เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1126 เธออย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน
“พูดอะไรหน่อยสิ!”
ฉู่หร่านตวาดอย่างกราดเกรี้ยว
เสียงของเธอดังสะท้อนอยู่ในห้องน้า
อีกฝ่ายหัวเราะเย้ยหยัน “จะให้ฉันพูดอะไรอีกล่ะ โอกาสดี ๆ
ขนาดนี้อยู่ตรงหน้า แต่เธอกลับไม่รู้จักรักษาไว้”
“สถานการณ์เข้าข้างขนาดนี้แล้ว แต่เธอกลับทำให้เป็นแบบนี้ไป
เสียได้”
“แล้วตอนนี้จะทำยังไงต่อ” ฉู่หร่านพ่นลมหายใจ
“โอนเงินมาให้ฉันหนึ่งร้อยล้าน”
“อะไรนะ!” ฉู่หร่านชะงัก “เท่าไรนะ”
“หนึ่งร้อยล้าน!”
ฉู่หร่านซึ่งกำลังหมดแรงในตอนแรกผุดลุกจากพื้นทันที “เธอจะ
ขอมากเกินไปแล้วนะ! หนึ่งร้อยล้าน! ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนมาหาฉัน
เอง บอกว่าจะช่วยฉันด้วย”
“แล้วฉันไม่ช่วยเธอเหรอ ถ้าไม่ใช่ฉัน ความลับของเธอคงถูกเปิด
โปงไปนานแล้ว”
ฉู่หร่าน “…”
เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
ถ้าไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายมาหาเธอเอง และบอกว่าซ่งเชียนหย่าบุก
มาถึงบ้านเธอแล้ว ความลับของเธอในประเทศอีคงถูกจับได้ และ
เปิดเผยจนรู้กันทั่ว
อีกฝ่ายปริปากเอ่ยอีกครั้ง “ถ้าไม่ใช่ฉัน เธอจะเก็บความลับนั้นไว้
ได้เหรอ”
ฉู่หร่าน “…”
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอติดต่อปรมาจารย์คนนั้นไม่ได้ เธอคงไม่…
คิดมาถึงตรงนี้ ฉู่หร่านรู้สึกเป็นฝ่ายถูกขึ้นมาทันที เธอกล่าวว่า
“เธอเป็นคนมาหาฉันเอง ใช่ว่าฉันขอร้องเองสักหน่อย”
“เธอขอเงินหนึ่งร้อยล้าน ถ้าร้อนเงินนักก็ไปปล้นธนาคารสิ! เธอ
เก่งมากไม่ใช่เหรอ หรือไม่ก็ลองเอาอย่างฉู่ลั่ว!”
“ฉู่ลั่วไลฟ์หนึ่งครั้งก็มีคนส่งของขวัญให้ตั้งเยอะ แต่ละครั้งที่เธอ
ช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่น ก็เรียกเงินได้ไม่น้อย”
“ไหนเธอบอกว่าเก่งกาจกว่าฉู่ลั่วไม่ใช่หรือไง”
“เธอลองไปหาเงินเหมือนอย่างฉู่ลั่วสิ!”
อีกฝ่ายเงียบไป “…”
ฉู่หร่านแค่นหัวเราะ “คงไม่ใช่ว่าความสามารถสู้ฉู่ลั่วไม่ได้ แต่หัว
สูงกว่า แถมยังมาขอเงินฉันอีกตั้งหนึ่งร้อยล้าน…เธอเอาอะไรมามั่นใจ
นักหนา”
“หนี่งล้าน! จะเอาไหม”
“ฉู่หร่าน เธออย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน!”
เกิดเสียงดังตึง อีกฝ่ายตัดสายไปแล้ว
ฉู่หร่านมองมือถือแล้วหัวเราะ “เสียใจทีหลังเหรอ ฉันมีอะไรให้
เสียใจทีหลัง คนต้มตุ๋นอย่างเธอหลอกเงินไม่ได้สิต้องเสียใจทีหลัง!”
………
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่หร่านมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลฉู่
เธอขับรถไปจอดหน้าประตูใหญ่ตามปกติ แต่รออยู่นานประตู
เหล็กก็ไม่ยอมเปิด
ข้อมูลรถเธอลงทะเบียนไปแล้ว
แต่ทำไมประตูถึงยังไม่เปิด
เธอกดแตรอีกหลายครั้ง พ่อบ้านหยางจึงเดินเข้ามา
ฉู่หร่านมีสีหน้าไม่พอใจ ชะโงกหัวออกมานอกหน้าต่างรถ
“เครื่องพังหรือเปล่า ถ้าพังก็เปลี่ยนซะ! คุณเป็นพ่อบ้าน เรื่องแค่นี้ก็
ยังจัดการไม่ได้เหรอ”
พ่อบ้านหยางมีรอยยิ้มของมืออาชีพระบายอยู่เต็มหน้าขณะตอบ
“เครื่องไม่ได้พังครับ”
“ไม่พังแล้วทำไมสแกนทะเบียนรถฉันไม่ติด!” ฉู่หร่านขี้เกียจจะ
พูดอะไรต่อ “เปิดประตู”
แต่พ่อบ้านหยางไม่ยอมขยับ
“เปิดประตูสิ!”
พ่อบ้านหยางตอบ “เครื่องไม่ได้พังครับ แต่คุณผู้ชายขอให้ลบ
ป้ายทะเบียนของคนที่ไม่เกี่ยวข้องออก”
“คนที่ไม่เกี่ยวข้อง? คุณเบิกตามองให้ดีสิ ฉันคือคุณหนูตระกูลฉู่
เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้อีกเหรอ ถึงได้มาลบทะเบียนรถของฉัน”
“พ่อบ้านหยาง! คุณทำงานอยู่ในตระกูลฉู่มาตั้งหลายปี พวกเรา
ก็ให้ความเคารพ และไม่เคยเห็นเป็นแค่พ่อบ้าน แต่คุณก็ต้องทำ
หน้าที่ตัวเองให้ดีสิคะ”
ฉู่หร่านพ่นลมหายใจ “อายุมากแล้วก็เกษียณไปเถอะ ถ้า
ท้ายที่สุดต้องถูกไล่ออกเพราะความชราคงไม่น่าดูเท่าไร”
“เปิดประตู!”
อีกเดี๋ยวต้องไปบอกคุณปู่ว่า หากพ่อบ้านหยางยังเป็นแบบนี้อีกก็
ไล่ออกไปซะ
จริง ๆ เลย…
เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังทำได้ไม่ดี
ตระกูลฉู่ไม่ต้องการพ่อบ้านไร้ประโยชน์แบบนี้
เมื่อเห็นพ่อบ้านหยางยังไม่ยอมขยับเหมือนเคย ฉู่หร่านจึงชัก
โมโห “เปิดประตูสิ! คงไม่ใช่ว่าคุณไม่รู้แม้กระทั่งปุ่มเปิดประตูว่าอยู่ที่
ไหนใช่ไหม!”
พ่อบ้านหยางประกบมือไว้ช่วงท้องอยู่อีกฟากของประตูเหล็ก
เขายังคงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า “ขออภัยครับ คนที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า
ออกตามอำเภอใจ”
“ฉันบอกไปแล้ว…”
“นายท่านเป็นคนสั่งเองครับ ว่าให้ลบทะเบียนรถของคุณหนูฉู่ห
ร่าน”
ฉู่หร่านที่กำลังจะฟาดงวงฟาดงาชะงักไป
วินาทีต่อมา เธอก็บันดาลโทสะ
ฉู่หร่านเดินลงจากรถไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูเหล็ก “คุณว่าอะไร
นะ ไหนลองพูดอีกรอบซิ พ่อบ้านหยาง ฉันขอเตือนนะ ถ้าคุณทำ
อะไรตามใจชอบฉันจะบอกคุณปู่แน่ ฉันให้คุณปู่ไล่คุณออกได้รู้
ไหม”
พ่อบ้านหยางตอบ “นายท่านเป็นคนสั่งเองครับ ตอนนั้น…ทุกคน
อยู่ด้วยกันหมด ไม่มีใครคัดค้านอะไรด้วยครับ”
ทุกคนอยู่กันหมด!
ไม่มีใครคัดค้าน?
ฉู่หร่านผงะทันที
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอให้คุณหนูคนนี้เลิกกดแตรรบกวนคนอื่น
ด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะให้ยามมาจัดการ”
จากนั้นเขาก็ไม่สนว่าฉู่หร่านทำสีหน้ายังไง แล้วหันหลังจากไป
ทันที
ฉู่หร่านนิ่งอึ้งอยู่ที่เดิม ก่อนตะโกนลั่น “คุณปู่ คุณย่า หนูคือห
ร่านหร่าน! ทำไมถึงไม่ให้หนูกลับบ้านคะ ทำไมถึงไม่ให้หนูเข้าไป”
“คุณปู่ก็รู้นี่คะ ว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิด”
“หนูถูกใส่ร้าย”
เธอพุ่งมาอยู่ที่หน้าประตูเหล็ก “หนูจะกลับบ้าน ให้หนูกลับบ้าน
เถอะค่ะ!”