เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1112 รุนแรงไปหน่อย
ขณะฉู่เหว่ยฮ่าวกำลังตกตะลึงอยู่นั้น ซ่งเชียนหย่าก็พาพ่อแม่
ของตัวเอง ฉู่ลั่วและกว่านหว่านจากไปด้วยสีหน้าเจ็บปวด
ฉู่เหิงเลื่อนสายตาออกจากรูปภาพ “พ่อครับ หร่านหร่าน ทำไม
พวกคุณถึงทำแบบนี้!”
ฉู่หร่าน “…”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
“ผมจะไปดูแม่!”
ฉู่จิงใช้สองนิ้มคีบรูปเอาไว้ ในแววตาของเขามีทั้งความเหลือเชื่อ
และเจ็บปวด “พ่อครับ…เธอเรียกพ่อว่าพ่อมาตั้งหลายปีนะ! นี่พ่อ…”
เขาพูดแค่นั้นก็หันหลังเดินจากไป
แต่เพิ่งเดินไปได้หนึ่งก้าว ก็ถูกฉู่จ้านที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ เอื้อม
มือมาคว้าแขนไว้
ฉู่จ้านส่งสายตาให้เขาราวกับจะบอกว่า ‘ถ้าจะไปก็พาผมไปด้วย
สิ! อย่าคิดว่าผมขาไม่ดี แล้วจะทิ้งไว้ที่นี่อย่างไร้เยื่อใยได้นะ!’
สองพี่น้องสบตากัน ฉู่จิงจึงต้องอุ้มฉู่จ้านมานั่งบนรถเข็น
ไม่รอให้คนในห้องได้ตอบสนองอะไร เขาก็เข็นฉู่จ้านออกไปแล้ว
เขาเดินมาถึงประตู ก็พูดทิ้งท้ายด้วยน้าเสียงเจ็บปวดว่า “พ่อครับ
ดูเหมือนว่าในทะเบียนบ้านของตระกูลฉู่ ไม่จำเป็นต้องมีพวกเราแล้ว”
ฉู่จิงไม่สนใจว่าฉู่เหว่ยฮ่าวที่อยู่ด้านหลังจะตกใจแค่ไหน เขาเข็น
ฉู่จ้านออกไปทันที
ห้องทานอาหารที่เคยคึกครื้นตกอยู่ในความเงียบงันอย่าง
ประหลาด
แม้กระทั่งฉู่เจิ้งกับภรรยา ก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป
กระทันหันจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
อู๋ไฉ่มองความสนิทสนมของลูกชายกับหลานสาวในรูปภาพ เธอ
หยิบรูปขึ้นมาด้วยมือที่กำลังสั่นเทาเพราะควบคุมไม่ได้ “พวก…พวก
ลูก…”
ฉู่หร่านได้สติกลับมาหลังจากตกใจ ทันใดนั้นเธอก็ร้องไห้ “คุณ
ปู่คุณย่า นี่ต้องเป็นพวกปาปารัสซี่จงใจถ่ายให้เข้าใจผิดแน่นอนค่ะ!
พวกเขาตั้งใจหามุมนี้ แล้วสร้างบรรยากาศคลุมเครือแบบนี้
ออกมา…”
“ฮือ ฮือ ฮือ! ทำไมคุณแม่ถึงสงสัยหนูเพียงเพราะรูปถ่ายไม่กี่ใบ
ล่ะคะ!”
แค่พวกเขาเห็นฉู่หร่านร้องไห้
อู๋ไฉ่ก็รีบพูดปลอบเสียงเบา “เอาล่ะ เอาล่ะ ปู่กับย่าเชื่อหนู แม่
ของหนูน่ะ รู้เรื่องราวไม่ชัดเจน ลูกสาวกับสามีตัวเองมีนิสัยยังไง เธอ
จะไม่รู้เลยเหรอ?”
ฉู่หร่านได้แต่ร้องไห้โฮ
ฉู่เจิ้งยิ่งโกรธหนัก
มีเพียงฉู่เหว่ยฉ่าวยืนอยู่ที่ประตูด้วยสีหน้าสับสน
ลมเย็นพัดเข้ามา ผ่านร่างของเขาจนหนาวสั่น ในใจของเขาก็
สั่นสะท้านเช่นกัน
ฉู่หร่านที่อยู่ข้างหลังร้องไห้น่าสงสาร
เธอกำลังร้องไห้ แต่เขาเองก็อยากร้องไห้เหมือนกัน!
เมื่อครู่ทั้งครอบครัวยังรวมตัวกันอยู่เลย จู่ ๆ เขาก็เสียลูกชาย ลูก
สาว แม้กระทั่งภรรยาของเขาก็ไปแล้วเช่นกัน!
คฤหาสน์ของสองครอบครัวอยู่ไม่ไกลกัน ไม่นานคนกลุ่มใหญ่ก็
มาถึงคฤหาสน์ที่อยู่ฝั่งนี้แล้ว
ในคฤหาสน์มีเพียงหัวหน้าพ่อบ้านหนึ่งคนกับสาวใช้วัยรุ่นอีก
หนึ่งคน เมื่อคนกลุ่มนี้มาถึง พวกเขาก็เริ่มทำความสะอาดห้องและจัด
เตียงนอน
ซ่งเชียนหย่ากระชับผ้าคลุมไหล่ของตัวเองเล็กน้อย เธอมอง
ออกไปข้างนอกริมหน้าต่างด้วยสายตาผิดหวัง
ฉู่เหิงเดินเข้ามาหา “แม่ครับ รูปพวกนั้น…”
“แม่ให้คนไปถ่ายเอง”
ฉู่เหิง “…!!!”
คำพูดที่ติดอยู่ริมฝีปาก ถูกกลืนลงคอไปทั้งหมดเพราะประโยคนี้
“หา!”
น้อยครั้งที่จะเห็นเขาเผยสีหน้าตกใจออกมา
ซ่งเชียนหย่าหันหน้ามา ใบหน้าที่คล้ายกับฉู่ลั่วหลายส่วนเผยให้
เห็นรอยยิ้มขมขื่น “ปู่กับย่าของลูกไม่ชอบลั่วลั่ว ในใจของพวกเขา
คิดแต่จะให้ฉู่หร่านกลับมาที่บ้านตระกูลฉู่”
“พ่อของลูกในตอนนี้…”
เธอหันไปมองฉู่ลั่วซึ่งกำลังอยู่เป็นเพื่อนอู่หลินแวบหนึ่ง “กว่าลั่ว
ลั่วจะกลับมาที่บ้านก็สักครั้งไม่ง่าย แม่ไม่อยากให้เรื่องพวกนี้มา
กวนใจเธอ”
“ปู่กับย่าของลูกรวมถึงฉู่หร่านพุ่งเป้ามาที่เธอ ก่อนหน้านี้พวก
เขายังคิดจะไปหาลั่วลั่ว และใช้ฐานะของผู้อาวุโสมากดดันลั่วลั่ว…”
“แต่ตอนนี้…ถ้าแม่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากพอ พวกเขาก็จะไม่
ไปรบกวนลั่วลั่วอีก”
แต่พวกเขาจะมาสร้างความวุ่นวายให้เธอแทน
ฉู่เหิงเก็บสีหน้าตกตะลึงของเขาไปแล้ว ก่อนจะมองตามสายตา
ของซ่งเชียนหย่าไป
ฉู่ลั่วกำลังฟังเรื่องที่อู่หลินพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยน บางครั้งเธอยัง
เอ่ยตอบหลายคำ พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากตั้งแต่ต้นจนจบ
เธอดูมีอิสระมากกว่าตอนอยู่บ้านตระกูลฉู่มากจริง ๆ
แม้เธอจะไม่สนใจ แต่สภาพแวดล้อมแบบนั้น…
เพียงแต่…
ฉู่เหิงเหลือบมองซ่งเชียนหย่า เขาเอ่ยเตือนเสียงเบา “แม่ครับ
แผนการนี้ของแม่รุนแรงไปหน่อยนะครับ”
ไม่ใช่แค่นิดหน่อย แต่โหดเกินไปต่างหาก!
เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า ตอนนี้หัวสมองของพ่อเขาจะแจ่ม
ชัดขึ้นได้หรือยัง?