เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1255 วางอุบาย
“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปสิคะ
หนูจะกตัญญูต่อพวกคุณตลอดไปเลย”
“กตัญญูต่อพวกคุณตลอดไป”
เสียงของฉีเอ้อเหมยทั้งแหลมทั้งคลุ้มคลั่ง
ขณะที่พ่อกงและแม่กงใกล้จะขาดใจตาย ยันต์สีเหลืองสิบกว่าใบ
ก็ลอยเข้ามาจู่โจมใส่ฉีเอ้อเหมยทันที
ฉีเอ้อเหมยเอี้ยวตัวหลบ จดจ้องสมาชิกที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วย
สายตาอำมหิต
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี จึงพลิกตัวหนีไปทางหน้าต่าง
หน้าต่างที่เธอพุ่งใส่ต่างจากตอนเธอเข้ามา เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้
มันมีแผ่นยันต์มาติดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่
พลันเกิดเสียงดังตึง เธอถูกสะท้อนกลับมา
สมาชิกองค์กรพุ่งเข้ามาต่อสู้กับเธอทันใด
“อ๊าก!!!”
ฉีเอ้อเหมยกรีดร้องเสียงแหลม ดังสะท้อนไปทั่วทั้งหมู่บ้านหลิวสุ่ย
ฉู่ลั่วนั่งอยู่กลางลาน
แสงจันทร์ในป่าสุกสกาวราวเกล็ดน้าค้าง เมื่อทาบทับลงมาใน
ลานช่วยเคลือบแสงสีเงินให้กับลานหนึ่งชั้น
เธอหลับตาลง นั่งขัดสมาธิ
จนกระทั่งลมหยินสายหนึ่งโบกโบยมาจากที่ไกล ๆ พัดพาให้กิ่ง
ไม้แห้งกรังสั่นไหวไปมา
ลมหยินโฉบปะทะใบหน้า ฉับพลันนั้นฉู่ลั่วลืมตา
เธอตวัดดาบขึ้น ฟาดฟันผ่าลมหยินสายหนึ่ง
จากนั้น เธอก็ไปหยุดอยู่เบื้องหน้าลมหยินนั้น
ภายในลมหยินมีทารกหญิงใบหน้าเขียวช้าคนหนึ่ง มือเท้า
กระจิริด ตัวเล็กจ้อยจนน่าสงสาร
ทว่า นัยน์ตาของเธอกลับเป็นสีแดงฉาน พลังหยินล้อมอยู่รอบตัว
เธอกรีดร้องใส่ฉู่ลั่ว พร้อมปราดตัวเข้ามา
ฉู่ลั่วยกดาบปัดป้อง แต่ไม่ได้ทำร้ายเธอแม้แต่น้อย
ผีทารกโจมตีอยู่หลายครั้งแต่ยังไม่ได้ผล บวกกับเสียงอัน
โหยหวนของฉีเอ้อเหมยดังมาจากในบ้านไม่หยุดหย่อน เธอก็ยิ่งร้อน
ใจ พลังหยินในตัวจึงยิ่งทวีความรุนแรง
จนกระทั่งยันต์สีทองแผ่นหนึ่งแวบขึ้นในตัวเธอ พลังหยินรอบตัว
เธอก็พลุ่งพล่านขึ้นมา
พลังหยินทั้งหมู่บ้านโถมทาบทับใส่ผีทารก
สัตว์เดรัจฉานในหมู่บ้านล้วนส่งเสียงร้องด้วยความหวาดผวา
“วิชาเลี้ยงผี!” จี้ไจ่ตะลึง กำลังจะเดินไปทางหน้าประตู แต่กลับ
ถูกซู่เซี่ยงหยางจับไหล่เอาไว้ “ฉู่ลั่วบอกว่าไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่งนะ”
จี้ไจ่อึ้งจนอ้าปากกว้าง
เอาแต่บ่นพึมพำ “ทำไมถึงเป็นวิชาเลี้ยงผี เป็นไปได้ยังไง…”
เขาส่ายหัวไปมา
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ย “วิชาเลี้ยงผีคืออะไรเหรอ”
จี้ไจ่ไม่ตอบ ผู้บำเพ็ญนิกายเต๋าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จึงเป็นฝ่ายตอบ
แทน “มันถือเป็นหนึ่งในอวิชชา การเลี้ยงผีด้วยพลังหยินเป็นวิชา
นอกรีตที่ทำลายความสมดุลสวรรค์ นิกายเต๋าไม่มีทางอนุญาตให้
เกิดเรื่องแบบนี้”
สีหน้าเขาย่าแย่ยิ่งกว่าจี้ไจ่เสียอีก
“สิ่งสำคัญกว่านั้นคืออักขระบนยันต์เป็นสีทอง บ่งบอกว่าผู้
บำเพ็ญที่เลี้ยงผีด้วยพลังหยินเป็นศิษย์สายตรงจากนิกายเต๋า เพราะ
มันมีการสืบทอดวิชาจากครูบาอาจารย์” ผู้บำเพ็ญหอบหายใจ
ทั้งโกรธและนึกกลัว “นิกายเต๋ามีพวกเลวทรามขนาดนี้อยู่ด้วย
เหรอ”
ด้านนอกประตู ฉู่ลั่วควบคุมผีทารกไว้ได้แล้ว ยันต์แผ่นหนึ่งแปะ
อยู่บนตัวเธอ ตัวผีทารกถูกฉู่ลั่วอุ้มไว้ในอ้อมอกขณะเดินเข้ามา
ด้านไจ๋โหรวก็พาฉีเอ้อเหมยลงจากชั้นบนแล้ว
ตัวฉีเอ้อเหมยเต็มไปด้วยยันต์ จึงไม่อาจแม้แต่กระดิกตัวได้เลย
แต่เมื่อได้เห็นผีทารกเธอก็เบิกตาโพลง ทำท่าจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก
ครั้ง เพียงแต่ถูกยันต์ควบคุมเอาไว้
พลางส่งเสียงคำรามแผ่วเบาด้วยความเจ็บใจไม่หยุด
ฉู่ลั่วอุ้มผีทารกไปอยู่ตรงหน้าฉีเอ้อเหมย “ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอ”
พ่อกงและแม่กงวิ่งลงมาจากชั้นสอง หลบอยู่ในมุมหนึ่งขณะเอ่ย
“ปรมาจารย์ พวกคุณจับภัยร้ายอย่างพวกเธอได้แล้ว หลังจากนี้
หมู่บ้านของเราก็จะไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ หมู่บ้านพวกคุณจะไม่มีปัญหาอีกแล้ว” ฉู่ลั่วพยักหน้า
ทั้งคู่มีสีหน้ายินดี
แม่กงถ่มน้าลายใส่ฉีเอ้อเหมย “นางแพศยา มายั่วยวนผู้ชายของ
ฉันไม่พอ ยังออกลูกเป็นตัวเลี้ยงเสียข้าวสุกอีก พวกคุณทำให้เธอ
วิญญาณแตกสลายไปได้ยิ่งดี ให้ไม่มีทางได้เกิดใหม่ชั่วนิรันดร์ไป
เลย”
คำพูดของเธอพาให้สีหน้าผู้คนในห้องดูไม่ดีเป็นพิเศษ
เวลานั้นเอง เสียงสัญญาณจากรถตำรวจก็ใกล้เข้ามา
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ย “ได้จังหวะกำลังดี พอด้านพวกเราจัดการ
เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็มาถึงเลย”