เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1273 ใจด าอ ามหิต
“หยุดตีได้แล้ว หยุดตีได้แล้ว ถ้ายังตบตีต่อไปต้องมีคนตายแน่”
มีเสียงคนตะโกนขึ้นมา
ทุกคนจึงหลีกออกไป
ฉู่หร่านล้มลงบนพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าขาวผ่องไม่รู้ว่าถูก
ใครข่วนจนเป็นรอยเลือดหลายรอย เสื้อผ้าก็ถูกฉีกทึ้งด้วยฝีมือของ
ใครไม่รู้
เธอเบิกตากว้างก่อนจะลุกขึ้นมาช้า ๆ แล้วเดินโซซัดโซเซเข้าไป
ในบ้าน
“เธอคิดจะทำอะไร?” ใครบางคนอยากขวางเธอไว้ แต่หลังจาก
เห็นดวงตาคู่นั้นแดงก่าราวกับเลือดของฉู่หร่าน ก็ถอยออกไปด้วย
ความกลัว
คนอื่น ๆ ก็หวาดกลัวจนถอยหลังเพื่อเปิดทางให้เธอเช่นกัน
ฉู่หร่านขยับขาที่บาดเจ็บ เดินไปทางห้องนอนทีละก้าว ๆ
“เธอคิดจะทำอะไร? คงไม่คิดจะเอาของของไคจี้ไปใช่ไหม?”
“ข้าวของทั้งหมดของไคจี้เป็นของพวกเราตระกูลฝาง ถ้าเธอ
กล้าเอาไป วันนี้ก็อย่าคิดว่าจะได้เดินออกจากบ้านหลังนี้เลย”
ญาติของฝางไคจี้ล้อมอยู่หน้าประตูห้องนอน สายตาเฝ้าดูการ
เคลื่อนไหวของฉู่หร่านราวกับไฟฉายสอดส่อง
ดวงตาทุกคู่จ้องฉู่หร่าน มองเธอเดินไปยังหัวเตียง พลางหยิบ
ยันต์แผ่นหนึ่งขึ้นมาจากหัวเตียงราวกับเป็นสมบัติล้าค่า เธอพับมัน
อย่างระมัดระวัง ก่อนจะยัดลงไปในกระเป๋าเสื้อ
“นั่นมันอะไร?”
“ไม่รู้สิ แต่ต้องไม่ใช่ของมีมูลค่าแน่นอน”
“แค่ของไม่มีค่า เธอเอาไปก็ช่างเถอะ”
ฉู่หร่านเดินมาที่ประตูห้องนอนด้วยท่าทางมีความสุข ขณะกำลัง
จะก้าวออกไป ก็ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอหันหน้าไปช้า ๆ และ
กวาดตามองรอบห้องนอน
สุดท้ายสายตาก็ไปหยุดอยู่ตรงรูปภาพซึ่งวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง
รูปภาพนั้นเป็นภาพที่เธอกับฝางไคจี้ถ่ายด้วยกันในวันจด
ทะเบียนสมรส
ในภาพ ฝางไคจี้ยิ้มอย่างมีความสุข แต่เธอกลับไม่แสดงอารมณ์
ใด ๆ ทั้งสองคนถือทะเบียนสมรสสีแดงเอาไว้ แล้วถ่ายรูปนี้ด้วยกัน
หนึ่งรูป
เธอกับฝางไคจี้มีรูปที่ถ่ายด้วยกันเยอะมาก
ยังมีอีกหลายรูปที่ได้รับความนิยมจากชาวเน็ตว่าเป็นรูปที่เคมีคู่
จิ้นเข้ากัน แต่ฝางไคจี้กลับชอบรูปนี้ที่สุด จึงตั้งใจล้างรูปนี้ออกมาใส่
กรอบแล้ววางไว้ในห้องนอน
เธอมองภาพนั้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะออกแรงกำแผ่นยันต์ใน
กระเป๋าของตัวเองแน่น จากนั้นจึงเดินออกไปข้างนอกช้า ๆ
นอกคฤหาสน์ แฟนคลับของฝางไคจี้มารวมตัวกัน
ทั้งดอกไม้สด เทียน แผ่นป้าย…
เน็ตไอดอลและนักข่าวยืนรวมตัวกันอยู่หน้าประตูพร้อมกับเลนส์
กล้องขนาดใหญ่ มีแฟนคลับหลายคนร้องไห้ต่อหน้ากล้องอย่าง
เจ็บปวดใจ
ฉู่หร่านเลื่อนกระจกรถลงเล็กน้อย เพื่อมองรูปที่ถูกแขวนเอาไว้
สูงรูปนั้น
เธอเงียบไปหลายวินาที ขณะกำลังจะเลื่อนกระจกกลับขึ้นไป ก็
ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่น “ฉู่หร่าน!”
ทุกคนมองมาเป็นตาเดียว
ฉู่หร่านรีบเลื่อนกระจกขึ้น เธอเตรียมออกรถ แต่กลับถูกแฟน
คลับจำนวนมากขวางทางไว้
แฟนคลับบางคนฮึกเหิมถึงขนาดปีนขึ้นมาบนกระโปรงหน้ารถ
ของเธอ
“ฉู่หร่าน เธอพูดออกมาให้ชัดเจนนะ ทำไมพี่ชายของพวกเราถึง
ตาย?”
“เขาเพิ่งแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับเธอก็ตายอย่างไม่มีเหตุผล
แล้ว เธอหลอกแต่งงานกับเขาใช่ไหม?”
“เธอมันนังชั่ว ชั่วช้าเหมือนแม่ของเธอ เธอมันตัวหายนะ ทำร้าย
ไคจี้!”
นักข่าวบางคนก็วิ่งมาเช่นกัน พวกเขาราวกับจะยื่นไมโครโฟน
มากระแทกหน้าฉู่หร่าน
“ขอถามหน่อยค่ะ ทำไมคุณถึงถูกตำรวจนำตัวไปสอบสวนคะ?”
“แผลบนหน้าของคุณได้มายังไงคะ? เกิดจากการทะเลาะกันของ
คุณกับฝางไคจี้หรือเปล่า?”
คำถามประโยคแล้วประโยคเล่าถูกเอ่ยออกมา จนทำให้ฉู่หร่าน
พูดไม่ออก
เธอถลึงตาใส่ “หลีกไป หลีกไปให้พ้น! ถ้ายังไม่หลีก ฉันจะขับรถ
ชนออกไปแล้วนะ!”
“เธอยังคิดจะชนคนอีกเหรอ!”
“ฉู่หร่านจะขับรถชนคนแล้ว!”
“ใจดำอำมหิต!”
จากนั้นก็มีเสียงดังปังตามมา ไม่รู้ว่าเป็นใครที่พุ่งเข้ากระแทก
กระจกรถเธอ เพียงพริบตาคนจำนวนมากก็พุ่งเข้ามาโวยวายทันที
บ้างก็ทุบกระจก บ้างก็ดึงประตูรถ…
ไม่นานพวกเขาก็ลากฉู่หร่านออกมาจากในรถได้
ฉู่หร่านกรีดร้องลั่น “พวกเธอคิดจะทำอะไร? พวกเธอกำลังทำ
ผิดกฎหมายนะ…แจ้งตำรวจ แจ้งตำรวจสิ!”
เสียงกรีดร้องของเธอจมหายไปท่ามกลางเสียงการตั้งคำถามและ
ด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยว
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของชุมชนวิ่งเข้ามา
ห้าม ถึงพาฉู่หร่านออกมาจากกลุ่มคนได้