เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1113 ยังไม่ถึงเวลา
ฉู่หร่านพักผ่อนอยู่ที่บ้านตระกูลฉู่หนึ่งคืน
วันต่อมาเธอตื่นแต่เช้าตรู่ ก่อนจะเดินลงมาชั้นล่างด้วยสีหน้า
เปี่ยมความสุขใจ
“หร่านหร่านตื่นแล้วเหรอ รีบมาทานอาหารเช้าเร็วเข้า มีแต่ของ
ที่หนูชอบทั้งนั้นเลยนะ” อู๋ไฉ่เชื้อเชิญพลางบอกอย่างยิ้มแย้ม
ฉู่หร่านเห็นอาหารเช้าถูกจัดวางอยู่เต็มโต๊ะ ก็ยิ่งยิ้มรู้สึกปลาบ
ปลื้มเป็นที่สุด หลังจากพูดออดอ้อนฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่เสร็จแล้ว เธอจึง
กวาดตามองไปรอบ ๆ “คุณพ่อล่ะคะ?”
ฉู่เจิ้งแค่นเสียงเย็นชา
อู๋ไฉ่ทำหน้านิ่งเฉย ตอบว่า “คงไปหาแม่ของหนูแล้วล่ะ? อายุปูน
นี้แล้ว ยังจะหย่าร้างกันเลียนแบบพวกเด็กวัยรุ่นไปได้ ไม่รู้ว่าเธอเป็น
แม่คนได้ยังไง หนูเป็นลูกสาวที่เธออบรมเลี้ยงดูมาแท้ ๆ เธอยังไม่เชื่อ
ใจหนูอีก”
ฉู่หร่านยืนนิ่งอยู่ที่เดิมหลายวินาที ก่อนจะพูดด้วยท่าทางเศร้า
เสียใจ “คุณย่าคะ หนูจะไปอธิบายให้คุณแม่ฟังเองค่ะ”
เธอแสดงสีหน้าแสนขมขื่น คิ้วขมวดมุ่นชวนให้น่าสงสาร “ถึง
ยังไงหนูก็ไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลฉู่ คุณแม่…จะสงสัยหนูก็เป็นเรื่อง
ปกติค่ะ”
“แต่คุณปู่คุณย่าวางใจได้เลยนะคะ ถ้าหนูไปคุยกับคุณแม่ดี ๆ
ทำดีกับคุณแม่ให้มาก คุณแม่ต้องเข้าใจหนูแน่นอนค่ะ”
เธอลุกยืนขึ้น “หนูจะไปหาคุณแม่เดี๋ยวนี้ ไปอธิบายให้ทุกอย่าง
ฟัง”
เธอพูดจบก็วิ่งออกไป
ฉู่เจิ้งมองแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาปวดใจ พลางใช้มือตบโต๊ะ
“ครอบครัวดี ๆ ครอบครัวหนึ่ง ต้องพังทลายเพราะฉู่ลั่วคนนั้น!”
ถ้าไม่ใช่เพราะฉู่ลั่วกลับมาที่ตระกูลฉู่ ครอบครัวนี้ก็คงมีความสุข
และปรองดองกันดีเหมือนเมื่อก่อน
แต่ทันทีที่เธอกลับมา…
อู๋ไฉ่พยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้าง ๆ
บรรยากาศในบ้านตระกูลฉู่มืดมนโศกเศร้า ในขณะที่บ้าน
ตระกูลซ่งเต็มไปด้วยความสุข
หลังทานอาหารเช้า อู่หลินก็จูงมือฉู่ลั่วไปเดินเล่นในสวนดอกไม้
มุมหนึ่งในสวน ฉู่จ้านกำลังนั่งอยู่บนรถเข็น เขาสวมฮู้ดสีดำ
ปกปิดตัวเองเอาไว้อย่างมิดชิดทั้งตัว
นอกจากนั้นเขายังยกปกเสื้อขึ้น ให้ปิดใบหน้าไปครึ่งหน้า เหลือ
ไว้เพียงดวงตาทั้งสองที่มองออกไปด้านนอก
กว่านหว่านนั่งย่อตัวลงครึ่งหนึ่งเพื่อฝังเข็มที่ขาทั้งสองข้างให้เขา
ดวงตาของเธอยังเหมือนตอนสมัยเด็ก เหมือนกับคนที่จิตใจอ่อนโยน
แต่การเคลื่อนไหวของเธอกลับรวดเร็วมาก เธอฝังเข็มลงไปทีละ
เข็ม ไม่มีเชื่องช้าแม้แต่น้อย
เขาต้องปกปิดตัวเองเอาไว้แบบนี้ ถึงมีความกล้ามากพอจะมอง
เธอ
ส่วนภายในบ้าน ฉู่จิงกับฉู่เหิงยืนอยู่ตรงหน้าต่างสูงจากพื้นจรด
เพดานเป็นเพื่อนซ่งเชียนหย่า
สายตาของพวกเขากำลังมองฉู่เหว่ยฮ่าวซึ่งอยู่ข้างนอก
ฉู่เหว่ยฮ่าววิ่งมาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งยังโทรศัพท์มาหาพวกเขา
สามพี่น้อง รวมถึงติดต่อหาซ่งเชียนหย่าด้วย
เพื่อขอโทษ!
เพื่ออธิบาย!
แต่ซ่งเชียนหย่าไม่รับโทรศัพท์ และไม่อนุญาตให้พวกเขารับสาย
เช่นกัน
ฉู่เหิงส่งข้อความให้ฉู่เหว่ยฮ่าวหนึ่งข้อความว่า ‘แม่ไม่ให้พวกเรา
ติดต่อกับพ่อครับ’
ฉู่เหว่ยฮ่าวจึงไม่ได้โทรมาอีก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ข้างนอก
ฉู่จิงเอ่ยขึ้น “แม่ครับ จะปล่อยให้พ่อยืนอยู่ข้างนอกแบบนั้นเหรอ
ครับ?”
บริเวณนี้เป็นย่านคนรวยในเมืองเจียง มีนักธุรกิจที่ร่ารวยเดิน
ทางเข้าออกตลอดเวลา
วันนี้ซ่งเชียนหย่าไม่ได้แต่งหน้า ผมของเธอถูกรวบไว้ข้างหลัง
อย่างลวก ๆ
“ยังไม่ถึงเวลา” เธอตอบ
แววตาของฉู่เหิงวูบไหวเล็กน้อย เขาคาดเดาได้ว่าซ่งเชียนหย่า
จะทำอะไร จึงพูดเตือนด้วยความระมัดระวัง “พ่อ…เขาไม่ได้ตั้งใจนะ
ครับ”
พวกเขาเองก็เคยเบาปัญญาและทำเรื่องโง่เขลาแบบนี้มาก่อน
แต่พ่อพวกเขา…ก็แค่ได้สติช้าไปสักหน่อยเท่านั้นเอง
ตอนที่เขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ฉู่หร่านก็ปรากฏตัวออกมา
ซ่งเชียนหย่าเห็นดังนั้น จึงหยิบกระจกสำหรับแต่งหน้าออกมา
ส่องดูสภาพตนเองเล็กน้อย ก่อนจะขยี้หางตาของตนแรง ๆ เพื่อให้
มันแดงก่าขึ้น “ตอนนี้พวกเราออกไปได้แล้วล่ะ”
ฉู่เหิง “…”
ฉู่จิง “…”
ตอนนี้พวกเขาเพิ่งได้รู้อย่างหนึ่ง นั่นคือการที่ฉู่จิงเป็นราชา
ภาพยนตร์ แน่นอนว่าจะขาดปัจจัยทางพันธุกรรมไปไม่ได้