เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1275 บูชาแผ่นยันต์
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งที่เขากำชับ
ไว้อย่างดีแล้วว่าห้ามปล่อยใครเข้ามาตามอำเภอใจ แต่ยังปล่อยให้
ฉู่หร่านเข้ามาได้
ฉู่หร่านเห็นพ่อบ้านหยางไม่ยอมเปิดประตูเสียทีก็ถลึงตาด้วย
ความโมโห เธอชี้หน้าด่าพ่อบ้านหยางหลายประโยค
“รอให้ฉันกลับเข้าบ้านได้ก่อนเถอะ อย่างแรกที่ฉันจะทำคือไล่
แกออก!”
“แกคิดว่าแกอยู่รับใช้บ้านตระกูลฉู่มาหลายปี ก็มีความเกี่ยวข้อง
กับตระกูลฉู่แล้วเหรอ! แกเป็นแค่พ่อบ้าน เป็นแค่คนรับใช้คนหนึ่ง
เท่านั้น!”
“ฉันเป็นถึงลูกสาวของตระกูลฉู่ คำพูดของฉัน แกกล้าไม่เชื่อฟัง
เหรอ”
ขณะที่เธอกำลังพูด ซ่งเชียนหย่าก็เดินออกมา “พ่อบ้านหยาง
เกิดอะไรขึ้น? ทำไมยัง…”
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบ พอเห็นฉู่หร่านยืนอยู่นอกประตูก็ถึงกับ
ชะงักไป
“แม่คะ!” ทันทีที่ฉู่หร่านเห็นซ่งเชียนหย่า เธอก็ร้องไห้น่าสงสาร
ออกมา เอาตัวไปแนบกับประตูเหล็ก “แม่คะ พ่อบ้านหยางรังแกหนู!”
“ไม่ใช่แค่พ่อบ้านหยางนะคะ ยังมีอีกหลายคนที่รังแกหนู!”
“พวกเขาคิดว่าหนูไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลฉู่แล้วถึงได้ทำกับหนู
ไม่ดี!”
“พวกคนในวงการบันเทิงก็ด้วย พวกเขายกย่องคนสูงกว่าเหยียบ
ย่าคนต่ากว่า!”
“แม่คะ แม่ต้องทวงความยุติธรรมให้หนูนะคะ!”
เธอยิ่งพูดยิ่งเสียใจ ยิ่งพูดก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น น้าตาไหลลงมาจน
อาบใบหน้า
ซ่งเชียนหย่า “…”
เธอหันไปมองพ่อบ้านหยางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
พ่อบ้านหยางยังทำสีหน้าเหมือนเดิม เขาส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อน
จะชี้ไปที่ศีรษะของตนเอง
ซ่งเชียนหย่า “…”
เธอถอนหายใจเบา ๆ หนึ่งหน
อย่างไรก็ดูแลคนในฐานะลูกสาวแท้ ๆ มายี่สิบกว่าปี ถึงจะไม่มี
ความรู้สึกอะไรเท่าไหร่ และเกลียดเรื่องพวกนั้นที่เธอทำ
แต่าแเห็นเธออยู่ในสภาพแบบนี้ ซ่งเชียนหย่าก็อดจะทอดถอนใจ
ไม่ได้
“เรียกยามมาพาเธอออกไปเถอะ!” เธอหันหลังเดินกลับเข้าไปใน
คฤหาสน์ “ลั่วลั่วกำลังจะกลับมา ฉันไม่อยากให้ลั่วลั่วเห็นคนที่ทำให้
เธอไม่มีความสุข”
ฉู่หร่านที่กำลังร้องทุกข์เห็นซ่งเชียนหย่าเดินกลับเข้าไปก็ชะงัก
ไปแล้ว
ทำไมมันไม่เหมือนกับสิ่งที่เธอคิดเอาไว้ล่ะ!
“แม่ แม่คะ…”
พ่อบ้านหยางโทรไปเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมา เขา
ส่ายหน้า ก่อนจะหันหลังเดินจากไปเช่นกัน
ฉู่หร่าน “…”
เธอตบประตูแรงกว่าเดิม ทั้งแตะ ทั้งตะโกน…
กระทั่งมีเสียงดังเอี๊ยด!
เสียงเบรกกะทันหันดังขึ้นจากด้านหลัง ฉู่หร่านหันไปมองก็เห็น
รถปอร์เช่ที่ดูคุ้นเคยคันหนึ่ง
รถของฉู่จิง
หลังฉู่จิงเปิดประตูรถ เธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาเขา “พี่รอง! มีคนรังแก
หนู พี่ต้องทวงความยุติธรรมให้หนูนะ!”
ฉู่จิง “…”
เขามองฉู่หร่านตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเยือกเย็นในดวงตา
เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ฉู่หร่านเหมือนสังเกตไม่เห็นมัน จึงยังคงร้องทุกข์ต่อไป เธอ
ฟ้องว่า “ยังมีพ่อบ้านหยางอีก เขาขวางหนูเอาไว้ข้างนอก ไม่ยอมให้
หนูเข้าไป!”
“แม่ก็ไม่เปิดประตูให้หนู”
เธอจับชายแขนเสื้อของฉู่จิงเอาไว้ และพูดจาออดอ้อนเหมือน
เมื่อก่อน “พี่รอง พี่ต้องทวงความยุติธรรมให้หนูนะคะ!”
ตอนที่เธอกำลังพูดอยู่นั้น ประตูบ้านซึ่งเดิมทีปิดสนิทก็ได้เปิด
ออก
คนตระกูลฉู่เดินออกมากันหมด
ฉู่หร่านหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เห็นซ่งเชียนหย่า ฉู่
เหว่ยฮ่าวและฉู่เจิ้งกับภรรยา
ยังมีฉู่เหิงกับฉู่จ้านตามมาด้วย
ความเสียใจในดวงตาค่อย ๆ หายไปจนมองไม่เห็นแล้ว
ที่แท้…
ที่แท้ แม่ไม่ใช่ไม่เปิดประตูให้เธอ แต่ไปเรียกคุณปู่ คุณย่า คุณ
พ่อกับพี่ชายมาต้อนรับเธอนี่เอง
เธอรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปตรงหน้าฉู่เหิง “พี่ใหญ่ ฮือ ฮือ ฮือ…พวก
เขารังแกหนู! รังแกหนูกันหมด!”
“พี่สาม พี่ไม่รู้อะไร คนพวกนั้นประจบสอพลอแต่คนมีอำนาจ น่า
รังเกียจมาก…”
“พ่อคะ…”
“คุณปู่ คุณย่า…”
เธอเดินไปตรงหน้าคนนั้นทีคนนี้ที พลางร้องไห้เสียใจอย่างที่สุด
เธอแทบจะระบายความคับข้องใจในช่วงที่ผ่านมานี้ออกมาจน
หมด
เธอร้องไห้คร่าครวญเสียงดัง
“พี่ใหญ่ ทำไมพี่ถึงทำกับหนูแบบนี้เพื่อลั่วลั่วด้วยคะ! หนูเป็น
น้องสาวของพี่นะ! พี่ไม่คิดบ้างเหรอ ว่าหนูจะเสียใจและลำบากใจแค่
ไหน?”
“พี่สาม ขาของพี่หนูไม่ได้ตั้งใจนะคะ ทำไมพี่ต้องมองหนูด้วยสี
หน้าแบบนั้น! แล้วเรื่องสมัยยังเป็นเด็ก หนูจะจำได้ยังไงคะ เพราะคน
นอกแค่คนเดียว พี่ถึงกับไม่ต้องการน้องสาวคนนี้แล้วเหรอ?”
เธอพูดจบก็ส่งเสียงไม่พอใจออกมาเบา ๆ
“ครั้งนี้ทุกคนทำหนูโกรธแล้ว ง้อไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะคะ”
เธอหันหน้าไปด้านข้าง มุ่ยปาก ทำหน้าเย่อหยิ่ง
ดีมาก!
ทุกอย่างกลับมาอยู่จุดเดิมแล้ว
เธอกลับมาเป็นลูกสาวตระกูลฉู่ผู้สูงส่งและเป็นที่รักของคน
มากมาย
แต่รอสักพัก ฉู่หร่านกลับไม่ได้รับคำพูดอะไรตอบกลับมาเลย
เธอหันไปมองคนตระกูลฉู่อย่างไม่เข้าใจ
เห็นเพียงว่าสายตาของคนตระกูลฉู่มองไปนอกประตู
เธอมองตามสายตาของพวกเขา ก็เห็นฉู่ลั่วลงมาจากรถของฉู่จิง
ฉู่เหว่ยฮ่าวกวาดตามองฉู่หร่าน แล้วพูดกับพ่อบ้านหยางว่า
“ยามล่ะ? ยังไม่มาอีกเหรอ? ก่อนหน้านี้เคยกำชับไว้แล้วไม่ใช่หรือไง?
ว่าอย่าปล่อยคนเข้ามาตามอำเภอใจ!”
“การเฝ้าดูแลย่าแย่ลงทุกวัน!”
พ่อบ้านหยางรีบบอกว่า “ผมติดต่อไปหาฝ่ายรักษาความ
ปลอดภัยแล้วครับ”
ฉู่หร่านกะพริบตาปริบ ๆ ในใจรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย
แต่เธอยังคงกดความตระหนกในใจของตัวเองไว้ “พ่อคะ ทำไม
ถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ? ถึงลั่วลั่วจะไม่รู้ความอะไร แต่เธอก็เป็นลูกสาว
ของตระกูลฉู่นะ!”
“ลั่วลั่วไม่ใช่คนที่ไหนก็ไม่รู้ พ่อพูดแบบนี้ ลั่วลั่วจะเสียใจนะคะ”
เธอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว คิดจะจับแขนฉู่เหว่ยฮ่าวและออด
อ้อนเหมือนเมื่อก่อน แต่ใครจะคิดว่าพอเธอยื่นมือออกไป ฉู่เหว่ยฮ่า
วกลับเบี่ยงตัวหลบ
ฉู่หร่าน “…”
จิตใจของเธอตื่นตระหนกมากกว่าเดิมแล้ว
เธอกวาดตามองใบหน้าของคนตระกูลฉู่ทุกคน
ไม่มีความรักและเอ็นดู
ไม่มีความสงสาร
มีแต่ความเย็นชา
สายตาเหล่านั้นมองมาที่เธอด้วยความเย็นชาและเมินเฉย
เลือดที่เดือดพล่านด้วยความตื่นเต้นเมื่อครู่พลันเย็นเยียบลง
ทันที
ฉู่เหว่ยฮ่าวเอ่ยขึ้นว่า “ลูกสาวของฉันฉู่เหว่ยฮ่าว ต้องไม่ใช่ใคร
ใครที่ไหนอยู่แล้ว”
เขามองใบหน้านั้นของฉู่หร่าน “ฉันหมายถึงเธอต่างหาก ฉู่ห
ร่าน!”
ฉู่หร่าน “…พ่อ…”
“อย่าเรียกฉันว่าพ่อ! ฉันไม่ใช่พ่อของเธอ! พวกเราเป็น
ครอบครัวเดียวกันมาตั้งหลายปี ล้วนปฏิบัติกับเธอด้วยความจริงใจ
แล้วเธอปฏิบัติกับพวกเรายังไง?” ฉู่เหว่ยฮ่าวนึกถึงเรื่องที่ฉู่เหิงบอกก็
ขนลุกไปทั้งร่าง
“พวกเราไม่ใช่ของเล่นของเธอ พวกเราเป็นมนุษย์ ฉู่หร่าน
ตระกูลฉู่ของพวกเราทำดีกับเธอไม่พอเหรอ?”
“เธอถึงได้ควบคุมพวกเราเหมือนของเล่นแบบนี้? พวกเราเป็นตัว
ละครในเกมของเธอเหรอ? ต้องทำตามที่เธอตั้งค่าเอาไว้ใช่ไหม?”
ฉู่หร่าน “…”
เธอส่ายหน้า แล้วถอยหลังออกไปทีละก้าว
“ไม่ใช่แบบนี้ มันต้องไม่ใช่แบบนี้” เธอหันซ้ายหันขวา “ทำไมถึง
เป็นแบบนี้? ทั้งที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว…”
“ฉันบูชาแผ่นยันต์แล้วนี่! ฉันกราบไหว้ไปแล้ว!”
เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาหยิบยันต์ในกระเป๋าเสื้อของตนเองออกมาด้วย
ความระมัดระวัง “ฉันบูชาไปแล้ว ฉันบูชากระดาษยันต์นี้ด้วยความ
ศรัทธาแล้วนะ!”