เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1188 เรื่องในอดีต
“หมายความว่าหว่านหว่านยังอยู่ข้างในเหรอ?” ใบหน้าฉู่จ้านซีด
เผือดลงทันตา จ้องมองไปทางกองเพลิงสีส้ม
ฉู่หร่านร้องไห้โฮออกมา
ซ่งเชียนหย่าปลอบเธอด้วยความปวดใจ
ฉู่เหว่ยฮ่าวเรียกให้คนในบ้านไปหยิบอุปกรณ์ดับเพลิงมาแล้ว…
ฉู่จ้านตะโกนเรียกกว่านหว่านในกองไฟหลายครั้ง แต่ไม่ได้ยิน
เสียงตอบกลับมาเลย
เขาแย่งถังน้ามาจากมือหัวหน้าพ่อบ้านแล้วราดลงบนตัว จากนั้น
จึงดึงผ้าชุบน้ามาคลุมหน้าตัวเองไว้
“อาจ้าน จะทำอะไรน่ะ?”
“พี่สาม พี่จะทำอะไรคะ?” ฉู่หร่านวิ่งเข้าไปกอดฉู่จ้านไว้ “พี่สาม
อย่าเข้าไปนะ ในนั้นมันอันตราย หร่านหร่านไม่อยากเสียพี่สามไป”
ฉู่จ้านเห็นฉู่หร่านร้องไห้ปวดใจ ความเสียใจพลันแวบเข้ามาใน
หัวสมอง
มีเสียงหนึ่งกระตุ้นเขา
ว่าให้รีบปลอบหร่านหร่านที่อยู่ตรงหน้า
หร่านหร่านคือน้องสาวที่เขารักมากที่สุด ขอแค่น้องสาวมี
ความสุข จะให้เขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
เขายื่นมือไปเช็ดน้าตาของฉู่หร่านด้วยความเสียใจ “หร่านห
ร่าน…”
ฉู่หร่านเงยดวงหน้าเล็กขึ้น จ้องมองฉู่จ้านอย่างคาดหวัง “พี่สาม
พี่อย่าทำเรื่องที่มันอันตรายได้ไหมคะ? พวกเรารออยู่ข้างนอกเถอะค่ะ
พี่หว่านหว่านต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน พี่เขาต้องออกมาได้แน่”
คำว่าหว่านหว่านสองคำนี้ก็เหมือนกระตุ้นฉู่จ้านอีกครั้ง ทำให้
เสียงที่คอยเร่งเร้าอยู่ในหัวสมองของเขาเลือนหายไปไม่น้อย
เขาดึงมือของฉู่หร่านออกทันที ก่อนจะพุ่งเข้าไปในกองเพลิง
โดยไม่หันหลังกลับมา
ฉู่จ้านรวดเร็วเกินไป คนตระกูลฉู่ยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็เข้าไปใน
กองเพลิงแล้ว
“อาจ้าน!”
“พี่สาม!”
ฉู่หร่านดวงตาเบิกกว้าง สองมือประสานเข้าด้วยกัน เธอทั้งกังวล
และโมโห
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า จนกระทั่งแว่วเสียงร้องอุทานขึ้นมา
อย่างตื่นเต้น “คุณชายสามออกมาแล้ว!”
ท่ามกลางกลุ่มควันหนาแน่นและเปลวเพลิงวูบไหว ฉู่จ้านแบกตัว
กว่านหว่านที่สลบไปแล้ววิ่งออกมา
ทันทีที่ก้าวออกมาจากกองเพลิงแล้ว เขาก็หมดแรงล้มลงกับพื้น
“พี่สาม!” ฉู่หร่านวิ่งเข้าไปหา เธอร้องไห้อย่างหนัก แขนสองข้าง
กอดตัวฉู่จ้านไว้
ฉู่จ้านไอหลายครั้ง ดวงตาของเขามองไปยังกว่านหว่านที่อยู่อีก
ด้าน
เสียงรถพยาบาลกับเสียงรถดับเพลิงดังแว่วมาแล้ว
“พี่สาม พี่สาม…”
น้าตามากมายหยดลงบนใบหน้าของฉู่จ้าน เขาหันหน้าไปช้า ๆ
ก็เห็นใบหน้าที่กำลังร้องไห้ปวดใจของฉู่หร่าน
น้าสียงเร่งเร้านั้นดังขึ้นมาในสมองของเขาอีกแล้ว
ฉู่จ้านค่อย ๆ ยกมือขึ้นเพื่อเช็ดน้าตาของฉู่หร่าน คราบดำจึง
เหลือทิ้งไว้บนใบหน้าขาวซีดของเธอ
“หร่านหร่านอย่าร้อง พี่สามไม่เป็นอะไร”
“พี่สาม ต่อไปอย่าทำเรื่องอันตรายแบบนี้อีกนะคะ”
ฉู่จ้านมองเธอด้วยสีหน้าอ่อนโยนขึ้นไปอีก “พี่สามรู้แล้ว ต่อไปพี่
สามจะไม่ทำอะไรให้หร่านหร่านเสียใจอีก”
“พี่สามรักหร่านหร่านที่สุด หร่านหร่านพูดอะไร พี่สามจะต้องฟัง
แน่นอน”
ได้ยินแบบนั้น ฉู่หร่านที่ร้องไห้มาตลอด จึงยิ้มหวานออกมาได้
“ครั้งนี้ฉันจะให้อภัยพี่สามแล้วกันค่ะ”
………
ท่ามกลางความเงียบสงบ ทันใดนั้น ฉู่จ้านพลันผุดลุกขึ้นมาจาก
เตียง เขามองไปรอบ ๆ ก่อนจะวิ่งออกไปข้างนอกทันที
วิ่งผ่านกำแพง วิ่งผ่านประตู
และมายังเตียงเตียงหนึ่ง
บนเตียงนั้นมีกว่านหว่านกำลังนอนอยู่
เขาเดินเข้ามายืนอยู่ข้างเตียง จ้องมองหญิงสาวที่อยู่บนเตียงไม่
วางตา
เขายกมือขึ้นช้า ๆ คิดอยากจะสัมผัสเธอ
ตอนที่กำลังจะสัมผัสเธอนั้นเอง ดวงตาปิดสนิทของกว่านหว่านก็
ลืมตาขึ้นมาแล้ว
จากนั้นเธอก็สบเข้ากับสายตาของฉู่จ้าน
หลังจากกว่านหว่านเห็นภาพของฉู่จ้านชัดเจนแล้ว เธอก็ขมวด
คิ้ว ก่อนจะลุกขึ้นดึงตัวฉู่จ้านด้วยมือข้างหนึ่ง พาเขากลับมายังห้อง
ของตัวเอง ก่อนจะโยนเขาเข้าไปในร่าง
เธอหยิบเข็มออกมาและฝังมันลงไปทีละเข็ม
จนกระทั่งวิญญาณที่อยู่ในร่างของฉู่จ้านมั่นคงแล้ว จึงค่อยดึง
เข็มออก
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วมือกดพิมพ์ข้อความ
[มีบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้วิญญาณของคุณไม่มั่นคงจนหลุด
ออกจากร่าง]
หลังเห็นข้อความที่กว่านหว่านพิมพ์ ฉู่จ้านเงยหน้าขึ้นอย่าง
เชื่องช้า มองคิ้วที่ผูกเป็นปมอยู่ของกว่านหว่าน เขาอ้าปากเอ่ย “ฉัน
คิดออกแล้ว”
กว่านกว่าน “…”
“เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น”
สีหน้าของกว่าหว่านค่อย ๆ กลับมาสงบนิ่งเหมือนเคย เธอเม้มริม
ฝีปาก แล้วก้มหน้าพิมพ์ข้อความอีกครั้ง
[คุณช่วยฉันไว้]
ฉู่จ้านไม่พูดอะไร
เธอพิมพ์ข้อความต่อไป
[คุณช่วยชีวิตฉันไว้ครั้งหนึ่ง ฉันช่วยรักษาขาของคุณจนหายดี
บุญคุณความแค้นถือว่าคืนให้หมดแล้ว]
ฉู่จ้านละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มามองใบหน้าของกว่าน
หว่าน “ฉันนึกออกทั้งหมดแล้ว…”
“เธอบอกฉันว่า ฉู่หร่านขังเธอไว้ข้างในใช่ไหม”
“เธอบอกฉันว่า เธอกลัวมาก”
“เธอบอกฉันว่า โชคดีที่ฉันมา”
“เธอบอกฉันว่า เธอรู้อยู่แล้วว่าฉันจะต้องมา”
เขาพูดย้าออกมาทีละประโยคด้วยน้าเสียงสั่นเครือ
แต่สีหน้าของกว่านหว่านกลับไม่เปลี่ยนไปเลย
“ฉัน…ลืมไปหมดแล้ว!”
หยาดน้าตาไหลออกมาจากหางตาของเขา
“หว่านหว่าน ฉัน…ลืมไปหมดแล้วจริง ๆ”
กว่านหว่านก้มหน้า ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็พิมพ์ข้อความตอบ
ว่า
[ไม่ใช่ความผิดของคุณ]
ฉู่จ้าน “…”
[คุณนึกออกแล้ว แสดงว่าทางฝั่งท่านเจ้านิกายแก้ไขปัญหา
สำเร็จแล้ว ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี]
[คุณพักผ่อนให้มาก ๆ นะคะ!]
เธอหันหลังจะเดินออกไป แต่แขนเสื้อกลับถูกดึงไว้
กว่านหว่านหันหลังมามองฉู่จ้านอย่างงุนงง
ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยน้าตา แต่ยังคงดึงแขนเสื้อเธอรั้งไว้
ด้วยท่าทางดื้อรั้น
สายตาคนทั้งคู่ประสานกัน กว่านกว่านค่อย ๆ ดึงแขนเสื้อตัวเอง
ออก
เธอก้มหน้าพิมพ์ข้อความในมือถือ แสงจากหน้าจอสาดส่องลง
บนใบหน้า
[ฉันเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของสำนักสิบสามเข็มแห่งประตูผี
ถือเป็นคนของลัทธิเต๋าแล้ว]
[รอให้ขาทั้งสองข้างของคุณหายดี คุณกับฉันก็จะไม่มีบุญคุณ
ความแค้นอะไรต่อกันอีก]
ฉู่จ้าน “…”
จากนั้นกว่านหว่านจึงเดินจากไป
ประตูห้องปิดลง ภายในห้องตกอยู่ในความมืดมิดอีกครั้ง
ฉู่จ้านนั่งนิ่ง เขายกมือขึ้นมาเช็ดน้าตาที่เปื้อนเต็มใบหน้าของ
ตัวเอง