เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1117 ลั่วลั่วจะให้อภัยหนูไหมคะ
ซ่งฉงซึ่งเดิมทีมีอาการชักเกร็งจึงค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา เขาก็พูดด้วยน้าเสียงเบื่อหน่าย “ตาป่วยอีก
แล้วเหรอ?”
กว่านหว่านยิ้มบางก่อนจะเก็บเข็มที่ใช้งานเข้าไป
“หว่านหว่าน ต้องรบกวนหนูอีกแล้ว”
กว่านหว่านจับมือซ่งฉง เธอส่ายหน้าอย่างออดอ้อน
ซ่งฉงลูบศีรษะของเธอ
อู่หลินเห็นว่าคนทั้งครอบครัวเข้ามายืนล้อมด้วยสีหน้าเป็นกังวล
จึงอธิบายเพียงว่า “นี่เป็นโรคคนแก่ของแม่กับพ่อของลูก หลังจาก
เกิดเรื่องกับหว่านหว่าน พวกเราก็พาเธอไปรักษาทุกที่”
“ไม่รู้ว่าเพราะแก่ตัวแล้ว หรือด้วยเหตุผลอื่นกันแน่”
“แม่กับพ่อของลูกถึงได้ป่วยมาตลอด”
ซ่งเชียนหย่ามองซ่งฉง “เหมือนอย่างเมื่อกี้เหรอคะ?”
“อืม นี่นับว่ายังดีนะ บางครั้งก็พูดจามึนงง แถมยังชอบวิ่งออกไป
ข้างนอกอีก ต่อมาพวกเราได้พบกับอาจารย์ของหว่านหว่าน
หลังจากเขาช่วยฝังเข็มให้ พวกเราก็อาการดีขึ้นมาก”
แววตาของฉู่ลั่วฉายความเย็นชาขึ้น
กว่านหว่านเหลือบมองเธอ แล้วพยักหน้าให้
ดวงตาฉู่ลั่วยิ่งทวีความเย็นชาขึ้นอีก
ซ่งเชียนหย่าเป็นกังวลมาก “พ่อคะ แม่คะ ร่างกายของพ่อกับแม่
มีปัญหาแบบนี้ ทำไมถึงไม่รีบบอกหนูล่ะคะ? หนูจะพาพ่อกับแม่ไป
ตรวจที่โรงพยาบาล จะได้ดูว่าเป็นอะไรกันแน่”
“ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอกค่ะ หนูรักษาได้”
สายตาทุกคู่หันมองไปยังฉู่ลั่ว
ซ่งฉงกับอู่หลินทำสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ใบหน้าของคนตระกูลฉู่
กลับเปลี่ยนไปทันที
ฉู่ลั่วไม่เก่งเรื่องการรักษา แต่เธอเก่งวิชาเต๋า
“พลังหยินสามารถกัดกินร่างกายได้ เป็นสาเหตุให้วิญญาณไม่
มั่นคง”
เธอหยิบยันต์ออกมาปึกหนึ่ง ส่งให้ซ่งฉงกับภรรยา “พกติดตัวไว้
ตลอดเวลานะคะ จะได้ไม่เกิดเรื่องเหมือนเมื่อกี้อีก”
“นี่เป็นยันต์ของเมฆใสเฝ้ามองตะวันที่โด่งดังไปทั่วโลก
อินเทอร์เน็ตใช่ไหม?” อู่หลินชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะหยิบยันต์มา
พลิกดูซ้ายขวา ด้วยความตื่นเต้น “ยายได้ยินมานะ! ว่าในตลาดมืด
ราคายันต์ของลั่วลั่วสูงมากเลยล่ะ”
ซ่งฉงก้มหน้ามองยันต์บนมือ “ลั่วลั่ว! ตาได้ยินว่าการวาดยันต์
แบบนี้พวกหนูต้องเสียพลังบำเพ็ญไปมาก หนูอย่าสิ้นเปลืองพลัง
บำเพ็ญเลย ตากับยายชินแล้วล่ะ”
“ใช่ ใช่ ใช่!” อู่หลินตอบรับ และคิดจะยัดยันต์กลับเข้ามือของ
ฉู่ลั่ว แต่ก็ถูกเธอดันกลับมาอีกครั้ง
“ยันต์พวกนี้ สำหรับหนูไม่ได้สิ้นเปลืองอะไรเลย”
กว่านหว่านเองก็ส่งสัญญาณให้ซ่งฉงกับภรรยารับยันต์เอาไว้
เทียบกับเธอที่ทำได้เพียงขับไล่พลังหยินในร่างกายของท่านผู้
เฒ่าทั้งสอง ยันต์ของเจ้านิกายย่อมปกป้องพวกเขาได้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของฉู่ลั่วก็ดังขึ้น เป็นเปาเหวินฉีที่โทร
เข้ามา
หลังจากกดรับสาย สีหน้าของเธอก็เย็นชาขึ้นเล็กน้อย “หนูคง
ต้องไปแล้วค่ะ”
หลังวางสายโทรศัพท์ เธอก็หันไปบอกอู่หลินและคนอื่น ๆ
จากนั้นฉู่เหิงจึงได้เตรียมรถไปส่งฉู่ลั่วที่สนามบิน
หลังมองส่งฉู่ลั่วนั่งรถออกไปแล้ว ฉู่เหิงถึงกลับเข้ามาใน
คฤหาสน์
ในมือเขาถือยันต์ไว้หลายแผ่น
เขาส่งให้ฉู่จิงหนึ่งแผ่น
ให้ฉู่จ้านหนึ่งแผ่น
ให้กว่านหว่านหนึ่งแผ่น
ในมือยังมียันต์อีกสองแผ่น เขายื่นหนึ่งแผ่นให้ซ่งเชียนหย่าไป
ซ่งเชียนหย่าเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ “มีของแม่ด้วย
เหรอ”
นิ้วของเธอสั่นเทา กระทั่งไม่กล้าจะรับมันมา
ฉู่เหิงวางยันต์ลงบนฝ่ามือของเธอ “แม่ไม่อยากได้เหรอครับ?”
“อยากสิ แม่จะไม่อยากได้ยังไง”
เธอฉวยมาทันที พอมองยันต์นั้น ดวงตาก็พลันแดงก่า “แม่แค่คิด
ไม่ถึง ว่าลั่วลั่วจะให้ยันต์กับแม่”
ฉู่เหิงถอนหายใจออกมาเบา ๆ
ซ่งเชียนหย่าไม่อยากอับอายต่อหน้าลูกชาย จึงถือยันต์เดินกลับ
เข้าห้องตัวเองไป
ไม่นานอู่หลินก็เข้ามา เห็นเธอมองยันต์ด้วยความรักและหวง
แหน พร้อมทั้งใช้หลังมือเช็ดน้าตาไปด้วย
เธอเดินเข้าไปใกล้แล้วนั่งลงข้างซ่งเชียนหย่า “หย่าหย่า…”
ต่อให้ลูกสาวจะโตขนาดไหน ก็ยังเป็นลูกสาวตัวน้อยอยู่ดี
ซ่งเชียนหย่าส่งเสียงสะอึก เธอซบลงในอ้อมอกของอู่หลินแล้ว
ร้องสะอื้นไห้ “แม่คะ หนูไม่เคยทำดีกับลั่วลั่วเลย”
“หนูทำผิดไปแล้วค่ะ”
“หนูไม่ใช่แม่ที่ดี!”
“หนูทำลั่วลั่วหายไป หลังจากรับเธอกลับมา…ก็ไม่ได้ดูแลให้ดี
อีก”
อู่หลินตบหลังลูกสาวเบา ๆ “เรื่องที่ทำผิดไปแล้ว ก็ต้องยอมรับ
และเปลี่ยนแปลงมัน”
“ลั่วลั่วจะให้อภัยหนูไหมคะ?”
เธอเงยหน้าขึ้น น้าตายังไหลเป็นสาย
อู่หลินเช็ดน้าตาบนใบหน้าของลูกสาวด้วยความปวดใจ “เธอจะ
ให้อภัยลูกหรือเปล่า คือผลลัพธ์ ส่วนลูกจะเปลี่ยนแปลงมันหรือเปล่า
คือขั้นตอน หย่าหย่า ลูกไม่รู้แม้กระทั่งขั้นตอนในการแก้ปัญหา ลูก
จะให้อาจารย์ออกข้อสอบคนไหนมาบอกคำตอบให้ลูกได้?”
ซ่งเชียนหย่า “…”