต้องดูแลรักษาให้ดี กลับมาติดตามอาการ
ที่โรงพยาบาลให้ตรงเวลา และคอยเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู
ฉู่ลั่วเองก็ถูกสองสามีภรรยาอย่างซ่งฉงกับอู่หลินพาตัวมา
เช่นกัน
อู่หลินจับมือเธอพลางเอ่ย “เรื่องใหญ่อย่างการตามหาหนู
กลับมาได้ พวกเขาไม่บอกพวกเราเลยสักคำ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะหลังจากนั้นพี่ใหญ่ของหนูเป็นฝ่ายติดต่อพวก
เรามา ป่านนี้พวกเราก็ยังไม่รู้หรอกว่าฉู่หร่านกับหนูถูกสลับตัวกัน
ตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ”
เธอพูดแล้วก็ถอนหายใจพลางส่ายหน้า “แต่ไม่รู้ว่าทำไมอาเหิง
ถึงไม่ให้พวกเราติดต่อหนูนะ จริง ๆ เลยเชียว…”
ฉู่เหิงที่เดินมาด้านหลังจึงยิ้มขมขื่นให้ฉู่ลั่ว
ตากับยายอยู่ที่อื่นตลอดทั้งปี เดิมทีพวกเขาก็ไม่ชอบฉู่หร่านอยู่
แล้ว
ในตอนที่ยังไม่แน่ใจเรื่องความสามารถของฉู่หร่าน เขาจึงไม่
อยากดึงผู้ใหญ่ทั้งสองให้เข้ามาพัวพันด้วย
อู่หลินกำลังบ่นคนตระกูลฉู่ต่อ แต่จู่ ๆ ก็ตบหน้าผากตัวเอง
“ซื่อบื้อจริง ๆ เลย ยายซื้อของขวัญเนื่องในโอกาสที่เราได้พบกันมา
ให้ด้วย แต่ยังไม่ได้มอบให้หนูเลย”
เธอเรียกให้ซ่งฉงกลับไปเอาของขวัญและมาพบกันที่บ้าน
ฉู่เหิงจึงก้าวเข้าไปพูดกับเธอ “เมื่อก่อนตายายก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน
พวกเขาอยู่ทางด้านนั้น”
เขาชี้ไปยังคฤหาสน์หลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
“แต่ต่อมาก็เกิดเรื่องขึ้นกับหว่านหว่าน…พวกเขาโกรธมากที่
พวกเราเข้าข้างฉู่หร่าน ก็เลยพาตัวหว่านหว่านออกไป”
ตอนนั้นเรื่องราวตึงเครียดมากจริง ๆ
ฉู่เหิงถอนหายใจ
แต่พวกเขาเพิ่งจะเข้าบ้านตระกูลฉู่ไป เสียงฟังดูโมโหก็ดังขึ้นมา
“ออกจากบ้านไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังกลับมาอีก?”
คนที่พูดคืออู๋ไฉ่นั่นเอง
เธอสวมชุดแบรนด์เนมทั้งตัว สีหน้าและคำพูดล้วนกำลังดูถูก
เมื่อฉู่เจิ้งที่อยู่ข้าง ๆ เห็นท่าทีของฉู่ลั่วก็โกรธเคืองขึ้นมาทันที
ทำไมทำราวกับว่าเธอไม่ควรอยู่ในบ้านหลังนี้
ได้ยินดังนั้น ฉู่เหิงก็ขมวดคิ้วกำลังจะก้าวไปหา แต่ถูกฉู่ลั่วรั้ง
แขนไว้ก่อน “ฉันกลับมาไม่ได้เหรอคะ?”
“หึ เธอทำได้เหรอ? เธอน่ะ…”
“ต้องให้หนูเรียกปู่ทวดย่าทวดมาถามไหมคะว่าหนูกลับบ้านมา
ได้ไหม?”
ใบหน้าเธอสงบนิ่ง น้าเสียงก็สงบเยือกเย็น ไม่ได้กะโตกกะตาก
อะไร
แต่เพียงประโยคเดียวก็ทำเอาสองสามีภรรยาที่พูดอยู่นั้นต่างต้อง
ชะงักไป
ฉู่เจิ้งใช้ไม้เท้าในมือกระแทกลงพื้น ชี้นิ้วใส่ฉู่ลั่วอย่างโมโห
“เธอ…เธอ…”
แค่นึกถึงภาพที่ถูกจัดการในความฝัน คำพูดที่เหลือก็พูดไม่ออก
แล้ว
“นี่เป็นท่าทีที่เธอใช้พูดจากับผู้อาวุโสเหรอ?”
“ท่าทีอะไร?” อู่หลินเดินเข้ามา เห็นได้ชัดว่าเธอรีบร้อนมากถึง
ใช้เวลาไปกลับแค่สั้น ๆ เท่านั้น
เธอถามแค่หนึ่งประโยค แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก จากนั้นนำกล่อง
ไม้จันทน์วางใส่มือของฉู่ลั่ว “ยายเตรียมสิ่งนี้มานานแล้ว…คิดเอาไว้
ว่าอยากจะมอบให้หลานสาว”
เดิมทีเธอจะมอบให้ฉู่หร่าน
น่าเสียดายที่หลานสาวคนนั้นไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของเธอ จึง
ไม่ได้มอบของชิ้นนี้ให้
แต่ที่แท้…ก็ไม่ใช่เพราะเธอไม่ชอบหลานสาวของตัวเอง แต่คน
คนนั้นไม่ใช่หลานสาวแท้ ๆ ของเธอต่างหาก
ทันทีที่เปิดกล่องออกก็เห็นว่ามีหยกเลือดขนาดประมาณฝ่ามือ
อยู่หนึ่งชิ้น เป็นหยกที่มีความบริสุทธิ์มาก ไม่มีสิ่งใดเจือปนอยู่เลย
ทั้งยังได้รับปลุกเสกอีกด้วย
อู่หลินหยิบหยกเลือดออกมาจากในกล่องแล้วเอ่ย “หนูคงไม่รู้
ตอนที่แม่หนูตั้งท้องหนูน่ะ ยายมีลางสังหรณ์อยู่แล้ว มั่นใจมากว่าต้อง
เป็นเด็กผู้หญิงแน่ ๆ”
“ยายก็เลยตั้งใจไปซื้อหยกมาชิ้นหนึ่งเพื่อมาทำป้ายหยก ทั้งยัง
ไปขอให้ปรมาจารย์ปลุกเสกให้ด้วยนะ”
เธอหยิบเชือกแดงที่ถักอย่างดีสวมให้ฉู่ลั่ว
ขณะสวมให้ก็พลางพูดว่า “ช่วยคุ้มครองให้ลั่วลั่วของเราแคล้ว
คลาดปลอดภัย สุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วยเถิด ให้ลั่วลั่วมีแต่
ความสุขความเจริญนะ”
ในน้าเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเลื่อมใสอย่างมาก
ฉู่ลั่วก้มหน้ามองป้ายหยกเลือดนั้น
ป้ายหยกผ่านการปลุกเสกมาก็จริง แต่ว่า…เมื่อพูดถึง
ความสามารถของมันแล้ว ยังสู้ยันต์หนึ่งแผ่นของเธอไม่ได้เลย
เพียงแต่…
ฉู่ลั่วก้มหน้ามองป้ายหยกนั้นอย่างถี่ถ้วน จากนั้นก็เงยหน้า ตอบ
ด้วยน้าเสียงจริงจัง “หนูจะสวมมันไว้อย่างดีแน่นอนค่ะ”