เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1271 เป็นฝีมือมนุษย์หรือเปล่า
ถึงศพจะถูกย้ายออกไปแล้ว แต่เลือดที่อยู่ในห้องยังไม่ถูกจัดการ
เพียงเดินเข้าไป กลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหายไปก็ทำให้ทุกคน
ถึงกับขมวดคิ้ว
ไจ๋โหรวปิดปากพร้อมทำเสียงคลื่นไส้ออกมาสองครั้ง ก่อนจะ
สวมหน้ากากอนามัย “คนที่ลงมือ จะโหดร้ายเกินไปหน่อยหรือ
เปล่า?”
ภายในห้องรับแขกถูกวาดรูปร่างตามเศษชิ้นส่วนร่างของศพ
มีทั้งรูปร่างของศีรษะมนุษย์และรูปร่างที่วาดออกมาเหมือนแขน
ขา…
จี้ไจ่ขมวดคิ้วแน่นยิ่งกว่าเดิม “ถึงที่นี่จะมีพลังหยางรุนแรง แต่
กลับไม่มีไอแค้นเลย”
ไจ๋โหรว “…ใช่แล้ว! ถูกฆ่าตายทั้งครอบครัว แต่กลับไม่มีไอแค้น
เลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังไม่มีวิญญาณอาฆาตเหลืออยู่ด้วย”
ซู่เซี่ยงหยางเดินตามฉู่ลั่วเข้าไปสำรวจทั้งด้านนอกและด้านใน
รอบหนึ่ง “เห็นอะไรบ้างไหมครับ?”
“กลิ่นอายดูคุ้นเคยมากค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “คุ้นเคย?”
“พลังหยินที่นี่ เหมือนกับกลิ่นอายของคนที่ปรากฏตัวขึ้นมา
กระทันหันบนภูเขาซีติ่งไม่มีผิด”
สีหน้าของซู่เซี่ยงหยางเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ถ้าเรื่องที่คุณพูดเป็น
ความจริง อย่างนั้นก็…”
รูม่านตาของจี้ไจ่เข้มขึ้นทันที “ก่อนหน้านี้เจ้านิกายทำตรา
ประทับเวทย์ไว้บนตัวอีกฝ่ายแล้ว ตราประทับของเจ้านิกายแก้ไม่ได้
ง่าย ๆ อีกฝ่ายยังได้รับบาดเจ็บด้วย…”
เขากวาดตามองไปรอบตัว “อีกฝ่ายคงต้องการรักษาบาดแผล”
ไจ๋โหรวเข้าใจได้ในทันที “คุณหมายความว่า อีกฝ่ายดูดกลืน
วิญญาณเพื่อรักษาบาดแผล แต่ต่อให้เป็นการดูดกลืนวิญญาณจริง
ๆ ก็ไม่เห็นจะต้อง…”
เธอเหลือบมองกำแพงที่เต็มไปด้วยเลือดสาดกระเซ็น
แค่ดูดกลืนวิญญาณไม่เห็นต้องลงมือจนนองเลือดขนาดนี้เลย!
ซู่เซี่ยงหยางเดินสำรวจภายในห้องอีกครั้ง “มันจะบังเอิญเกินไป
หรือเปล่า? คนที่ถูกคุณทำร้าย บังเอิญมาบ้านแม่แท้ ๆ ของฉู่ห
ร่าน…”
เขาหยุดชะงักไปชั่วขณะ พลางมองไปยังฉู่ลั่วก่อนจะพูดต่อว่า
“ตามที่ผมรู้มา ช่วงนี้แม่ผู้ให้กำเนิดฉู่หร่านสร้างความลำบากให้เธอ
ไม่น้อยเลยนะครับ”
“เธอทั้งถ่ายวิดีโอพร้อมกับคนในครอบครัว ให้สัมภาษณ์กับสื่อ
ต่าง ๆ ทั้งยังเอาแต่บอกให้ฉู่หร่านกลับบ้าน”
ไจ๋โหรวยู่ปาก “ผู้กองซู่ คุณคงไม่ได้จะบอกว่าฉู่หร่านเป็นคนคน
นั้นที่ฝีมือสูสีกับจี้ไจ่หรอกใช่ไหมคะ?”
เธอโบกมือไปมา “เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเด็ดขาด”
ขณะกำลังพูด โทรศัพท์ของซู่เซี่ยงหยางก็ดังขึ้น เขากดรับสาย
หลังจากอีกฝ่ายพูดสองสามประโยค สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
จนกระทั่งวางสายลง เขาถึงหันไปมองฉู่ลั่วและรายงาน “ฝางไคจี้
ตายแล้วครับ”
ฉู่ลั่ว “…”
ไจ๋โหรว “…”
จี้ไจ่ “…”
ไจ๋โหรวกะพริบตาถี่ ๆ พลางกลืนน้าลายเล็กน้อย ก่อนจะทำสี
หน้าไม่อยากเชื่อ “ไม่นานก่อนหน้านี้ฝางไคจี้เพิ่งเปิดเผยต่อหน้า
สาธารณะ ว่าเขากับฉู่หร่านจดทะเบียนสมรสกันแล้วนะ”
ฉู่หร่านถูกไล่ออกจากตระกูลฉู่ คู่หมั้นก็ขอถอนหมั้น แต่ฝางไค
จี้กลับจดทะเบียนสมรสกับเธอ
เรื่องนี้เป็นข่าวคึกโครมอยู่หลายวันทีเดียว
บางคนบอกว่าฝางไคจี้คือรักแท้ ส่วนบางคนบอกว่าฝางไคจี้เป็น
แค่คนขี้ประจบเอาใจ
บนอินเทอร์เน็ตมีการถกเถียงกันไม่น้อย ว่าต้องมีสักวันที่ฝางไค
จี้จะถูกฉู่หร่านเขี่ยทิ้ง
ใครจะไปรู้ว่ายังไม่ทันเขี่ยทิ้ง สิ่งที่ได้มากลับเป็น…ความตาย
ทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกขนลุกขนพอง จนอดลูบแขนที่ขนลุกชัน
ของตนเองไม่ได้ “คนร้ายคงไม่ใช่ฉู่หร่านจริง ๆ ใช่ไหมคะ!”
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องพวกนี้เลย ตอนนี้ฉู่หร่านถูกพาตัวไปสอบสวน
แล้ว พวกเราตามไปดูกันเถอะ”
………
สถานีตำรวจ
ฉู่หร่านก้มหน้าก้มตานั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องสอบสวน ใบหน้าของ
เธอขาวซีด น้าตาไหลลงมาจากหางตาหยดแล้วหยดเล่า พลางบอก
ด้วยน้าเสียงตะกุกตะกัก “พวกคุณก็พูดเองนี่คะ ตอนนี้ฉันตกอยู่ใน
สถานการณ์ลำบากมาก มีแค่สามีของฉันที่ยอมช่วยเหลือ ยอมรับ
ฉันเอาไว้ข้างกาย…แล้วพวกคุณยังคิดว่าฉันจะฆ่าเขาได้เหรอคะ?”
“ฉันเป็นภรรยาของเขา ฉันเป็นครอบครัวของเหยื่อ พวกคุณทำ
กับครอบครัวของเหยื่อแบบนี้เหรอ?”
หัวหน้าทีมสืบสวนคดีอาชญากรรม ปวดหัวจนต้องยกมือเกา
ศีรษะ “ปรมาจารย์ฉู่ ช่วยให้คำตอบที่แม่นยำสักหน่อยได้ไหมครับ ว่า
สองคดีนี้เป็น…ฝีมือมนุษย์หรือเปล่า?”
ซู่เซี่ยงหยางชำเลืองมองเขา
หัวหน้าทีมสืบสวนเองก็จนปัญญาเช่นกัน “ไม่ใช่ว่าผมคิดอะไร
ไร้สาระนะครับ แต่มันแปลกประหลาดเกินไปจริง ๆ พวกเราทำการ
สืบสวนคดี ดังนั้นจึงเชื่อในวิทยาศาสตร์ และเชื่อเรื่องนอกเหนือจาก
วิทยาศาสตร์ด้วย”
“เพราะฉะนั้น…ท่านปรมาจารย์ ช่วยให้คำตอบที่แม่นยำได้ไหม
ครับ?”
ฉู่ลั่วเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “มันไม่ใช่ฝีมือมนุษย์
และเธอก็ไม่ได้เป็นคนทำค่ะ”