เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1269 การตายที่น่าอนาถ
ในชุมชนเก่าแก่ที่ทรุดโทรม มีเสียงพูดคุยดังออกมาจากในห้อง
อย่างชัดเจน
“แม่ ทำไมไม่แสดงตัวว่าพวกเรารู้จักกับฉู่หร่านแล้วพาตัวเธอ
กลับมาล่ะครับ? ถ้าเธอกลับมา พวกเราก็จะได้อยู่ในบ้านที่หรูหรา ได้
ขับที่รถหรูหรา”
“พี่ใหญ่พูดถูก มีนักข่าวหลายสำนักติดต่อมาบอกว่าอยาก
สัมภาษณ์พวกเรา แถมยังให้เงินด้วย”
“ถ้าเด็กคนนั้นกลับมา สถานการณ์ของครอบครัวเราก็จะดีขึ้น
แล้ว”
ทั้งครอบครัวกำลังลอบวางแผนกันเสียงดังพลางนึกจินตนาการ
ไปถึงอนาคต
ฉู่หร่านที่อยู่หน้าประตูหัวเราะเย็นชาสองครั้ง
เธอหันไปมองจิ่งอันฉิงที่ยืนอยู่ข้างกาย แม้ทั้งสองคนจะยืนอยู่
ใกล้กันมาก แต่เธอกลับมองเห็นเพียงดวงตาของจิ่งอันฉิงเท่านั้น
ส่วนอื่นของร่างกายเธอฉู่หร่านกลับมองไม่เห็นเลย
“เธอจัดการพวกเขาได้หรือเปล่า? ฉันไม่อยากได้ยินพวกเขามา
พูดต่อหน้าสื่อว่าเป็นพ่อแม่ของฉันอีกแล้ว” ฉู่หร่านกัดฟัน “ฉันไม่
อยากให้พวกเขามาปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีกตลอดไป”
จิ่งอันฉิง “ถ้าจัดการพวกเขาแล้ว เธอจะเชื่อและทำตามที่ฉัน
บอกใช่ไหม?”
ฉู่หร่านพยักหน้าอย่างแรง “แน่นอน ขอแค่เธอจัดการพวกเขา
ได้ ฉันจะเชื่อในความสามารถของเธอ”
“ตกลง”
หลังสิ้นเสียงของจิ่งอันฉิง ก็ตามมาด้วยเสียงเธอตบประตูดังปัง
ประตูกันขโมยแบบเก่ากับประตูไม้แข็งแรงด้านหลัง ถูกเธอตบ
จนเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือเดียว มันห้อยอยู่ข้างกำแพงด้วย
รูปร่างบิดเบี้ยว
เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจดังออกมาจากด้านในประตู
“เธอเป็นใคร? เธอคิด…ฉู่หร่าน! หร่านหร่าน ในที่สุดหนูก็ยอม
มาหาแม่แล้วเหรอ…”
เสียงของผู้หญิงกับเสียงอุทานด้วยความตื่นกลัวของคนอื่น ๆ ยัง
ไม่ทันได้เปล่งออกมา ก็เห็นจิ่งอันฉิงใช้มือข้างหนึ่งคว้าตัวผู้หญิง
เอาไว้ ส่วนมืออีกข้างกดศีรษะของอีกฝ่าย
ฉู่หร่านสาวเท้าเดินเข้ามา พร้อมสีหน้าที่ถือดี “ฉันขอเตือนพวก
แก ถ้าพวกแกยังกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าฉัน ฉัน…”
ทันใดนั้นกลับมีเสียงดัง ฉับ!
เลือดสีแดงสดพุ่งเป็นสายออกมา จนบางส่วนยังกระเด็นเข้าไป
ในปากของเธอ
สีหน้าฉู่หร่านเปลี่ยนเป็นแข็งค้าง เธอปากอ้ากว้าง สายตามอง
ไปยังศีรษะที่ตกอยู่บนพื้นทั้งที่ดวงตาทั้งสองข้างยังเปิดอยู่
“กรี๊ด!!!”
“แกทำอะไร!”
“แกฆ่าคนไปแล้ว!”
“ช่วยด้วย!”
“พวกเราจะไม่กล้าทำอีกแล้ว…”
เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาดังขึ้นภายในห้อง
ที่นี่เป็นอาคารรูปแบบเก่า เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่รอบด้านหาก
ไม่ใช่คนที่เช่าอยู่ก็เป็นคนมีอายุมากอยู่
เมื่อพวกเขาวิ่งเข้ามาหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้อง ก็เห็นว่า
ภายในห้องเลขที่ 302 เต็มไปด้วยเลือดและศพที่กระจัดกระจาย
“กรี๊ด!!!”
……
จิ่งอันฉิงปล่อยมือจากฉู่หร่าน พลางพูดด้วยน้าเสียงหยาบ
กระด้าง “ตอนนี้เธอเชื่อฉันได้แล้วสินะ!”
ฉู่หร่านยังมีสีหน้ามึนงง เธอหันหน้ามาอย่างแข็งทื่อ เมื่อเห็นจิ่ง
อันฉิง เธอก็กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่กลิ่นเลือดกลับส่งกลิ่นคละคลุ้ง
ออกมาจากในปากของเธอเสียก่อน
“อ้วก!”
สมองที่มึนงงพลันได้สติขึ้นมา ศีรษะที่ถูกตัดขาด ศพที่นอนนิ่ง
กองบนพื้น เลือดแดงเจิ้งนอง…
ภาพทั้งหมดหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธออย่างรวดเร็ว
ฉู่หร่านนั่งลงข้างชักโครกแล้วอาเจียนออกมาจนหมด ก่อนจะ
หันไปมองจิ่งอันฉิงซึ่งอยู่ข้างห้องน้าด้วยสีหน้าหวาดกลัว
เหมือนเช่นเคย เธอยังมองเห็นแค่ดวงตาคู่นั้นของอีกฝ่าย ส่วน
อื่น ๆ ล้วนถูกปกปิดไว้ด้วยเสื้อคลุม
เธอห่อไหล่ด้วยความหวาดกลัว “เธอ…เธอฆ่าคน…”
“อืม!” จิ่งอันฉิงไม่ใส่ใจสักนิด “ตอนนี้เธอเชื่อฉันแล้วสินะ! ขอ
แค่เธอให้ฝางไคจี้ลงชื่อบนกระดาษยันต์…โชคทั้งหมดที่เธอต้องการ
ก็จะกลับมาหาเธอทันที”
ริมฝีปากฉู่หร่านสั่นระริก “…”
“หรือเธอยังไม่เชื่อฉันเหรอ? อยากให้ฉันพิสูจน์ตัวเองอีกใช่
ไหม?”
“ไม่! ไม่ต้องแล้ว” ฉู่หร่านส่ายหน้า “ฉันเชื่อเธอ! ฉันจะ…จะให้
ฝางไคจี้ลงชื่อบนแผ่นยันต์”
แต่เธอยังไม่ลืมที่จะถามแม้จะยังตกใจและหวาดกลัว “แต่เธอ
แน่ใจใช่ไหม…ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมีก่อนหน้านี้ จะกลับมา
ทั้งหมด?”
“แน่นอน”
สีหน้าของฉู่หร่านค่อย ๆ เปลี่ยนไปแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ดี ถ้าอย่างนั้นฉันจะรับปากเธอ”