เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1267 อยากช่วยพวกเธอเท่านั้น
สองสามีภรรยามองฉู่ลั่วด้วยคิดว่าเธอจะต้องทำตามอย่างที่พวก
เขาพูดแน่นอน
ฉู่ลั่วมองเด็ก ๆ ที่ถูกกดคอเอาไว้แล้วมองสองสามีภรรยา
จากนั้นก็เก็บสายตากลับมา
ภรรยายกยิ้มออกมา “หนึ่งแสนนี่แค่ค่าใช้จ่ายประจำวันในหนึ่ง
เดือนนะ ยังมีค่าเล่าเรียนของพวกเธอสองคนอีก คุณเองก็จำเป็นต้อง
ให้ ถ้าคุณไม่ให้ค่าเล่าเรียนมา พวกเราก็ไม่สามารถส่งพวกเธอสอง
คนไปเรียนหนังสือได้หรอก”
คนเป็นสามีเองก็พูดข่มขู่ขึ้นมาเช่นกัน “ลูกของชาวนาธรรมดา
คงเทียบไม่ได้กับลูกคนเมืองอย่างพวกคุณหรอกนะ พอถึงวัยอัน
สมคววรก็ต้องเก็บเงินสินสอดออกไปแต่งงาน ใครให้ค่าสินสอดเยอะ
คนคนนั้นก็จะได้พวกเธอสองคนแต่งงานไปด้วย คุณน่ะ ถ้าไม่อยาก
ให้พวกเธอสองคนต้องแต่งงานไปก่อนวัยที่กำหนด ก็ให้เงินมาเยอะ ๆ
สักหน่อยสิ”
“พวกเราสองคนเป็นชาวนา ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น เป็นเด็กผู้หญิง
ก็ต้องแต่งงานออกไป”
“พวกคุณไม่มีโอกาสแล้ว” ฉู่ลั่วยื่นมือไปเกี่ยวตัวเด็กเบา ๆ เด็ก
น้อยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวภายใต้ฝ่ามือใหญ่ ๆ ของพ่อได้จึงมาอยู่
ข้างกายตัวเธอ
“พวกคุณซื้อขายเด็ก แม้ว่าจะเป็นลูกสาวของตัวเองก็ถือว่าเป็น
ความผิดร้ายแรง”
“ทางตำรวจจะต้องจับกุมพวกคุณแน่นอน”
“และบทสนทนาของพวกคุณเมื่อครู่นี้ก็เข้าข่ายล่วงละเมิดเด็ก
ฉันบันทึกทุกคำทุกประโยคเอาไว้หมดแล้วค่ะ”
“อีกอย่าง…” เธอหัวเราะเบา ๆ มองหน้าซีดเผือดของสองสามี
ภรรยาแล้วเอ่ย “พวกคุณยังขู่กรรโชกจากฉันอีก ดังนั้นฉันจะ
ดำเนินการฟ้องร้องคดีต่อศาลค่ะ”
“ความผิดเหล่านี้ พอรวมเข้าด้วยกันแล้วก็น่าจะมากพอที่จะ
ตัดสินโทษให้คุณไปหลายปีแล้วนะคะ”
ภรรยาตกตะลึง แล้วกรีดร้องออกมา “ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาด
นี้! ถ้าพวกเราสองคนเข้าคุกไปแล้ว เด็กสองคนนี้จะทำยังไงกัน? ถ้า
ไม่มีพ่อกับแม่แล้วคุณจะให้พวกเธอตายไปเหรอ?”
“พวกแกสองคนพูดไม่เป็นหรือไง!? เขาจะมาจับพ่อแม่พวกแกไป
แล้วนะ ทำไมพวกแกถึงยังไม่พูดอะไรอีก”
“ของขาดทุนก็คือของขาดทุน…”
สองสามีภรรยาดุด่าลูกไม่หยุด ด่าว่าจนเด็กสองคนยิ่งร้องไห้
เสียใจไปกันใหญ่แล้ว
ฉู่ลั่วทำเพียงแค่หลุบตาลงมองเด็กสองคนซึ่งยืนอยู่ข้างตัว “พวก
เธออยากขอร้องแทนพวกเขาไหม?”
เฉียวเฉี่ยวกับหลิงหลิง “…”
“ขอเพียงพวกเธอขอร้อง ฉันก็จะไม่ฟ้องร้องพวกเขา”
ทันทีที่สองสามีภรรยาได้ยินดังนั้นก็เร่งเร้าให้เด็กสองคนขอร้อง
ทั้งยังบอกพวกเธอด้วยว่าถ้าไม่ขอร้องพี่สาวคนนี้อีกเดี๋ยวพวกเธอจะ
ถูกตี
หลิงหลิงกำลังคิดจะเอ่ยปากพูด แต่เฉียวเฉี่ยวกลับกัดริมฝีปาก
ตนเองไว้ไม่พูดอะไร
“ไม่พูดอะไรก็ไปกับฉันเถอะ! ฉันสามารถส่งพวกเธอไปสถาน
เลี้ยงเด็กกำพร้าได้ นับตั้งแต่นี้ไป พวกเธอไม่มีพ่อแม่แล้ว”
แล้วฉู่ลั่วก็หันหลังเดินไปข้างนอกเรือนเล็กทันที
หลิงหลิงที่เดิมทีกำลังร้องไห้อยู่นั้น ไม่นานก็หยุดร้องแล้วลาก
เฉียวเฉี่ยวเดินตามหลังฉู่ลั่วไป
ปี้ฮั่นอินซึ่งยืนอยู่ข้างนอกเรือนเห็นทุกเหตุการณ์อยู่ในสายตาก็
ตะลึงอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นเขาถึงวิ่งเหยาะ ๆ ไปหาฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์
เด็กสองคนนี้มีพรสวรรค์เป็นพิเศษเลยใช่ไหมครับ?”
“เปล่าค่ะ”
“พวกเธอบำเพ็ญเพียรได้ใช่ไหมครับ? คุณเตรียมจะรับพวกเธอ
สองคนเป็นศิษย์ใช่หรือเปล่า?”
“พวกเธอไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้หรอกค่ะ ฉันเองก็ไม่
สามารถ…รับศิษย์ได้อีกแล้ว”
ปี้ฮั่นอินที่ได้รับคำตอบมาเช่นนั้นก็ตะลึงไปหลายวินาทีแล้วจึง
พูด “ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึง…”
“ฉันเห็นแล้วก็อยากช่วยพวกเธอเท่านั้นค่ะ”
ปี้ฮั่นอินยื่นมือไปคว้าแขนของฉู่ลั่วเอาไว้ “นักพรตสำนักเต๋าให้
ความสำคัญกับเรื่องของความเป็นไปตามธรรมชาติไม่ใช่เหรอครับ?
คุณเข้าไปยุ่งกับกรรมของพวกเธอแบบนี้มันถูกแล้วเหรอครับ?”
“ฉันเข้าไปยุ่งแล้วมันจะทำไมคะ?”
ปี้ฮั่นอิน “…”
จากนั้นเขาก็เห็นว่าฉู่ลั่วเดินหน้าต่อโดยไม่หันกลับมอง ไม่ว่าจะ
เป็นเขาหรือเด็กสองคนที่เดินตามหลังมาด้วย
แต่เด็กสองคนกลับก้าวขาสั้น ๆ เดินตามหลังของเธอต่อไป