เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1266 หนึ่งแสน
“ค่อนข้างสงสัยนะ” ฉู่ลั่วบอก
ไจ๋โหรวเองก็เขยิบเข้ามาเช่นกัน “เจ้านิกายสงสัยที่ปรึกษาปี้
เหรอคะ? ฉันเองก็สงสัยเขาค่ะ ทันทีที่เขาเข้ามาฉันก็รู้สึกเลยว่าเขา
แปลก ๆ”
“พอมาถึงก็คว้ามือของเจ้านิกายไปเลย แถมยังจับไม่ปล่อยอีก”
“ทั้งยังถามสืบเรื่องในอดีตของเจ้านิกายด้วย ยังจะบอกเป็นนัย ๆ
อีกว่าวิถีทางการบำเพ็ญเพียรของหัวหน้าไม่ถูกต้อง…”
เธอส่ายหน้าแล้วพูด “แสร้งทำเป็นแฟนตัวยงของเจ้านิกาย ฉัน
ตัดสินได้เลยค่ะว่าเขาไม่ใช่แฟนคลับที่รักเจ้านิกายจริงแน่นอน น่าจะ
เป็นแฟนคลับปลอมมากกว่า”
“บอกว่าตนเองเป็นคนรุ่นหลังของเจ็ดสิบสองสำนักเซียน ช่างยก
ยอตนเองได้เก่งจริง ๆ”
แต่ฉู่ลั่วกลับขมวดคิ้วมุ่นแล้วจ้องมองไปในห้องเล็กเขม็ง
หนึ่งวันถัดมา คนหมู่บ้านหลิวสุ่ยทั้งหมดก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว
ชาวบ้านต่างมารวมตัวกันและทำการตรวจร่างกายทั้งหมดอีก
ครั้ง
“ปรมาจารย์ ปรมาจารย์…” ปี้ฮั่นอินวิ่งเหยาะ ๆ ตามฉู่ลั่วที่เดินไป
ในหมู่บ้านเพียงลำพัง “คุณก็มาเดินเล่นในหมู่บ้านเหรอครับ?”
“เปล่าค่ะ” ฉู่ลั่วตอบด้วยน้าเสียงห่างเหิน
แต่เหมือนปี้ฮั่นอินจะไม่ได้สังเกต เขายังคงพูดอย่างเป็นมิตร
เหมือนเดิม “ผมอยากรู้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วครับ ดูเหมือนว่า
ปรมาจารย์จะมีดาบคู่กายอยู่หนึ่งอัน แต่ดาบคู่กายนั้นจู่ ๆ ก็ปรากฏ
ตัวขึ้นมาเช่นกัน”
“แล้วก็ ๆ …ผมได้ยินมาว่าปรมาจารย์มีลูกศิษย์อยู่หนึ่งคน เป็น
ลูกศิษย์ที่อยู่ดี ๆ กลับโผล่มา ปรมาจารย์รับลูกศิษย์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ครับ ผมได้ตรวจสอบชีวิตตลอดยี่สิบกว่าปีของปรมาจารย์มาแล้ว ไม่
พบร่องรอยของการปรากฏตัวของลูกศิษย์คนนี้เลย”
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นแล้วพูดต่อ
“ปรมาจารย์แข็งแกร่งเกินไปจริง ๆ ที่มีลูกศิษย์ขึ้นมาได้อย่างไม่มี
เหตุผล ทั้งยังมีดาบคู่กายอีกหนึ่งนั่นอีก”
ฉู่ลั่วเดินไปถึงหน้าเรือนเล็กแห่งหนึ่ง จากนั้นเธอก็หันกลับมา
มองปี้ฮั่นอินด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คุณอยากรู้เหรอคะ?”
“ปรมาจารย์จะยอมบอกผมไหมล่ะครับ?”
“แน่นอนสิคะ”
ปี้ฮั่นอินจ้องมองฉู่ลั่วด้วยสายตาที่อบอุ่น
ฉู่ลั่วยกริมฝีปากขึ้น “เป็นเพราะมีคนที่มีความสามารถยิ่งใหญ่
ของสำนักเต๋า มาถ่ายทอดวิชาให้ฉันในฝันแล้วมอบดาบให้ค่ะ ส่วน
ลูกศิษย์ของฉันก็รับมาจากในฝันเหมือนกัน”
“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ” ปี้ฮั่นอินส่ายหน้าทันที
“คนที่มีความสามารถยิ่งใหญ่ของสำนักเต๋าล้วนสามารถ
ถ่ายทอดวิชาในฝันได้ แม้ว่าคุณจะเป็นผู้สืบทอดเจ็ดสิบสองสำนัก
เซียน แต่เพราะคุณไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ ดังนั้นการที่คุณไม่
เข้าใจก็เป็นเรื่องปกติมากค่ะ” ฉู่ลั่วพูดอย่างช้า ๆ เห็นชัดว่าเป็น
น้าเสียงเรียบเฉย แต่กลับทำให้ปี้ฮั่นอินรู้สึกได้ว่ามันเจือความดูถูกมา
ด้วย
ดวงตาเขาเป็นประกายเล็กน้อย “ปรมาจารย์พูดถูก ผมไม่
สามารถบำเพ็ญเพียรได้ การที่ไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องปกติ”
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้วุ่นวาย ฉู่ลั่วจึงเดินไปที่หน้าประตูเรือนเล็ก
ด้านในประตูเรือนมีเสียงทะเลาะกันดังขึ้นมา
“คุณตำรวจมีสิทธิ์อะไรมาเอาตัวลูกชายของพวกเราไป! ถ้าจะ
เอาตัวไปก็เอาของขาดทุนนี้ไปด้วยก็พอแล้ว”
“ยังจะเอาของขาดทุนอีกคนส่งกลับบ้านพวกเรามาด้วย”
ทางตำรวจพาตัวหลิงหลิงที่พบว่าถูกพาตัวไปขายกลับมาส่ง
แอด…
ฉู่ลั่วเปิดประตูเรือนเล็กเข้ามา
ภายในเรือน สองสามีภรรยากำลังลงไม้ลงมือกันอยู่ ส่วนตรงมุม
เรือน เฉียวเฉี่ยวกำลังกอดหลิงหลิงที่ถูกส่งกลับมา ใบหน้าของ
เด็กผู้หญิงสองคนอาบไปด้วยน้าตา
คนในครอบครัวทั้งสี่คนต่างก็มองมา
“ทั้งหมดเป็นเพราะคุณ! กวานลั่วอินพูดถูก เป็นเพราะตัวหายนะ
อย่างคุณปรากฏตัวถึงทำให้พวกเราต้องสูญเสียลูกชายไป”
คนเป็นภรรยาพุ่งเข้ามาหาฉู่ลั่ว
แต่ยังไม่ทันจะมาถึงตัวก็ชะงักฝีเท้าไปทันที
ตรงหน้าของเธอมีดาบชิงเจวี๋ยของฉู่ลั่วตั้งอยู่
“ทำไม คุณยังคิดจะฆ่าฉันเหรอ? คุณกล้าฆ่าฉันเหรอ? คุณลอง
ฆ่าฉันดูสิ!”ภรรยาเชิดคอ แม้ว่าจะไม่ได้เข้าใกล้ แต่ก็ยังไม่หยุดด่าทอ
อีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้น
“คุณมาเพราะยัยเด็กบ้าสองคนนั่นไม่ใช่เหรอ? ฉันจะบอกคุณนะ
ว่าทันทีที่คุณไป ฉันจะทุบตีพวกเธอทุกวันทุกเวลาอย่างแน่นอน”
เธอตะคอกใส่เฉียวเฉี่ยวกับหลิงหลิงด้วยความโมโห “ยังไม่ไสหัว
มานี่อีก!”
สามีจึงไปลากตัวเด็กสองคนมา
ภรรยาผลักเด็กสองคนไปข้างหน้า “พวกคนเมืองอย่างพวกคุณ
ล้วนสงสารเด็กผู้หญิงกันหมดไม่ใช่เหรอ? เป็นห่วงพวกเธอกันหมด
ไม่ใช่เหรอ? ได้เลย! เอาเงินมาสิ!”
“ขอเพียงพวกคุณให้เงินฉันทุกเดือน ฉันรับรองเลยว่าจะเลี้ยง
พวกเธอสองคนอย่างดี”
“และจะไม่ตีพวกเธอแน่นอน”
“แค่เดือนละห้าหมื่นต่อคน! สองคนก็หนึ่งแสน!”
สามีกดหัวเด็กทั้งสองคนไว้แล้วพูด “รีบขอร้องพี่สาวคนนี้สิ บอก
ให้พี่สาวจ่ายเงินช่วยเหลือพวกแก!”