เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1270 แอบไปหาลูก
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบลูแองเจิล
ฉู่ลั่วยืนพิงรถ มองเด็กสองคนที่ถูกคนพาเข้าไป
ซู่เซี่ยงหยางลูบผมของตัวเอง ก่อนจะหาวหวอดออกมา “สถาน
เลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้คุณสมบัติดีที่สุด ไม่ว่าจะสภาพแวดล้อมข้าง
ในหรือตัวผู้อำนวยการเองก็มีความรับผิดชอบมาก”
“ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์แบบสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าพวกนั้นอย่าง
ที่คุณบอกหรอกครับ”
เขามองฉู่ลั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันสายตาออกไปอย่างรวดเร็ว แล้ว
เอ่ยด้วยน้าเสียงเกียจคร้าน “ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เมื่อก่อน
สถานเลี่ยงเด็กกำพร้าหลายแห่งได้รับการจัดการดูแลไม่ดี แต่ตอนนี้
มันเป็นระเบียบมากขึ้น”
“ผู้คนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านสังคมต่าง ๆ ก็เริ่มให้ความสนใจ
เหล่าเด็กกำพร้า ทำให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายแห่งได้รับบริจาค
จากสังคม”
“ไม่ว่าจะสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยหรือสภาพแวดล้อมทาง
การศึกษา ก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากครับ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า แล้วหันหลังเพื่อจะเดินไปขึ้นรถ
“พี่สาวเทพธิดา!”
เฉียวเฉี่ยวจับมือหลิงหลิงวิ่งเข้ามาหา บนใบหน้าของเด็กหญิงทั้ง
สองคนยังเต็มไปด้วยคราบฝุ่น แต่กลับมีรอยยิ้มอยู่ในแววตา
พวกเธอวิ่งมาหยุดตรงหน้าฉู่ลั่ว แล้วพูดกับเธอ “พี่สามเทพธิดา
หนูกับหลิงหลิงได้ออกมาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ นั่นแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มี
ใครมาเรียกพวกเราว่าของขาดทุนแล้วอีกใช่ไหมคะ?”
ฉู่ลั่วหันกลับมามองเด็กน้อยสองคนนี้
“ใช่” เธอย่อตัวลงไปให้อยู่ในระดับสายตาของพวกเธอ “ถ้า
ต่อไปเจอคนที่มารังแกพวกหนูอีก พวกหนูต้องจำเอาไว้เรื่องหนึ่งนะ”
เด็กทั้งสองคนเบิกตากว้าง
“มันไม่ใช่ความผิดของพวกหนู แต่เป็นเพราะสถานที่เล็กเกินไป
สถานที่เล็ก ๆ ไม่สามารถรองรับสาวน้อยที่ยอดเยี่ยม สวยและน่ารัก
แบบนี้ได้ต่างหาก”
เฉียวเฉี่ยวพยักหน้าขึ้นลง “หนูรู้แล้วค่ะ!”
ฉู่ลั่วยื่นมือไปลูบศีรษะพวกเธอสองคน “พี่เก่งมากเลยใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ!”
เด็กทั้งสองคนตอบออกมาโดยไม่ลังเล
“พี่เก่งขนาดนี้ จะพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าล่ะ?”
เด็กทั้งสองคนส่ายหน้ารัว ๆ
“ถ้าอย่างนั้นพวกหนูต้องจำคำของพี่ไว้ เข้าใจไหม?”
“เข้าใจค่ะ”
จากนั้นฉั่ล่วจึงให้เด็กทั้งสองคนกลับเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็ก
กำพร้า ส่วนตนเองก็ขึ้นรถจากไปแล้ว
ซู่เซี่ยงหยางนั่งอยู่ในตำแหน่งข้างคนขับ เขาจับหน้าต่างรถไว้
ด้วยมือข้างเดียว พลางยื่นหน้าออกไปเพื่อดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
จนกระทั่งฉู่ลั่วขึ้นรถแล้ว รถจึงแล่นออกมา
“เด็กทุกคนในหมู่บ้านหลิวสุ่ยเข้าสู่กระบวนการตรวจดีเอ็นเอ
แล้วครับ มีเด็กหลายคนตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงเจอแล้ว…”
เขาส่ายหน้าแล้วพลางถอนหายใจ “การซื้อขายเด็กกันทั้ง
หมู่บ้านแบบนี้ ต้องเป็นข่าวใหญ่โตอีกข่าวแน่นอน”
หลังพูดเรื่องงานไปหลายประโยคแล้ว ซู่เซี่ยงหยางก็รีบเอ่ยต่อว่า
“ทางองค์กรได้รับเรื่องใหญ่มาอีกเรื่อง สถานที่อยู่ในเมืองเจียงและ
เกี่ยวข้องกับฉู่หร่านครับ”
“เกี่ยวกับฉู่หร่านเหรอคะ?”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า “แม่แท้ ๆ ของฉู่หร่านถูกฆ่าตายทั้ง
ครอบครัวครับ และเป็นการเสียชีวิตที่น่าอนาถมาก หลังจาก
ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบร่องรอยคนเข้าออกเลยครับ แต่
กลับหลงเหลือพลังหยินอยู่จำนวนมากเอาไว้”
เขาเพิ่งพูดจบ มือถือของฉู่ลั่วก็ดังขึ้นมาแล้ว
เป็นฉู่เหิงโทรเข้ามา
หลังจากกดรับสาย เขาก็พูดเรื่องพ่อแม่ของฉู่หร่านเช่นกัน
“การตายของพ่อแม่เธอต้องไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา” ฉู่เหิง
บีบสันจมูก “เธอใช้กลอุบายอะไรหรือเปล่า?”
“หนูกำลังจะไปดูค่ะ”
ฉู่เหิงชะงัก เขาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว “เธอจะกลับมาที่
เมืองเจียงเหรอ? จะไปพักที่ไหนละ? แล้วจะมาอยู่กี่วัน มาพักที่บ้าน
หรือเปล่า?”
เขาพูดเร็วมากจนพาให้ฉู่ลั่วไม่รู้ว่าต้องตอบคำถามเขาอย่างไร
ไปชั่วขณะ
คนทั้งสองฝ่ายต่างตกอยู่ในความเงียบ ก่อนฉู่ลั่วจะเอ่ยขึ้นว่า
“คงจะพักที่โรงแรมค่ะ ส่วนจะอยู่นานไหม คงต้องดูว่าเรื่องราวร้ายแรง
หรือเปล่า”
“แบบนั้นก็ดี” ฉู่เหิงกำชับเธออีกหลายประโยค ก่อนจะวางสาย
ไป
เพิ่งวางสาย เขาก็ได้รับสายตาจากคนทั้งบ้านทันที
“ลั่วลั่วบอกว่าจะพักที่โรงแรมครับ”
พอได้ยินแบบนี้ คนตระกูลฉู่ก็มีสีหน้าผิดหวัง
ซ่งเชียนหย่าทรุดนั่งลงบนโซฟา
ฉู่เหว่ยฮ่าวตบมือปลอบเธอเบา ๆ “ถ้าคุณอยากไปหาลูก พวก
เราก็ไปหาลูกกันเถอะ”
แต่ซ่งเชียนหย่ากลับลังเล
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราแอบไปหาลูกก็ได้ คงไม่รบกวนลูกแน่นอน”