เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1258 สิ่งที่ฉีเอ้อเหมยร้องขอ
สีหน้ำของฉู่ลั่วที่เคยนุ่มนวลเย็นชำลงทันตำ
เธอนั่งตัวตรง มองไปยังฉีเอ้อเหมยซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ำม
ฉีเอ้อเหมยพิงตัวกับเก้ำอี้ “ฉู่ลั่ว? ปรมำจำรย์ฉู่น่ะเหรอ”
ฉู่ลั่วเม้มริมฝีปำกแผ่วเบำ
“คุณพอใจกับชีวิตตอนนี้ไหม”
“ขอแค่คุณเลิกยุ่งไม่เข้ำเรื่อง คุณก็สำมำรถใช้ชีวิตแบบนี้ได้
ตลอดไป”
สีหน้ำฉู่ลั่วเย็นชำลงเรื่อย ๆ “หุบเหวเทพมรณะส่งคุณมำพูด
เหรอ”
ฉีเอ้อเหมยแย้มยิ้มไม่ตอบตำมตรง “ไม่รู้ว่ำปรมำจำรย์ฉู่ตกลง
หรือไม่ตกลงล่ะ”
“ชีวิตที่ฉันอยำกมี ต้องไม่มีอะไรมำจ ำกัด”
ฉีเอ้อเหมย “…”
เธอหุบยิ้มบนใบหน้ำ มุมปำกกระตุกเล็กน้อย “อย่ำงนั้นเหรอ ดู
ท่ำคงมีแต่ต้องให้นำยท่ำนมำคุยกับคุณเองแล้ว”
เธอทอดถอนใจ ทันใดนั้น สองมือประสำนอินซึ่งเห็นได้ชัดว่ำ
เป็นของนิกำยเต๋ำ
พริบตำเดียว ยันต์ที่แปะบนตัวเธอก็กลำยเป็นเถ้ำถ่ำน
“คุณคิดว่ำฉันใส่ใจเด็กคนนั้นเหรอ”
“นับแต่วินำทีที่ฉันตั้งท้อง ก็ไม่เคยคิดอยำกเก็บเธอเอำไว้เลย”
“ไม่ว่ำเธอจะเป็นครรภ์ผี หรือเป็นลูกของชำยแก่คนนั้น ฉันก็รู้สึก
ขยะแขยงอยู่ดี…”
“ฉันต้องกำรให้พวกเขำตำยทั้งหมด ไปตำยกันให้หมด! ไม่ต้อง
เหลือรอดสักคน”
แรงแค้นรอบตัวฉีเอ้อเหมยรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทว่ำมือเธอกลับ
ประสำนอินอย่ำงรวดเร็ว ปำกก็บริกรรมบำงอย่ำง
หลังเธอก ำลังจะประสำนอินเสร็จสมบูรณ์ ฉู่ลั่วถึงมองเห็นได้
อย่ำงชัดเจน เธอเบิกตำกว้ำงมองฉีเอ้อเหมยที่อยู่ตรงข้ำมใกล้เสียสติ
เต็มที
ฉู่ลั่วยกมือท ำท่ำจะห้ำม
แต่ช้ำกว่ำฉีเอ้อเหมยไปก้ำวหนึ่ง
อินและค ำสำปถูกร่ำยเสร็จสมบูรณ์แล้ว
สองมือของฉีเอ้อเหมยตกลง เงยหน้ำขึ้นช้ำ ๆ ก่อนจะหัวเรำะ
อย่ำงบ้ำคลั่ง “ตำยให้หมด! ไปตำยกันให้หมด!”
แสงสีทองทะลุทะลวงวิญญำณของเธอ คล้ำยมีกระบี่สีทองนับพัน
นับหมื่นเล่มทิ่มแทงวิญญำณเธอพร้อมกัน
เสียงหัวเรำะคลุ้มคลั่งหยุดชะงัก
ใบหน้ำฉีเอ้อเหมยไร้อำรมณ์ ปล่อยให้วิญญำณตัวเองค่อย ๆ
หำยไปในอำกำศ ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียว “ไม่ต้องเกิดเป็นมนุษย์อีก
แล้ว ดีจัง”
ฉู่ลั่ว “…”
ทุกอย่ำงเกิดขึ้นในเสี้ยววินำที
ซู่เซี่ยงหยำงบุกเข้ำมำ กลับเห็นเพียงโซ่อันว่ำงเปล่ำ “เมื่อกี้มัน
เกิดอะไรขึ้นครับ”
“เธอสังเวยวิญญำณตัวเอง”
ซู่เซี่ยงหยำงเอ่ยถำม “สังเวยให้ใคร สังเวยเพื่อแลกกับอะไรครับ”
ฉู่ลั่วส่ำยหัว เอำแต่ก้มหน้ำมองโซ่ยันต์ที่ว่ำงเปล่ำ “ไม่รู้เลย”
ซู่เซี่ยงหยำงยกมือทุบก ำแพงอย่ำงหัวเสีย “ไม่เหลือเบำะแสเลย
สักนิด”
“ใช่ว่ำจะไม่เหลือเลย เป็นไปได้สูงว่ำเธอคือหมำกตัวหนึ่งของหุบ
เหวเทพมรณะ”
เมื่อพูดถึงหุบเหวเทพมรณะ สีหน้ำซู่เซี่ยงหยำงก็พลันเปลี่ยนไป
เขำท ำท่ำอยำกจะพูดอะไรต่อ แต่สมำชิกองค์กรคนหนึ่งกลับวิ่งเข้ำมำ
ด้วยควำมรีบร้อน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแตกตื่นก่อน “เจ้ำนิกำย
หัวหน้ำซู่ ชำวบ้ำนหมู่บ้ำนหลิวสุ่ยตำยหมดแล้วครับ”
ซู่เซี่ยงหยำงเบิกตำโต
ฉู่ลั่วหลับตำลงช้ำ ๆ
นี่คือสิ่งที่ฉีเอ้อเหมยร้องขอ
ขอให้ทุกคนจำกหมู่บ้ำนหลิวสุ่ยตำยกันหมด
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ใช่แค่ตำยเท่ำนั้น
………
หมู่บ้ำนหลิวสุ่ย
“ไม่คิดเลยนะว่ำจะต้องกลับมำเร็วขนำดนี้” ไจ๋โหรวสะท้อนใจ
ขณะมองออกไปนอกรถ
ทั้งหมู่บ้ำนถูกล้อมรอบด้วยสำยกั้นเขตของต ำรวจ
หลังรถผ่ำนกำรตรวจสอบก็ถูกปล่อยเข้ำไป
ฉู่ลั่วเห็นว่ำมีคนในเสื้อกรำวน์เดินส ำรวจอยู่ในหมู่บ้ำนไม่น้อย
หำกไม่เก็บตัวอย่ำงดินก็เก็บตัวอย่ำงพืช
เมื่อรถจอดสนิท ทุกคนจึงลงจำกรถ
ฉินเหว่ยเดินเข้ำมำด้วยสีหน้ำอ่อนล้ำ หนวดเครำยังไม่ได้โกน
ใต้ตำด ำคล้ำจนน่ำกลัว
“ไม่ใช่แค่คนในหมู่บ้ำน คนที่ถูกเรำพำไปสอบสวนก็ตำยในเวลำ
เดียวกันทั้งหมด ตำยเกลี้ยง…โดยไม่รู้สำเหตุ”
“ทั้งคนแก่ทั้งเด็ก ไม่เหลือรอดสักคน”
ซู่เซี่ยงหยำงเอ่ย “…แม้แต่เด็ก ๆ ก็ตำยกันหมดเหรอ”
“อืม” สีหน้ำฉินเหว่ยย่ำแย่พอกัน เขำยกมือกุมหน้ำผำก “พวก
เรำ…เพิ่งท ำกำรตรวจดีเอ็นเอให้เด็ก ๆ เสร็จ เตรียมส่งตัวอย่ำงไป
เทียบกับแผนกตำมหำญำติ แต่ตอนนี้…”
เขำไม่รู้ด้วยซ้ำว่ำยังน ำไปเทียบได้อยู่ไหม!
“พวกคุณไปดูกันก่อนเถอะ ครอบครัวนี้เป็นคู่สำมีภรรยำที่มีลูก
ชำยหนึ่งคน ลูกสำวหนึ่งคน…”
ทุกคนเดินเข้ำบ้ำนซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
ตรงจุดใกล้ประตู มีเด็กชำยอำยุสี่ห้ำขวบถือแอปเปิลในมือ ล้มลง
กองกับพื้น
พอเดินเข้ำไปอีกนิดหน่อย…
ทันใดนั้น ไจ๋โหรวร้องเสียงหลงขึ้นมำ “เฉียวเฉี่ยว!”