เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1156 ฉันต้องได้ของดีที่สุด
เมื่อกดวางสายโทรศัพท์
ฉู่หร่านก็หัวเราะเย็นชาใส่มัน ก่อนจะมองความคิดเห็นเกี่ยวกับ
จิ่งอันฉิงในแลปท็อปของตัวเอง ทั้งหมดล้วนเป็นคำพูดเยาะเย้ย
“ฉันยังต้องพึ่งเธออีกเหรอ? เหอะ!”
เธอปิดแล็ปท็อบลง ต่อสายไปหาอีกเบอร์หนึ่ง รอสักพัก ปลาย
สายจึงกดรับ
“โจวอี้ฉันคิดดีแล้วล่ะ พวกเราอายุก็ไม่น้อย ควรแต่งงานกันได้
แล้ว แบบนี้จะทำให้คุณไม่ต้องวิ่งไปมาทั้งในและนอกประเทศด้วย”
“หลังแต่งงาน ฉันก็จะไปอยู่ต่างประเทศกับคุณ”
อีกฝ่ายเสียงเงียบไป
“โจวอี้?”
“จริงเหรอ?” หลินโจวอี้มีน้าเสียงประหลาดใจ “หร่านหร่านฉันดี
ใจมากเลย ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะยอมแต่งงานกับฉัน”
“ฉันคิดว่าเธอคงไม่อยากออกจากบ้าน และกำลังกังวลเรื่อง
งาน…”
ฉู่หร่านนึกถึงความสัมพันธ์กับตระกูลฉู่ในเวลานี้ ก่อนนึกถึง
ถ้อยคำด่าทอบนโลกอินเทอร์เน็ตเหล่านั้น และงานโฆษณาที่น้อยลง
เรื่อย ๆ ของตัวเอง
“ตระกูลฉู่สำคัญมาก งานฉันก็สำคัญเหมือนกัน แต่ทั้งหมด
เทียบกับคุณไม่ได้หรอก คุณสำคัญที่สุด”
“ในเมื่อหร่านหร่านคิดดีแล้ว ฉันจะต้องเตรียมทุกอย่างให้ดีที่สุด
แน่นอน ฉันจะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษให้หร่านห
ร่าน และต้องมอบของที่ดีที่สุดในโลกให้กับเธอ…”
ฉู่หร่านหัวเราะเสียงเบา “แน่นอนอยู่แล้ว ทั้งชุดแต่งงาน สถานที่
จัดงาน หรือแหวนเพชร…ฉันต้องได้ของดีที่สุด”
“หร่านหร่านของพวกเราเหมาะกับสิ่งที่ดีที่สุด”
น้าเสียงหลินโจวอี้อ่อนโยนราวกับสายน้า พาให้ผู้คนทนไม่ไหว
จนต้องดำดิ่งลงไป
แววตาของฉู่หร่านวูบไหวเล็กน้อย ราวกับเธอคิดอะไรขึ้นมาได้
“ฉันได้ยินว่าคุณหนูตระกูลถังฟื้นแล้ว โจวอี้ คุณ…”
“หร่านหร่าน ในเวลาที่มีความสุขแบบนี้ พวกเราอย่าพูดถึงคน
อื่นได้ไหม?”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไม่พูดถึงเธอแล้วนะ” ฉู่หร่านดีใจยิ่งกว่าเดิม
จากนั้นเธอจึงพูดถึงสิ่งที่ต้องการมากมายสำหรับงานแต่งงานก่อนจะ
วางสายไป
หญิงสาวครุ่นคิดอยู่สักพัก ตามด้วยกดเบอร์โทรออกอีกครั้ง
“นักข่าวโหยว ฉันมีข่าวใหญ่จะเล่าให้คุณฟังค่ะ”
เธอคือฉู่หร่าน แม้จะต้องออกจากวงการบันเทิง ก็ต้องออกมา
อย่างยิ่งใหญ่
……….
คฤหานส์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
ฉู่ลั่วกับเฉิงยวนกลับมาที่คฤหานส์เมฆใสเฝ้ามองตะวันแล้ว เมื่อ
เห็นซ่งเมี่ยวเมี่ยว เฉิงยวนจึงโยนตุ๊กตาผีในมือไปให้เธอ “พวกเราเอา
ตุ๊กตากลับมาให้เจ้าตัวหนึ่ง”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวรับตุ๊กตามา “ว้าว! ตุ๊กตาผีนี่คะ! เป็นตุ๊กตาผีที่อยู่
ในไลฟ์สตรีมของพี่ลั่วลั่วตัวนั้นใช่ไหม?”
สัมภเวสีเด็กก็วิ่งเข้ามาดู “ว้าว ตุ๊กตาผีล่ะ”
เจ้าก้อนกลม ๆ หลายก้อนก็ลอยเข้ามาล้อมรอบตุ๊กตาผีเอาไว้
เฉิงยวนวางถุงผ้าลงข้างตัว “นี่เป็นพวกเสื้อผ้ากับรองเท้าของมัน
พวกเจ้าเอาไปเล่นสิ!”
“ว้าว! มีหวีด้วย!”
“มีกระโปรงด้วย!”
“มีรองเท้าไข่มุก กับมงกุฎ…”
จั่วยายาก็วิ่งเข้ามาสำรวจเช่นกัน พวกเด็ก ๆ ต่างวิ่งกรูมาหา
ห้อมล้อมตุ๊กตาผี
เฉิงยวนมองอยู่สองสามหน “ข้าบอกแล้วว่าถ้านำตุ๊กตากลับมา
ให้พวกเขาเล่น พวกเขาต้องดีใจแน่นอน!”
แม้จะถูกฉู่ลั่วใช้ยันต์สะกดเอาไว้ แต่พวกเขาล้วนเป็นวิญญาณ
ร้าย
ของเล่นธรรมดามาอยู่ในมือพวกเขาแบบนี้ เล่นได้ไม่กี่วันก็คง
พังแล้ว
ถึงมีเงินซื้อมา แต่สำหรับพวกเขา ของเล่นที่เล่นไม่เท่าไหร่ก็พัง
ก็ต้องรู้สึกเสียใจแน่
“ทั้งยังป้องกันไม่ให้พวกเขาทำเหมือนจิ่งเจียเหยียนเป็นของเล่น
ด้วย”
เพียงเอ่ยถึงจิ่งเจียเหยียน ก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจาก
ด้านในคฤหาสน์
“กรี๊ดดดด!!!”
ฉู่ลั่วกับเฉิงยวนมองหน้ากันก่อนจะรีบไปดู จึงเห็นจิ่งเจียเหยียน
กำลังกอดโน๊ตบุ๊กเอาไว้ เธอวิ่งกุมศีรษะกรีดร้องจนผมเผ้ายุ่งเหยิงไป
หมด
จั่วโยวโยว หร่วนย่วนย่วน และจิ่วฉานซึ่งอยู่ข้าง ๆ นั่งเงียบอยู่
ตรงข้ามเธอ กำลังมองอีกฝ่ายที่กำลังบ้าคลั่ง
ฉู่ลั่วกับเฉิงยวนเห็นภาพนี้แล้วฝีเท้าพลันชะงัก พวกเธอหันหลัง
กลับ เดินออกไปอย่างไม่ลังเล
แต่เดินออกไปเพียงก้าวเดียว ก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาดังมาจาก
ด้านหลัง “พวกเธอสองคนจะไปไหนกัน?”
ฉู่ลั่ว “องค์กรยังมีธุระ ฉันต้องไปจัดการน่ะ”
เฉิงยวน “ฝั่งที่กำลังขุดสุสานต้องการตัวข้า”
อย่าว่าแต่เดินออกไปเลย เพราะยังไม่ทันจะก้าวขา มือทั้งสองข้าง
ก็จับไหล่พวกเธอเอาไว้แล้ว น้าเสียงน่ากลัวเอ่ยขึ้นจากข้างหู “พวก
เธอ…ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”