เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1274 กลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน
ฉู่หร่านพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดบนร่างกาย เธอโบก
แท็กซี่กลับไปที่บ้านของตัวเอง
เธอวิ่งเข้าไปในห้องน้า อาบน้าและจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เมื่อ
เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าสะอาดแล้วจึงหยิบยันต์ออกมาด้วยความเคารพ
เลื่อมใส
เธอทำตามที่จิ่งอันฉิงบอก จัดโต๊ะบูชา ของไหว้ จากนั้นจึง
คุกเข่าลง พลางโขกศีรษะด้วยความนอบน้อม
“ขอให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน”
“ฉันคือคุณหนูใหญ่ของตระกูลฉู่ พี่ชายทั้งสามคนรักฉันคน
เดียว”
“หลินโจวอี้ยังเป็นคู่หมั้นของฉัน”
“พ่อกับแม่ยังคงรักฉันคนเดียว”
เธอโขกศีรษะคำนับยันต์อย่างศรัทธาครั้งแล้วครั้งเล่า
จนกระทั่งขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว เธอถึงยืนขึ้นด้วยความพึง
พอใจ หลังจากไหว้ยันต์อีกครั้ง ถึงกลับเข้าห้องนอนอย่างสบาย
อารมณ์
ขณะนอนลงบนเตียง เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
แค่ตื่นมาวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เธอหลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไป…
ไฟห้องนอนสว่างไสว ฝางไคจี้สวมเสื้อสเวตเตอร์สีเทากำลัง
ขมวดคิ้วมองยันต์ในมือ “หร่านหร่าน เธอยังจำครั้งแรกที่พวกเราเจอ
กันได้ไหม?”
“พี่ไคจี้ ฉันต้องจำได้แน่นอนค่ะ!”
ฝางไคจี้ก้มหน้าลง พู่กันที่จุ่มชาดขยับลงบนแผ่นยันต์อย่าง
เชื่องช้า ตวัดแต่ละขีดจนเขียนออกมาเป็นชื่อตัวเอง
“ฉันก็จำได้ หร่านหร่าน วันนั้นเธอสวมชุดแบบไหน ทำผมทรง
อะไร ฉันจำได้หมดเลย”
เขาพูดออกมาอย่างละเอียด แม้กระทั่งวันนั้นสภาพอากาศเป็น
อย่างไรก็ยังบรรยายได้ทั้งหมด
หลังบรรยายความหลังจบ เขาก็เขียนชื่อเสร็จพอดี
ฉู่หร่านรีบคว้าไป เธอมองชื่อที่เขียนบนยันต์อย่างละเอียด ก่อน
จะเดินออกไปข้างนอกด้วยท่าทางดีใจ
“หร่านหร่าน…”
เสียงเรียกอ่อนโยนของฝางไคจี้ดังมาจากด้านหลัง
ฉู่หร่านหันกลับไป ก็เห็นฝางไคจี้ถูกเส้นผมสีดำยกขึ้นกลาง
อากาศ เส้นผมสีดำนับพันนับหมื่นทิ่มแทงเข้าไปในร่างกายของฝาง
ไคจี้ราวกับเข็มแหลมคม
ร่างกายของเขาบิดงอในองศาที่อยู่เหนือจินตนาการ แต่แววตา
ของเขากลับยังจับจ้องมาที่เธอด้วยความอ่อนโยนและอาลัยอาวรณ์
ในปากที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีดำ เปล่งเสียงออกมา
“หร่านหร่าน เธอยังจำครั้งแรกที่พวกเราเจอกันได้ไหม?”
“ฉันก็จำได้ หร่านหร่าน วันนั้นเธอสวมชุดแบบไหน ทำผมทรง
ไหน ฉันจำได้หมดเลย”
“กรี๊ด!”
ฉู่หร่านร้องด้วยความตกใจ เธอผุดนั่งตัวตรง พยายามหอบ
หายใจโกยอากาศเข้าปอด พลางยื่นมือมาเช็ดเหงื่อบนศีรษะของตน
เมื่อเห็นแสงอาทิตย์นอกหน้าต่าง เธอก็ลุกพรวดขึ้นแล้ววิ่งไปที่
ระเบียง
เข้าวันใหม่แล้ว
ยันต์มีผลแล้ว
ทุกอย่างจะต้องกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนแน่นอน
เธอรีบวิ่งไปตรงหน้าโต๊ะบูชา หยิบยันต์แผ่นนั้นขึ้นมาด้วยความ
ตื่นเต้น ก่อนจะเก็บยันต์เอาไว้อย่างระมัดระวัง
ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เธอยังเป็นลูกสาวตระกูลฉู่ ยังเป็นฉู่หร่านที่ได้รับความรัก
มากมายคนนั้น
เธอรีบเข้าไปในห้องอาบน้า มองใบหน้าบวมช้าของตัวเองใน
กระจก
“หึ! พวกแกกล้ารังแกฉัน ฉู่หร่านคนนี้ ตระกูลฉู่จะไม่ปล่อยพวก
แกไปแน่”
“พี่ชายของฉัน คู่หมั้นของฉัน พ่อแม่ของฉันไม่มีทางปล่อยพวก
แกไป”
เธอจัดการตัวเองเล็กน้อย เปลี่ยนเสื้อผ้า และออกไปจากบ้าน
อย่างมีความสุข โดยไม่ปิดบังรอยแผลบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย
รถจอดสนิทอยู่หน้าคฤหาสน์ตระกูลฉู่
เธอมองใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกมองหลัง แล้วทำสีหน้าเศร้า
เสียใจออกมา ก่อนจะเปิดประตูรถออกไป
ฉู่หร่านยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ของตระกูลฉู่ แล้วกดกริ่ง
ไม่นานนัก พ่อบ้านหยางก็เดินออกมา ตอนเห็นว่าฉู่หร่านยืนอยู่
หน้าประตู เขาชะงักไปสองสามวินาที ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเห็นรอยฟกช้า
บนใบหน้าของฉู่หร่าน แววตาของเขาพลันนิ่งค้าง
ฉู่หร่านออกแรงตบประตูเหล็ก “ทำไมยังไม่เปิดประตูอีก?”
พ่อบ้านหยางตอบ “คุณหนูฉู่ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรหรือเปล่า
ครับ?”
“พ่อบ้านหยาง เสียสติไปแล้วหรือไง? ฉันจะกลับบ้าน ยังต้องมี
ธุระอะไรด้วยเหรอ? แกเป็นแค่พ่อบ้าน กล้าขวางฉันเหรอ!”
ฉู่หร่านตบประตูแรงขึ้นด้วยความโมโห
พ่อบ้านหยาง “…”
เขามองฉู่หร่านอย่างยากจะเอ่ย แต่ยังคงรักษาท่าทีมีมารยาท
เอาไว้ “คุณหนูท่านนี้รีบออกไปเถอะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะเรียก
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย!”