เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1224 เป็นพวกเราที่ผิดต่อเธอ
ตลอดเส้นทางกลับฉู่ลั่วมีสีหน้าเย็นชา จิ่งเจียเหยียนชำเลืองมอง
เธออยู่บ่อยครั้งด้วยความหวั่นใจ
หลังกลับมาถึงคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน ฉู่ลั่วก็เรียกคนอื่น ๆ
เข้ามา แล้วเล่าวีรกรรมของจิ่งเจียเหยียนและจิ่วฉานให้ฟัง
ฉู่ลั่วมีสีหน้าขึงขังขณะกล่าว “บุกรุกบ้านปุถุชนตามอำเภอใจ
ข่มขู่ทำให้เกิดความหวาดกลัว…”
“ฉันไม่ได้ข่มขู่ทำให้เกิดความหวาดกลัวนะ!” จิ่งเจียเหยียนแย้ง
เบา ๆ “เป็นเพราะบ้านพวกเขามียันต์ที่ลั่วลั่วให้ พวกเขาถึงมองเห็น
หน้าตาฉันไม่ชัด และไม่ค่อยได้ยินที่ฉันพูดด้วย”
ยันต์ของฉู่ลั่วมีคุณสมบัติข่มพลังปีศาจอย่างพวกเขา
แต่เพราะตัวเธอเองก็มีพันธสัญญากับฉู่ลั่ว จึงไม่เกิดความ
เสียหายกับตัวเอง
เฉิงยวนเอ่ย “นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลให้เจ้าบุกรุกเข้าบ้านปุถุชนตาม
อำเภอใจ”
จิ่งเจียเหยียนพึมพำเสียงเบา “ฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายพวกเขาสัก
หน่อย”
เธอถอนหายใจก่อนกล่าว “เจียเหยียน เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากเรื่องนี้
แพร่งพรายออกไป จนคนในสำนักเต๋าหรือคนของสำนักงานที่ไม่
เกี่ยวกับหลักวิทยาศาสตร์รู้เข้า จะมีผลอะไรตามมา”
“พวกเขาจะมองว่าต่อให้มีพันธนาการของลั่วลั่วอยู่ พวกเราก็ไม่
อยู่ในการควบคุม”
“พวกเขาจะไม่เชื่ออีกต่อไปว่าลั่วลั่วสามารถกำกับพวกเรา”
“ไม่ใช่เพียงพวกเราที่กลายเป็นเป้า แม้แต่ลั่วลั่วก็จะถูกโจมจีไป
ด้วย”
จิ่งเจียเหยียนตะลึงงัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า
“ฉัน…ฉัน…”
เธอไม่เคยคิดเลยว่ามันจะร้ายแรงถึงขั้นนี้
เฉิงยวนหันมองฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย จะปล่อย
ไปง่าย ๆ เหมือนอย่างก่อนคงไม่ได้อีก จำเป็นต้องลงโทษสถานหนัก”
หร่วนย่วนย่วนอยากจะพูดช่วยจิ่งเจียเหยียน แต่พอเห็นว่าสีหน้า
เฉิงยวนไม่สบอารมณ์นัก จึงอดกลั้นเอาไว้
คนที่เหลือก็ไม่ยอมปริปาก พากันหันมองฉู่ลั่ว
“ต้องลงโทษสถานหนักจริง ๆ”
“ไม่ใช่แค่เจียเหยียน แต่ยังมีจิ่วฉานด้วย”
เฉิงยวนก้าวเข้าไป จิ้มตอผมบาง ๆ ที่งอกออกมาของจิ่วฉาน
“นางไม่รู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ เจ้าก็ไม่รู้หรือ”
“นางกุมความลับใหญ่หลวงอะไรของเจ้าไว้กันแน่ เจ้าถึงต้อง
ยอมช่วยนางด้วยพระธรรมของเจ้า”
จิ่วฉานก้มหน้าไม่พูดไม่จา
เฉิงยวนโบกมือ “หมดหนทางแล้ว ลงโทษเขาเถอะ”
“ถึงแม้ผู้กำกับเฉียวจะให้อภัยแล้ว แต่ด้วยพฤติกรรมของเจ้า เจ้า
ต้องคิดหาทางชดใช้ความผิดของตัวเอง”
ไม่รอให้จิ่งเจียเหยียนพูดอะไร ฉู่ลั่วก็เอ่ยกับจิ่วฉานว่า “ส่วนจิ่
วฉาน…ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เราจะส่งนายไปโรงเรียน ถ้าเข้าเรียนที่
โรงเรียนไม่ได้ ค่อยส่งไปที่ชั้นเรียนอบรม”
จั่วโยวโยวเอ่ย “ตอนนี้ประเทศเราให้ความสำคัญเรื่องลดภาระ
ครัวเรือน เลยไม่มีชั้นเรียนอบรมหรือเรียนพิเศษแล้วค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็จ้างอาจารย์มาสอนที่บ้าน”
จิ่งฉานชะงัก ใบหน้าเล็ก ๆ เจือแววแตกตื่น แต่ฉู่ลั่วหันไปหาเจ้า
ตัวเล็กคนอื่น ๆ แล้ว “พวกเธอต้องเข้าเรียนด้วยกัน”
ใบหน้าเล็กของซ่งเมี่ยวเมี่ยวที่กำลังกอดตุ๊กตาผีของตัวเองเต็ม
ไปด้วยความตระหนก
นิ้วมือป้อมชี้ตัวเองพลางเอ่ย “พี่ลั่วลั่ว หนูก็ต้องไปเรียนด้วยเหรอ
คะ”
หลังฉู่ลั่วพยักหน้าตอบ ดวงตาเธอพลันเบิกกว้าง “แต่หนูเป็นผี
นะคะ หนูเป็นผีเด็ก ผีเด็กที่หลังตายอย่างอนาถและเต็มไปด้วยความ
อาฆาตพยาบาทนะคะ”
“ต้องไป”
กุมารอาฆาตก็ลอยเข้ามาด้วย “หนูยังไม่มีชื่อ คุณพ่อคุณแม่ยัง
ไม่ได้คิดชื่อให้หนูเลย ไม่มีชื่อจะเข้าเรียนได้ยังไงคะ…”
ฉู่ลั่วบอกกับจั่วโยวโยว “อีกเดี๋ยวโทรไปหาปิ่งอินหวากับพี่หมิง
ให้พวกเขาส่งชื่อและป้ายวิญญาณของลูกมาวันนี้เลย”
“ได้ค่ะ”
สายตาฉู่ลั่วทอดมองหร่วนย่วนย่วน หรือจะพูดให้ถูกคือ ทอด
มองก้อนวิญญาณทั้งห้าข้างกายหร่วนย่วนย่วน
หร่วนย่วนย่วนเอ่ย “พวกเขา…ยังบำเพ็ญไม่ถึงขั้นที่จะอยู่ใน
รูปลักษณ์ของมนุษย์ได้ คงไม่ต้องตามไปเรียนด้วยใช่ไหมคะ”
เวลานี้เจ้าก้อนวิญญาณทั้งห้าพร้อมใจกันไปหลบอยู่ด้านหลังห
ร่วนย่วนย่วนทั้งหมด ไม่กล้าโผล่ออกมาเลยสักนิด
“พวกเขาไม่ต้อง”
เจ้าก้อนวิญญาณลอยออกมาทันที ล้อมรอบพวกซ่งเมี่ยวเมี่ยว
และกุมารอาฆาตด้วยท่าทางอวดเบ่ง
“แต่พวกเขาก็มีสิ่งที่ตัวเองต้องเรียน ให้จิ่วฉานแบ่งเวลามาสวด
มนต์ให้พวกเขาฟังวันละสองชั่วโมง”
เหล่าก้อนวิญญาณที่เคยเริงร่าหยุดลอยไปลอยมาในทันที
“ยายาจะเลือกให้ไปเรียนอนุบาลหรือเลือกเรียนที่บ้านดี” ฉู่ลั่ว
ถามจั่วโยวโยว
จั่วโยวโยวมองใบหน้าของยายาแล้วตอบ “ส่งไปที่อนุบาลดีกว่า
ค่ะ”
เธอควรได้คลุกคลีกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันให้มาก
หลังจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย ฉู่ลั่วขอให้จั่วโยวโยวตามตัวเองไป
ที่ห้องหนังสือ
เธอเอ่ยถามจั่วโยวโยวตามตรง “ตอนนี้ผลกระทบจากฉู่หร่าน
หายไปแล้ว ด้านฉู่จิงเองก็รวบรวมหลักฐานเรื่องไม่ดีจำนวนหนึ่งที่ฉู่ห
ร่านก่อไว้ และสามารถส่งไปให้ศาลแล้ว”
“แต่ทันทีที่ส่งขึ้นไป ด้วยฐานะของฉู่หร่าน อาจจะลากเอาเรื่องใน
อดีตของคุณมาเอี่ยวด้วย”
“คุณคิดเห็นยังไงคะ”
สีหน้าจั่วโยวโยวซีดลงไปวูบหนึ่ง “เธอจะได้รับผลกรรมใช่ไหม
คะ”
“ใช่ ไม่ใช่แค่บทลงโทษในโลกมนุษย์ เธอจะได้รับบทลงโทษใน
ปรโลกด้วย”
จั่วโยวโยวกระตุกมุมปาก “ขอแค่เธอได้รับบทลงโทษ ขอแค่เธอ
ถูกเชือดเฉือนเป็นพันครั้งหมื่นครั้ง ขอแค่เธอได้ตาย…”
จั่วโยวโยวกัดฟันแน่น “ไม่สิ การตายยังสบายเกินไปสำหรับเธอ
ความทุกข์ที่ฉันได้รับ ต้องให้เธอได้รับบ้างเป็นพันเท่าหมื่นเท่า”
ใบหน้าสะสวยของเธอบิดเบี้ยวเพราะแรงแค้น
ทว่าน้าตากลับไหลรินลงมาตามขอบตาของเธอ
ฉู่ลั่วก้าวเข้าไปดึงอีกฝ่ายมากอด
เสียงสะอึกสะอื้นของจั่วโยวโยวดังก้องไปทั่วห้องหนังสือ
ฉู่ลั่วหลับตาเบา ๆ
หลับปลอบจั่วโยวโยวจนสงบแล้ว ฉู่ลั่วก็กดต่อสายโทรหาฉู่เหิง
ฉู่เหิงฟังเรื่องทั้งหมดแล้วเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะส่งเสียงขึ้น
“ฉันจะบอกอาจิงให้ ฉู่หร่านต้องได้รับบทลงโทษที่เธอสมควรได้รับ
แน่”
หลังเว้นจังหวะไปนาน เขาก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้าเสียงเบาหวิว
“ลั่วลั่ว แค้นเธอไหม”
ฉู่ลั่วเอ่ย “…พี่หมายถึงฉู่หร่านเหรอคะ”
“อืม”
“ประเด็นสำคัญไม่เคยเป็นฉู่หร่านเลย”
ฉู่หร่านเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งมาตลอด ประเด็นสำคัญคือคนที่
อยู่เบื้องหลังฉู่หร่านต่างหาก
“พี่ใหญ่เข้าใจแล้ว”
ฉู่หร่านจะสร้างความเจ็บปวดให้ลั่วลั่วได้สักแค่ไหนเชียว
คนที่สร้างความเจ็บปวดให้ลั่วลั่วคือคนในครอบครัวอย่างพวก
เขา ญาติสนิทที่เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับลั่วลั่วอย่างพวกเขา
“ลั่วลั่ว เป็นพวกเราที่ผิดต่อเธอ”