เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1202 คุณไม่ได้ถูกเขายืมอายุ
ทั่วทั้งสถานที่แห่งนั้นพลันเงียบไปทันที
ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วก็ตกลึงเช่นกัน
“ปรมาจารย์ เมื่อกี้คุณเพิ่งบอกว่าลุงใหญ่กับลุงรองถูกยืมอายุ
แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าตาของผมไม่ได้ยืมอายุพวกเขา ถ้าอย่าง
นั้น…ใครยืมอายุลุงใหญ่กับลุงรองไปล่ะครับ? ตอนนี้ผู้อาวุโสของ
พวกเขาในชาตินี้ก็มีเหลือเพียงตาของผมคนเดียวแล้วนะ!”
ลุงใหญ่ลุงรองเองก็พากันพยักหน้าตอบรับ
“พวกเราเคยเชิญปรมาจารย์มาดูด้วยตัวเองแล้ว ปรมาจารย์คน
นั้นบอกไว้อย่างชัดเจนว่าพ่อผมเป็นคนยืมอายุพวกเราเพื่อที่ตัวเอง
จะได้อยู่ให้นานขึ้นอีกสองสามปี”
ฉู่ลั่วมองลุงใหญ่ที่กำลังพูดด้วยสายตาเย็นชาเล็กน้อย ดังนั้น
น้าเสียงของเธอจึงเย็นชาเช่นกัน “จริงเหรอคะ?”
ลุงใหญ่กำลังจะอ้าปากพูดต่ออย่างมีเหตุผล แต่เมื่อเห็นสายตา
ของฉู่ลั่วเขาก็หลบตาไป แล้วก็เอ่ยปากด้วยน้าเสียงอันสั่นเทา
“แน่นอนว่าจริงสิครับ ประโยคนี้ปรมาจารย์คนนั้นเป็นคนพูดนะครับ
ไม่ใช่ผมพูดเอง”
“ตอนนั้นมีชาวบ้านเห็นกันอยู่เยอะมากว่าปรมาจารย์คนนั้นพูด
แบบนี้”
“หรือว่า…”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ฉู่ลั่วก็พูดตัดบทไปเสียดื้อ ๆ “หรือว่าจริง
ๆ คือไม่ใช่ เพราะช่วงนี้ในบ้านเกิดเรื่องขึ้นติดต่อกัน คุณถึงรู้สึกไม่
อยากดูแลพ่อของตัวเอง ก็เลยร่วมมือกับปรมาจารย์คนนั้นสร้างเรื่อง
โกหกขึ้นมาล่ะคะ?”
ลุงใหญ่ชะงัก แล้วมองไปทางฉู่ลั่วอย่างไม่เข้าใจและสงสัยว่าอีก
ฝ่ายรู้ได้ยังไง
ลุงรองเองก็หลบสายตาไปเช่นกัน
“ตรงจุดอิ้นถางระหว่างคิ้วของคุณแคบ รูปคิ้วก็มีความสอดคล้อง
กันด้วย แสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว สนใจแค่เพียง
ผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้สนใจความรู้สึกของคนอื่นเลยสัก
นิด”
“ถ้าเกิดพ่อแม่กลายเป็นภาระ ก็จะทอดทิ้งคนแก่และไม่ยอมดูแล
อย่างแน่นอน”
“ส่วนคุณ…” หญิงสาวหันไปมองทางลุงรองต่อ “ดวงตาก็กลมโต
หางคิ้วเป็นตะขอ แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง กลับชอบเอา
ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง มักจะไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เป็นคนที่จะไม่กตัญญู
ต่อพ่อแม่อย่างเด็ดขาด ประกอบกับที่มีโหนกแก้มสูงจะยิ่งแสดงให้
เห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับเงินทอง ยอมทำทุกอย่างได้เพื่อเงินมา”
“ดังนั้น…” เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทั้งสองคนอย่างเย็นชา
แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ลุงรอง “มันจึงเป็นข้อเสนอที่คุณเป็นคนพูดขึ้นมา”
“ส่วนคุณก็ไม่ได้คัดค้านใด ๆ ทั้งสิ้น”
ลุงใหญ่กับลุงรองค่อย ๆ เปลี่ยนสีหน้าไป
ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กผู้หญิงที่อายุน้อยขนาดนี้แค่เพียงมองพวก
เขา ก็สามารถคาดเดาเรื่องราวออกมาได้แล้ว
น้าเสียงของลุงใหญ่ไม่มั่นคงนัก แต่ก็ยังคงยืนกรานที่จะพูดว่า
“แต่ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าพวกเราถูกยืมอายุไปจริงนี่ครับ”
“มันเป็นสิ่งที่คุณพูดมันออกมาเอง แล้วผู้อาวุโสกว่าเราในชาตินี้
เวลานี้ก็เหลือเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น”
“ถ้าไม่ใช่ผู้อาวุโสอย่างเขาที่เป็นคนยืมอายุ แล้วจะเป็นใครไปได้
อีกล่ะครับ?”
ฉู่ลั่วไม่ได้ตอบคำถามของเขาแล้วมองไปทางคุณตา “ฉันพูดได้
ไหมคะ?”
นับตั้งแต่ที่ฉู่ลั่วเอ่ยถึงแผนการของลูกชายทั้งสองคนออกมา สี
หน้าของตาก็เปลี่ยนไปเป็นไม่สู้ดีทันที ลูกสาวของเขาจึงมาประคอง
ให้ไปนั่งข้าง ๆ แล้วเขาก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจ ไม่ได้พูดขัดอะไร
ฉู่ลั่วเลย
ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วก็ไม่เข้าใจเช่นกัน “เรื่องอะไรเหรอครับ?”
ฉู่ลั่วตอบ “พวกคุณถูกพ่อผู้ให้กำเนิดยืมอายุไปจริง ๆ ค่ะ…”
ลุงใหญ่กับลุงรองกำลังจะพูดจาถางถากฉู่ลั่วว่าเธอกล่าวย้อน
แย้งกับตัวเอง
แต่กลับได้ยินสิ่งที่ฉู่ลั่วพูดตามมาเสียก่อน “แต่พวกคุณไม่ได้ถูก
เขายืมอายุค่ะ”
“สาวน้อยคนนี้ คุณช่วยพูดให้มันรู้เรื่องหน่อยได้ไหม! คุณบอก
ว่าพวกเราถูกพ่อผู้ให้กำเนิดยืมอายุไป แล้วก็มาบอกว่าไม่ได้ถูกเขา
ยืมอายุไปอีก คำพูดกำลังย้อนแย้งกันไม่ใช่หรือไง?”
ใบหน้าลุงใหญ่มีแต่ความดูถูกอยู่เต็มไปหมด
ทว่าสีหน้าของลุงรองได้เปลี่ยนไปแล้ว เขามองไปยังชายชราที่
นั่งอยู่ด้านข้างนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
แล้วใช้สายตามองพิจารณาไปบนใบหน้าของเขา