เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1115 ย้ายหร่านหร่านกลับเข้าทะเบียนบ้านเสียสิ!
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1115 ย้ายหร่านหร่านกลับเข้าทะเบียนบ้านเสียสิ!
ณ บ้านตระกูลฉู่
ฉู่เหว่ยฮ่าวประคองฉู่หร่านกลับมาที่บ้านตระกูลฉู่
ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่เห็นฉู่หร่านได้รับบาดเจ็บที่ข้อศอก ก็ร้องตะโกน
ขึ้นมาทันที “หร่านหร่าน หนูเป็นอะไรไป? ทำไมถึงมีเลือดไหลแบบนี้
ล่ะ? มีคนทำร้ายหนูเหรอ?”
“พวกเขาทำร้ายหนูหรือเปล่า? เป็นใคร…”
ฉู่เจิ้งรีบให้หัวหน้าพ่อบ้านกับคนรับใช้ไปนำกล่องยามาให้
อู๋ไฉ่ลุกขึ้นด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยว “ซ่งเชียนหย่าเป็นแม่คน
แท้ ๆ แต่จิตใจกลับโหดเหี้ยมขนาดนี้ เธอลงมือทำร้ายได้แม้กระทั่ง
ลูกสาวของตัวเอง…”
“ตระกูลซ่งสั่งสอนคนกันมายังไงกันนะ!”
เสียงนี้ยังคงดังก้องอยู่ภายในห้องรับแขก ก่อนที่น้าเสียงเศร้าซึม
ของฉู่เหว่ยฮ่าวจะเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่เชียนหย่าหรอกครับ เป็นผมเอง”
อู๋ไฉ่ชะงักไป ก่อนจะหัวเราะอย่างเย็นชา “ลูกยังจะออกหน้าแทน
เธออีกเหรอ ลูกเอ็นดูหร่านหร่านขนาดนี้ จะทำไปได้ยังไง…หร่านห
ร่าน หนูบอกมาเถอะ ใครกล้าทำร้ายหนู?”
“ปู่กับย่าจะไปทวงความยุติธรรมให้หนูเอง!”
ฉู่หร่านยังคงเงียบ “…”
ก่อนสายตาเธอจะเลื่อนมองฉู่เหว่ยฮ่าวด้วยสีหน้าขมขื่น
อู๋ไฉ่ “…”
ฉู่เจิ้งก็คิดไม่ถึงเช่นกัน
เป็นอาฮ่าวจริงหรือ?
“ทำไมแกถึงทำแบบนี้?” อู๋ไฉ่ไม่เข้าใจ ฉู่เหว่ยฮ่าวรักและเอ็นดูห
ร่านหร่านมาตลอด!
สมองของฉู่เหว่ยฮ่าวกำลังสับสนมาก เขานั่งลงบนโซฟาอย่าง
หมดแรง “แม่ครับ เลิกถามได้แล้ว ผมไม่ทันระวังจึงเผลอผลักเธอ
ออก หร่านหร่าน พ่อขอโทษนะ”
ฉู่หร่าน “…”
เธอพยายามยกยิ้มมุมปาก “คุณพ่อ ไม่เป็นอะไรค่ะ หนูรู้ว่าคุณ
พ่อไม่ได้ตั้งใจ หนูเห็นว่าคุณแม่ยังเข้าใจผิดอยู่ ให้หนูไปอธิบาย
เรื่องราวทั้งหมดกับคุณแม่ดีไหมคะ”
“อย่าเลย” ฉู่เหว่ยฮ่าวรั้งไว้ “ลูกจัดการงานของตัวเองไปเถอะ
เรื่องของพ่อกับแม่ลูก พ่อจะเป็นคนจัดการเอง”
ฉู่หร่านจึงได้แต่ทำตามคำพูดของเขา
จากนั้นเธอก็ยื่นมือไปดึงชายเสื้อของอู๋ไฉ่ อีกฝ่ายเข้าใจในทันที
จึงพูดขึ้นว่า “อาฮ่าว! หร่านหร่านทั้งเป็นเด็กดี ทั้งเชื่อฟัง และเฉลียว
ฉลาดขนาดนี้ พวกเราเลี้ยงเธอมาตั้งหลายปี ยังไงก็ต้องมีความ
ผูกพันกันอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ?”
“อืม!”
“ถ้าอย่างนั้น…อาศัยจังหวะที่ภรรยาแกไม่อยู่ ย้ายหร่านหร่าน
กลับเข้าทะเบียนบ้านเสียสิ! จะปล่อยให้เธออาศัยอยู่ข้างนอกไป
ตลอดได้ยังไง แกต้องย้ายชื่อเธอกลับเข้ามาในทะเบียนบ้าน แล้วก็
ให้หร่านหร่านกลับมาอยู่ที่บ้านอีกครั้ง”
“พวกแกงานยุ่งกันมาก คนแก่อย่างพวกเราอยู่กันสองคนในบ้าน
ก็เบื่อหน่าย หร่านหร่านจะได้มาอยู่เป็นเพื่อนพวกเรา”
ฉู่หร่านยิ้มหวานก่อนพูดจาออดอ้อน “หร่านหร่านรักคุณย่า
ที่สุดเลยค่ะ”
ก่อนจะบอกอีกประโยคว่า “รักคุณปู่ที่สุดเหมือนกันค่ะ”
ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ถูกคำหวานของเธอพูดแบบนี้ก็หัวเราะเสียงดังอย่าง
มีความสุข
มีเพียงฉู่เหว่ยฮ่าวเท่านั้นที่ไม่พูดอะไร
“อาฮ่าว พูดอะไรหน่อยสิ!”
ฉู่เหว่ยฮ่าวมีสีหน้าลำบากใจ เขามองพ่อแม่ของตัวเอง และแวว
ตาคาดหวังของฉู่หร่าน คำว่า ‘ได้’ขึ้นมาอยู่ที่ริมฝีปากของเขาแล้ว
แต่ในหัวสมองกลับมีภาพแววตาแสนผิดหวัง และใบหน้าซีดขาว
ของซ่งเชียนหย่าฉายชัดขึ้นมา…
เขาบีบฝ่ามือของตัวเองอย่างแรง “หร่านหร่าน เรื่องนี้พวกเรา
เอาไว้ค่อยคุยกันได้ไหม? ตอนนี้แม่ของลูกกำลังเข้าใจพวกเราผิด
ถ้าพ่อย้ายลูกกลับเข้ามาในทะเบียนบ้านตอนนี้และให้มาอยู่ในบ้าน
จะทำให้แม่ของลูกเข้าใจผิดหนักกว่าเดิม”
ฉู่หร่านชะงัก “…”
อู๋ไฉ่ยังอยากพูดบางอย่างเพื่อเกลี้ยกล่อมเขา แต่ฉู่เหว่ยฮ่าวกลับ
โบกมือย่างเหนื่อยอ่อนเสียก่อน “แม่ครับ เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ ขอ
ตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ”
“หร่านหร่าน ช่วงนี้ลูกอย่าเพิ่งกลับบ้านเลยนะ รอให้พ่อกับแม่
ของลูกปรับความเข้าใจก่อน…จากนั้นค่อยไปรับลูกกลับมา”
พูดจบ เขาก็เดินก้มหน้าก้มตาขึ้นไปที่ห้องนอนของตน
แผ่นหลังนั้นดูเหมือนคนที่แก่ขึ้นสิบกว่าปีเพียงชั่วข้ามคืน
อู๋ไฉ่กับฉู่เจิ้งบังคับอะไรลูกชายไม่ได้ ทำได้เพียงมองฉู่หร่าน
อย่างจนปัญญา
ส่วนฉู่หร่านก็นิ่งเงียบไปตั้งแต่นั้น “…”