เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1175 ไม่สามารถอยู่กับฉันตลอดไปได้
หลังเดินออกจากสถานพยาบาลมา ฉู่ลั่วก็ไม่ได้ขึ้นไปนั่งบนรถ
แต่บอกให้คนขับรถออกไป ส่วนตัวเธอเดินตามทางลงไปที่ตีนเขาช้า
ๆ
ลมภูเขาในยามนี้ช่างอบอุ่น
รอบสถานพยาบาลเงียบสงบมาก หากเงยหน้าขึ้นไปยังสามารถ
มองเห็นดวงดาวมากมายกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้าได้
ระบบที่เงียบอยู่ในจิตธรรมญาณกระเด้งออกมา [โฮสต์ คุณดูไม่
ค่อยมีความสุขเลยนะ? เป็นเพราะรุ่ยอวิ๋นโจวเหรอ?]
ฉู่ลั่ว “การข้ามไปต่างโลกไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น”
[แน่นอนอยู่แล้ว!]
ฉู่ลั่ว “แต่รุ่ยอวิ๋นโจวกลับข้ามมาแล้ว! เขาเอาอาวุธเวทย์
วิญญาณของฉันมาที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเอาอาวุธเวทย์วิญญาณ
ของเขามาด้วย เขาเป็นร่างวิญญาณธรรมชาติ ไม่ได้มีพรสวรรค์ใน
การบำเพ็ญมากนัก”
[…ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่รู้ด้วยแล้ว อีกอย่างเขาไม่มีระบบคอย
ช่วยเหลือเหมือนคุณ]
ฉู่ลั่วไม่ได้ถามต่ออีก
ระบบพูดอย่างระมัดระวัง [โฮสต์ไม่มีความสุขเหรอครับ? รุ่ยอวิ๋น
โจวเอาดาบชิงเจวี๋ยของคุณมาให้ ก็นับเป็นการช่วยเหลือคุณแล้ว]
ฉู่ลั่ว “…”
[อีกทั้งเขายังเป็นร่างวิญญาณธรรมชาติด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ
ไม่ยอมใช้ประโยชน์จากเขา เขาก็สามารถมอบพลังวิญญาณ
มหาศาลให้คุณได้ แบบนั้นไม่ดีเหรอครับ?]
ฉู่ลั่ว “…”
ระบบยังคงถอนหายใจ [ถ้าตั้งแต่ตอนที่รุ่ยอวิ๋นโจวมา คุณใช้เขา
เป็นเหมือนพาวเวอร์แบ็งค์ คงไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้แล้วเพิ่งมาต่อสู้
กับลูกรักสวรรค์อย่างฉู่หร่านหรอก แล้วก็ไม่ต้องทุกข์ทรมานมานาน
ขนาดนี้…]
มันพูดไปเรื่องเปื่อยอยู่พักหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเรียบราบ
ของฉู่ลั่วว่า “ตอนนี้ฉันสามารถต่อต้านลูกรักสวรรค์ได้แล้วใช่ไหม?”
ระบบ […]
ฉู่ลั่ว “ลูกรักสวรรค์ก็ถูกต่อต้านได้ใช่ไหม?”
ระบบ […]
ฉู่ลั่ว “ต่อต้านลูกรักสวรรค์ก็คือการต่อต้านสวรรค์? นายคิดว่า
ฉันในตอนนี้สามารถต่อต้านสวรรค์ได้หรือเปล่า?”
ระบบที่ตอนแรกยังพูดจาไม่หยุด ตอนนี้กลับต้องเงียบเหมือนไก่
ที่ตายไปแล้ว
ฉู่ลั่วไม่ได้สนใจความเงียบงันของระบบ “จะเป็นใครก็ต่อต้านลูก
รักสวรรค์ได้ใช่ไหม?”
ระบบ […]
ฉู่ลั่วยังคิดจะจี้ถามระบบต่อ แต่เมื่อมองเห็นเงาร่างของคนคน
หนึ่งยืนอยู่ที่ริมถนนไม่ไกล
เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย
ฮั่วเซียวหมิง
เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ฮั่วเซียวหมิงเดินเข้ามาหา “รถล่ะ?”
“ฉันให้คนขับกลับไปก่อนแล้วล่ะ” เธอถามด้วยความสงสัย “แล้ว
คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”
“สถานพยาบาลอยู่ภายใต้ความดูแลของผม คุณมาที่นี่ พวกเขา
ก็ต้องรายงานให้ผมรู้อยู่แล้ว”
ฉู่ลั่ว “…”
“คุณยังจะเดินต่อไหม?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า
ฮั่วเซียวหมิงจึงพาฉู่ลั่วกลับไปที่รถของเขา เธอคาดเข็มขัด
นิรภัย
หลังจากสตาร์ทรถแล้ว ฮั่วเซียวหมิงก็เปิดหน้าต่างฝั่งที่นั่งข้าง
คนขับให้สายลมพัดเข้ามาในตัวรถ
ฉู่ลั่วไม่ได้หลับตาบำเพ็ญเหมือนตามปกติ แต่หันมองความมืด
ยามค่าคืนด้านนอกหน้าต่าง
รถวิ่งไปด้วยความต่า สายลมแผ่วเบาช่วยให้ความกลัดกลุ้มใน
ใจของฉู่ลั่วหายไปไม่น้อย
“ฉันไม่เข้าใจ”
เธอเอ่ยเสียงเบา
ฮั่วเซียวหมิงไม่พูดอะไร เขาเพียงนั่งฟังเงียบ ๆ ด้วยสายตา
อ่อนโยน
“คนคนหนึ่งที่เคยทรยศฉัน ทำไมต้องยอมจ่ายมหาศาลเพื่อมา
ที่นี่ด้วย?”
“รุ่ยอวิ๋นโจวใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
“บางที…เขาอาจจะมีเหตุผลลำบากใจที่ทำให้ต้องทรยศคุณ”
เหตุผลลำบากใจ?
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว มีเหตุผลลำบากใจอะไรที่ทำให้ลูกศิษย์คนหนึ่ง
ต้องลงมือโจมตีอาจารย์ของตัวเองด้วย?
รถแล่นเข้าไปในคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
บรรยากาศของคฤหาสน์เงียบมาก
จนกระทั่งรถมาจอดอยู่หน้าประตู ฉู่ลั่วเปิดประตูลงจากรถ เธอ
กำลังจะโบกมือลาฮั่วเซียวหมิง กลับเห็นอีกฝ่ายเดินลงมาจากรถ
เช่นกัน
“คุณ…”
ไม่รอให่เธอเอ่ยปากพูด ฮั่วเซียวหมิงก็เดินเข้ามายู่ตรงหน้า ก่อน
จะกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา
การกระทำช่างแสนอ่อนโยน เขาไม่ได้ออกแรงกอด เพียงกอด
เธอไว้หลวม ๆ เท่านั้น
คำพูดของฉู่ลั่วถูกกลืนหายไปแล้ว
“ถ้าคุณคิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิดแล้ว”
ฮั่วเซียวหมิงเอ่ยเสียงเบามาก มันแผ่วเบาและอ่อนโยนพอ ๆ กับ
อ้อมกอดของเขา “คุณยังมีผม…มีพวกเรา…ที่จะคอยอยู่เคียงข้างคุณ
ตลอดไป”
มือของฉู่ลั่วที่ตกอยู่ข้างลำตัวค่อย ๆ กำจนแน่น “ฮั่วเซียวหมิง…”
“หืม?”
“คุณบำเพ็ญไม่ได้ ไม่มีรากฐานทางจิตวิญญาณ ไม่สามารถอยู่
กับฉันตลอดไปได้หรอก”
ฮั่วเซียวหมิง “…”