เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1226 ประกาศสถานะของเรา
ฝางไคจี้กล่าวต่อ “พวกเราเริ่มจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการก่อน
แล้วค่อยจัดงานแต่งงาน หร่านหร่าน เธอวางใจได้เลย ฉันจะมอบงาน
แต่งงานสุดหรูให้เธออย่างแน่นอน เธอต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดใน
โลกแน่ ๆ”
หร่านหร่านฟังเขาสาธยายจินตนาการอยู่พักใหญ่ แล้วถึงเงย
หน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข “ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปจดทะเบียนกันก่อนดี
ไหมคะ”
“ดีสิ ต้องดีอยู่แล้ว”
………
ตี้จิง
ณ คฤหาสน์ตระกูลฮั่ว
หยางไต้เดินวนอยู่รอบตัวฉู่ลั่วอย่างมีความสุข “ชุดนี้สวย ชุดนี้
สวยมาก! ลั่วลั่วของเรานี่สวยจริง ๆ ใส่อะไรก็ดูดีไปหมด”
เธอรีบให้สไตลิสต์เข้ามา ก่อนจะชี้เครื่องประดับแถวหนึ่งที่เรียง
อยู่ตรงหน้าพลางกล่าว “พวกเธอเอาของพวกนี้ไปจัดให้เข้าคู่กับลั่ว
ลั่วดูสิ”
เธอหยิบมือถือออกมา แล้วกดถ่ายรูปฉู่ลั่วรัว ๆ
ทั้งด้านหน้า
ด้านข้าง
และด้านหลัง
ทุกครั้งที่กดถ่ายหยางไต้จะต้องอุทานออกมาว่า “เหอะ! คนที่มา
งานวันนี้ช่างมีวาสนาจริง ๆ ถึงได้เห็นลั่วลั่วของเราในแบบที่สวย
ขนาดนี้”
ฉู่ลั่วเอ่ย “คุณพูดเกินไปแล้วค่ะ”
“พูดเกินไปตรงไหน ถ้าไม่เชื่อ เธอก็ลองถามพวกเขาสิ…”
ทุกคนในที่นั้นรีบเห็นด้วยกันใหญ่
แต่เดิมทีฉู่ลั่วก็หน้าตาดีอยู่แล้ว ประกอบกับการตั้งใจแต่งหน้า
แต่งตัวให้ จึงยิ่งสวยจนสะดุดตาสะกดใจเข้าไปใหญ่ คำชมจากทุก
คนจึงไม่ได้เจือความเสแสร้งแม้แต่น้อย
รอจนฉู่ลั่วแต่งหน้าทำผมเสร็จ คนด้านนอกประตูก็เริ่มเคาะประตู
ราวกับคำนวณเวลามาเรียบร้อย
สาวใช้เดินไปเปิดประตู
ฮั่วเซียวหมิงเดินเข้ามาทันที “คุณปู่พาเถาเป่ยมาด้วย เขา…”
ประโยคที่เหลือกลับชะงักไปหลังเห็นฉู่ลั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้
สายตาของเขาจับจ้องไปยังเธอ
ไล่ขึ้นจากกระโปรงยาวสีฟ้าไปจนถึงรัดเกล้าไข่มุกบนศีรษะ
“ตาค้างไปเลยล่ะสิ ลั่วลั่วของเราสวยมากเลยใช่ไหม”
ฮั่วเซียวหมิงกระแอมไอเบา ๆ “ครับ สวย”
หยางไต้กระชับผ้าคลุมไหล่ตัวเอง อมยิ้มพลางเอ่ย “ลั่วลั่ว คุณปู่
มาถึงแล้ว ฉันคงต้องไปดูสักหน่อย ให้อาจิ่วอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเธอนะ”
จากนั้นเธอไม่ลืมที่จะเรียกให้คนในห้องออกไปด้วย
รอจนออกมาอยู่หน้าห้องแล้ว สีหน้าเธอพลันเปลี่ยนเป็นอึมครึ
มลง เดินไปยังระเบียงและเห็นคุณปู่ฮั่วในห้องรับแขกชั้นหนึ่ง
รวมถึงเถาเป่ยข้างกายคุณปู่ฮั่วด้วย ที่สำคัญกว่านั้นคือข้างกาย
ชายชรา…ยังมีจิ่งอันเสวี่ยยืนอยู่!
หยางไต้แค่นหัวเราะ หันไปออกคำสั่งกับสาวใช้ที่อยู่ใกล้ ๆ
สาวใช้พยักหน้าเข้าใจ
………
ภายในห้องแต่งตัว
ฉู่ลั่วเอียงคอมองฮั่วเซียวหมิงที่ยืนอยู่จุดเดิมไม่ขยับเขยื้อน แล้ว
กะพริบตาปริบ ๆ “การแต่งกายของคุณก็ถูกน้าไต้จัดให้เข้าคู่กัน
เหรอ”
เพราะตอนนี้เสื้อผ้าของเธอกับฮั่วเซียวหมิงประหนึ่งชุดคู่รักตั้งแต่
หัวจรดเท้า
“อืม แม่ผมบอกว่าให้ผมแต่งตัวตามแบบและสีที่คุณชอบ”
ได้ยินดังนั้นฉู่ลั่วก็หัวเราะเบา ๆ
เธอลุกขึ้นยืนและเดินมาอยู่หน้าฮั่วเซียวหมิง พร้อมกล่าวว่า “น้า
ไต้บอกว่า วันนี้เป็นวันที่เราสองคนจะออกงานด้วยกันอย่างเป็น
ทางการ และถือเป็นโอกาสประกาศสถานะของเราให้ทราบโดยทั่วกัน
ด้วย”
ฮั่วเซียวหมิงส่งเสียงตอบ “…อืม”
เขามองฉู่ลั่วด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย “ตอนนี้คุณยังไม่สะดวก
ประกาศข่าวเหรอ หรือ…”
เธอส่ายหน้า “เปล่า จะประกาศหรือไม่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร
กับฉันหรอก แต่คุณต้องการความมั่นใจ เพราะอย่างนั้น ฉันถึงรู้สึก
ว่าควรประกาศเรื่องนี้”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
ถึงสิ่งที่เธอพูดมาจะเป็นความจริงทุกประโยค แต่พอฟังแล้ว…
“การที่คุณรู้สึกไม่มั่นใจก็มีสาเหตุมาจากฉัน จากนี้ไปฉันจะ
ปรับปรุงตัว” น้าเสียงของเธอขึงขังและจริงจัง “ฮั่วเซียวหมิง ถ้า
หลังจากนี้ฉันทำอะไรผิดไป คุณต้องบอกฉัน อย่าปล่อยให้ตัวเองถูก
ฉันเอาเปรียบ”
“ฉันจะไม่ยอมให้คนอื่นมาเอาเปรียบคุณ และไม่ยอมให้ตัวฉัน
เองเอาเปรียบคุณด้วย”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
ประโยคนี้ช่างหวานซึ้ง
แต่คำพูดแบบนี้มันควรมาจากเขาไม่ใช่เหรอ
“ได้!” เขาเลิกคิ้วและแย้มยิ้ม “ลั่วลั่ววางใจเถอะ ผมจะไม่ปล่อยให้
ตัวเองถูกเอาเปรียบแน่นอน”