เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1254 หน้าที่ของผู้บ าเพ็ญนิกายเต๋า
“ค่ายกลหยินแตกแล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางถือโทรโข่งบอกกับชาวบ้านที่พากันมุงอยู่ “แต่ผีสาว
และผีทารกหมายหัวหมู่บ้านพวกคุณไว้ ตอนนี้พวกคุณมีแค่สอง
ทางเลือกเท่านั้น”
“ถ้าไม่ไปจากที่นี่ ก็อยู่รอถูกผีสาวกับผีทารกฆ่าตายแล้วกัน”
ชาวบ้านมองหน้ากันไปมา
พวกเขาอยากไป แต่ก็เสียดายบ้านและกิจการ
พวกเขาอยากอยู่ แต่ก็กลัวจะต้องตาย
ได้แต่ละล้าละลังตัดสินใจไม่ได้
“ฉันจะไป! เราจะเก็บของเดี๋ยวนี้ แล้วไปพรุ่งนี้เลย” จู่ ๆ แม่กงก็
ส่งเสียงดัง
พ่อกงก็มีหน้าตาซีดเซียว “ใช่ เราจะไปกันพรุ่งนี้เลย”
เห็นพวกเขาสองคนพร้อมจะจากไป ชาวบ้านที่เหลือก็เริ่มลน
ลาน พากันโวยวายว่าจะไปด้วยบ้าง
เพียงไม่นาน ชาวบ้านที่มุงกันอยู่ก็สลายตัว
สามีภรรยาตระกูลกงมองซู่เซี่ยงหยางอย่างระมัดระวัง หลังได้รับ
สายตาเย็นชาจึงไม่กล้าพูดอะไรมากแม้ประโยคเดียว ได้แต่ก้มหน้า
งุด แล้วรีบร้อนกลับบ้านตัวเอง
ซู่เซี่ยงหยางกระโดดลงจากเวที เดินไปอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว “คุณ
แน่ใจเหรอครับ ว่าทำแบบนี้แล้วผีสาวจะมา”
“แรงอาฆาตของผีสาวยังไม่หายไป ต้องมาแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม”
ซู่เซี่ยงหยางรีบไปจัดแจงให้สมาชิกองค์กรไปรับหน้าที่อื่น
จี้ไจ่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขบคิดพักหนึ่ง ก่อนจะเดินมาหาฉู่ลั่ว “เจ้า
นิกาย หลังจับผีสาวตนนั้นได้แล้วคุณตั้งใจจะทำยังไงต่อครับ”
“สลายแรงอาฆาต ส่งตัวไปปรโลก”
จี้ไจ่ขมวดคิ้ว “เธอฆ่าคนจนมีหนี้ชีวิตติดตัว กลายเป็นสัมภเวสี
เราจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ แบบนี้เหรอครับ”
ฉู่ลั่วเอียงหัวเล็กน้อยขณะมองจี้ไจ่ข้างกาย “จี้ไจ่ คุณคิดว่าเธอ
น่าสงสารไหม”
จี้ไจ่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “น่าสงสาร แต่มันไม่ใช่
เหตุผลให้ปล่อยเธอไปนะครับ เธอฆ่าคน สัมภเวสีที่มีหนี้ชีวิตติดตัว
ไม่มีทางสลายแรงอาฆาตได้หรอกครับ”
“เธอไม่มีสติ มีแต่จะเข่นฆ่าคนเป็นมากขึ้นเท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้น คุณว่าฉันควรทำยังไงดี” ฉู่ลั่วถามด้วยเสียงไร้
อารมณ์
จี้ไจ่เม้มปาก เอ่ยน้าเสียงขึงขัง “ฆ่าเธอครับ”
“เธอตายไปแล้ว”
“…” จี้ไจ่เข้าใจความหมายของฉู่ลั่ว แต่ยังคงเอ่ยย้าออกไป
“สลายวิญญาณเป็นจุณคือหน้าที่ที่ผู้บำเพ็ญนิกายเต๋าอย่างเราควร
ทำครับ”
ฉู่ลั่วก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ แล้วจึงเงยมองด้วยสายตาเย็นชา
น้าเสียงของเอ่ยเด็ดขาด “ฉันไม่เห็นด้วย”
จี้ไจ่ “…”
ไม่รอให้จี้ไจ่พูดอะไร ฉู่ลั่วก็หันหลังเดินจากไปแล้ว
จี้ไจ่ขมวดคิ้วเป็นปมพลางมองแผ่นหลังของฉู่ลั่ว เขาออกแรงกำ
มือเป็นหมัด ขบฟันกัดกรามแน่น
ทำไมเจ้านิกายถึงเอาแต่คำนึงถึงพวกวิญญาณทุกครั้ง แต่ไม่
คำนึงถึงคนเป็นบ้างเลย
………
คืนนั้น
ประตูหน้าต่างบ้านตระกูลกงปิดสนิท
สองสามีภรรยาตระกูลกงนอนอยู่บนเตียงเหมือนเช่นเคย แม้จะ
หลับตาอยู่ แต่ลูกตาใต้เปลือกตากลับกลอกไปมาไม่หยุด
ร่างกายใต้ผ้าห่มก็สั่นเทาเล็กน้อย
จนกระทั่งเสียงขูดขีดอันชัดเจนดังเข้ามา ซึ่งเป็นเสียงเล็บขูดกับ
กระจก
เสียงนั้นบาดหูจนทรมานไปถึงหัวใจ
เสียงนั้นค่อย ๆ เคลื่อนไหวขึ้นมาจากชั้นหนึ่ง จนกระทั่งมาอยู่
ตรงหน้าต่างห้องนอนพวกเขา
ทันใดนั้นเสียงขูดก็ชะงักงัน
สายลมเย็นพัดเข้ามา ทำเอาผ้าม่านในห้องโบกสะบัดไปด้วย
ความหนาวเย็นอึมครึมทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่อากาศรอบตัวยัง
คล้ายว่ามีน้าหนักขึ้นมา กดทับบนตัวชายหญิงชราทั้งสองจนหายใจ
ไม่ออก
พ่อกงรู้สึกเพียงหายใจลำบาก เขาเลียริมฝีปากแห้งผาก กลับได้
รสคาวเลือดเหนียวหนืด
เขาเบิกตาโพลง และได้เห็นใบหน้าเขียวช้าซีดเผือด ม่านตา
พิศวงกำลังจ้องตรงมาที่เขา
เสียงร้องถูกกดไว้ใต้ลำคอ หน้าอกพ่อกงกระเพื่อมรุนแรง
“พ่อคะ หนูปวดท้อง พ่อรีบมาดูท้องหนูหน่อยค่ะ…”
พ่อกงมองลงไปอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ และได้เห็นอวัยวะ
ภายในมากมายกองบนผ้าห่ม และลำไส้ที่ยังขยับอยู่…
มันเป็นภาพนองเลือดและน่าขยะแขยงสุด ๆ
“แม่คะ แม่…หนูเป็นลูกสะใภ้ที่ดีของตระกูลกง หนูจะกตัญญูต่อ
แม่กับพ่อนะคะ”
แม่กงและพ่อกงหวาดกลัวจนตัวแข็งทื่อ
จากนั้นเส้นผมสีดำก็ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาตามผ้าห่ม จวบจน
เกี่ยวพันอยู่บนคอของทั้งคู่…
มันออกแรง!
รัดแน่น!
แน่นขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งสีหน้าคนทั้งสองพลันเป็นสีม่วงช้าใน
บัดดล