เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1264 หนีไม่พ้นแน่
เธอถือดาบไว้ในมือแล้วกระโดดขึ้นไปบนยอดต้นไม้และมอง
สำรวจไปรอบ ๆ
เห็นจุดหนึ่งซึ่งพลังวิญญาณผันผวนอย่างรุนแรง
เธอจึงถือดาบแล้วรีบไปที่นั่น
และเห็นว่าผู้คนในแผนกกำลังล้อมผู้หญิงที่สวมชุดคลุมสีดำอยู่
ทั่วทั้งตัวของผู้หญิงคนนั้นล้วนแผ่พลังหยินออกมา การ
เคลื่อนไหวก็ดูชั่วร้ายมาก
ฉู่ลั่วยกดาบขึ้นมาแล้วพุ่งไปเข้าร่วมสนามรบ
“หัวหน้า!”
“เจ้านิกาย!”
คนของแผนกเห็นฉู่ลั่วมาก็เรียกร้องกันอย่างดีใจ
แต่ฉู่ลั่วกลับไม่ได้สนใจพวกเขา เธอเหวี่ยงดาบไปยังผู้หญิงที่
สวมชุดคลุมทั้งตัวไว้
[ไป!]
เสียงประหลาดเสียงหนึ่งดังออกมาจากร่างกายของผู้หญิงคนนั้น
ผู้หญิงคนนั้นกัดฟันเอ่ย “ให้ฉันไปไหนล่ะ? ตอนนี้ฉันไปได้อย่าง
นั้นเหรอ?”
เสียงประหลาดนั้นดูรีบร้อนมาก [ปล่อยวิญญาณที่คุณยังไม่ได้
ดูดซับไปซะ!]
จิ่งอันฉิงจึงปล่อยวิญญาณทั้งหมดนั้นออกมา
วิญญาณทั้งเล็กและใหญ่สิบกว่าดวงล่องลอยอยู่กลางอากาศ
แล้วเคลื่อนมาป้องกันอยู่ตรงหน้าของฉู่ลั่ว
การเหวี่ยงดาบของฉู่ลั่วจึงหยุดชะงักไป
เพียงชั่วพริบตา จิ่งอันฉิงก็กลายไปเป็นเงาหยินแล้วหายตัวไป
อย่างรวดเร็ว
“ฉันจะตามไปเอง พวกคุณอยู่ดูแลวิญญาณพวกนี้เถอะ”
หลังทิ้งประโยคนี้ไว้ ฉู่ลั่วก็ถือดาบไล่ตามไป
เงาหยินสีดำเมื่อมาอยู่กลางป่าที่คิดว่าปลอดภัยก็กลายร่างเป็น
คน จิ่งอันฉิงพิงอยู่บนต้นไม้แล้วหอบหายใจพลางบ่นออกมา “เจ็บ
เป็นบ้า คุณบอกเรื่องอะไรกับฉันกัน นี่คุณให้ฉันมาดูดซับวิญญาณ
หรือว่าส่งฉันมาตายกันแน่”
“ระบบของคุณเป็นอะไรไป? ทำไมถึงทำอะไรไม่ดีสักเรื่องเลย!”
[รีบไปเร็วเข้า!] เสียงประหลาดนั้นเร่งเร้าขึ้นมาอีกครั้ง [การที่ตัว
ของคุณมีผนึกซึ่งฉู่ลั่วทิ้งไว้เมื่อกี้ เธอคงตามคุณมาแล้ว]
จิ่งอันฉิงจึงกลายเป็นควันแล้วหายตัวไปอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
ในตอนที่กำลังจะถึงชายเขตแดนของภูเขาซีติ่ง เสียงประหลาด
นั้นก็พูดขึ้นมา [ฉู่ลั่วมาเร็วเกินไปแล้ว หนีไม่พ้นแน่!]
[ทำได้แค่ต้องทำลายผนึกนั้นไป]
“แล้วทำไมไม่รีบบอกว่ามันทำลายผนึกได้? ให้ฉันวิ่งมาตั้งนาน
ขนาดนี้เนี่ยนะ” จิ่งอันฉิงนั่งลงบนพื้นแล้วกัดฟันบ่นออกมา
[อย่ามัวเสียเวลา ฉันจะสอนคาถาเธอ แล้วเธอรีบทำลายผนึกนั่น
ซะ]
จิ่งอันฉิงก็ไม่รีรอ เธอนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้นแล้วรีบท่องคาถา
ผนึก
แต่คาถาเพิ่งจะท่องจบไป
“โอ๊ย!!!”
เธอก็ส่งเสียงร้องแทบขาดใจดังออกมา
ความเจ็บปวดราวกับร่างกายจะแหลกสลายเข้าจู่โจมทันที
จากนั้นร่างกายของเธอก็กลายเป็นกลุ่มควันหายตัวไปอีกครั้ง
แค่เพียงวินาทีเดียวต่อมา ร่างของฉู่ลั่วก็ปรากฏตัวขึ้น
เธอขมวดคิ้วแล้วกวาดสายตามองไปอย่างเย็นชา
ผนึกที่เธอทิ้งไว้หายไปแล้ว
เธอยืนอยู่ตรงนั้นสักพักแล้วจึงหันหลังกลับไป
ณ สนามเล็ก ซู่เซี่ยงหยางกำลังมีสีหน้ากลัดกลุ้ม
“แผนการตั้งมากมายแต่ก็ไม่สำเร็จสักที อีกฝ่ายมีแค่สองคนเอง
นะ!”เขาทุบโต๊ะอย่างแรง
จี้ไจ่ “มันเป็นความผิดของผมเอง เพราะความสามารถของผม
มันไม่มากพอ ก็เลยไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ จึงต้องให้หัวหน้าซู่
ช่วยออกหน้าจัดการแทน”
ไจ๋โหรว “มันไม่ใช่ว่าคุณอยู่ในที่เกิดเหตุคนเดียวสักหน่อย พวก
เราก็อยู่กันหมด ถ้าจะผิดก็เป็นความผิดของพวกเราทุกคน”
“ฉันก็รู้สึกว่ามันแปลก ผู้หญิงคนนั้นเห็น ๆ อยู่ว่าเป็นคน แต่
พลังหยินบนตัวเธอกลับรุนแรงจนน่ากลัวยิ่งกว่าผีร้ายเสียอีก…บนร่าง
ของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ จะมีพลังโกรธแค้นรุนแรงขนาดนั้นได้ยังไงกัน”
“อีกอย่าง เธอยังดูดซับวิญญาณด้วย”
“นี่มันเป็นวิชากำลังภายในอะไรกัน?”
ไม่เพียงไจ๋โหรวที่รู้สึกว่ามันแปลก ผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ ก็รู้สึกว่า
มันแปลกประหลาดเช่นกัน
ซู่เซี่ยงหยางถอนหายใจ “นี่นับว่าเป็นการหาทางช่วยเหลือที่
ล้มเหลว เดิมทีควรจับตัวได้คนหนึ่ง แต่ตอนนี้หนีไปได้ทั้งสองคน
แล้ว”
“เรื่องนี้ผมต้องรับผิดชอบในส่วนใหญ่ ตอนที่รายงานเบื้องบนผม
จะอธิบายให้ละเอียด”
เขามองฉู่ลั่วที่ไม่พูดอะไรเลย “เจ้านิกาย คุณมีอะไรอยากพูด
ไหมครับ?”
ถ้าไม่ใช่เพราะฉู่ลั่วตามไปทันเวลา ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะไม่
สามารถพากระทั่งวิญญาณของชาวบ้านกลับมาด้วยได้
“บังเอิญเกินไปแล้ว!”
ซู่เซี่ยงหยาง “…อะไรครับ?”